เมื่อเห็นบรรยากาศที่แสนจะคึกคัก หลิงอวี๋ก็เข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
นางเห็นประกาศว่า สำนักศึกษาชิงหลงกำลังรับสมัครบัณฑิตในหลายสาย เช่น สายนักปรุงโอสถ สายนักสร้างอาวุธ สายนักทำนายดวงดาว สายนักอัญเชิญ และสายจอมยุทธ์
ขณะที่หลิงอวี๋กำลังอ่านประกาศ นางก็ได้ยินผู้คนรอบ ๆ พูดคุยกัน
จากบทสนทนาของพวกเขา ทำให้หลิงอวี๋ได้รู้ว่า สำนักศึกษาชิงหลงนั้นอยู่ในการดำเนินงานของราชสำนักซึ่งให้การศึกษาด้านการฝึกฝนในระดับสูง
ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นครูคือปรมาจารย์ที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ หากมีบัณฑิตที่มีความเป็นเลิศประจักษ์แก่สายตาของอาจารย์เหล่านี้ พวกเขาก็สามารถรับเป็นศิษย์และเข้าร่วมกับกองทัพของราชสำนัก หรือสำนักใหญ่ ๆ ได้
แดนเทพเปิดกว้างมากเรื่องความแตกต่างระหว่างบุรุษและสตรี สตรีนั้นสามารถเข้ามาร่ำเรียนในสำนักศึกษาและได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับบัณฑิตชาย
หลิงอวี๋รู้สึกถูกใจในสิ่งที่ได้เห็น การที่ได้ไปร่ำเรียนในสำนักศึกษาเช่นนี้ จะทำให้ตนเข้าใจการปรุงโอสถได้ง่ายขึ้น ดีกว่าลองผิดลองถูกมิใช่หรือ?
นางตั้งใจอ่านอีกครั้ง ข้อกำหนดในการลงทะเบียนมิได้เข้มงวดเกินไป และใช้เงินเพียงห้าตำลึงเงินเท่านั้นในการลงทะเบียน แต่ต้องผ่านการประเมินทั้งสามรอบให้ได้ เฉพาะผู้ที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เข้าศึกษาในสำนักศึกษา
ค่าเล่าเรียนก็แพงมากเช่นกัน ซึ่งสูงถึงปีละห้าหมื่นตำลึงเงิน
ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในการประเมินจะได้รับการพิจารณาให้เป็นศิษย์ระดับต้นโดยจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนทั้งหมด
หลิงอวี๋เข้าใจทุกอย่างชัดเจนแล้วจึงถอยออกมา
ขณะนั้น หอโอสถไป๋เป่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ติดประกาศเรื่องเดียวกันนี้ด้วย
ลูกจ้างหอโอสถไป๋เป่าเรียกทุกคนให้ไปลงทะเบียนอย่างแข็งขัน โดยบอกว่าในครั้งนี้ปรมาจารย์ปรุงโอสถของทางหอโอสถไป๋เป่าจะรับหน้าที่เป็นครูสอนวิชาปรุงโอสถให้ด้วย
คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดความฮือฮาในทันที
มีคนตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ “ปรมาจารย์ปรุงโอสถแห่งหอโอสถไป๋เป่าเป็นถึงนักปรุงโอสถประจำตระกูลหลงเชียวนะ!”
“ว่ากันว่าโอสถเซียนชั้นยอดที่ส่งไปให้ราชสำนักล้วนแต่เป็นฝีมือของเขาทั้งสิ้น หากได้รับคำชี้แนะจากเขา ทักษะการปรุงโอสถจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นแน่!”
นางดูออกว่าหอโอสถซ่างกู่และหอโอสถไป๋เป่าเป็นศัตรูกัน หากนางอยากผ่านเข้าไปเรียนในสำนักศึกษานี้จริง ๆ นางคงต้องขอให้ผู้รอบรู้ไปสอบถามเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของปรมาจารย์ปรุงโอสถของหอโอสถทั้งสองแห่งนี้
นางมิอยากติดตามร่ำเรียนกับอาจารย์ที่นิสัยมิดี ซึ่งมิเพียงนางจะมิได้เรียนรู้อะไรเลย แต่ยังเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วย
หลิงอวี๋ใช้เวลาอยู่ที่ตลาดเครื่องยาสมุนไพรเป็นเวลานาน นางมิเคยเห็นสมุนไพรเหล่านี้มาก่อน นางจึงใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำความรู้จักและทำความเข้าใจคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรเหล่านี้
กว่านางจะกลับมาถึงเรือนหลังเล็กก็ค่ำมืดแล้ว ระหว่างทางหลิงอวี๋ได้ซื้ออาหารปรุงสุกและหมั่นโถวมา โดยตั้งใจว่าจะทานอาหารกับผู้รอบรู้
แต่เมื่อนางเดินเข้ามาก็พบว่าผู้รอบรู้ยังมิกลับ หลิงอวี๋จึงรีบจัดโต๊ะและอุ่นหมั่นโถวขณะที่รอให้ผู้รอบรู้กลับมาทานอาหารด้วยกัน
หลังจากนั้นมินาน ผู้รอบรู้ก็เดินเข้ามาอย่างหงุดหงิด เมื่อเขาเห็นหลิงอวี๋ เขาก็ยิ้มเจื่อนและพูดว่า “น้องชาย ต้องขอโทษเจ้าด้วย ข้าเที่ยวสอบถามไปทั่วทั้งวันแต่ก็มิได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลย!”
“ตำรับการกลั่นโอสถเหล่านั้นข้าว่ามันไร้ประโยชน์สิ้นดี ยาอายุวัฒนะธรรมดาทั่วไปสามารถซื้อได้ในราคามิกี่สิบอีแปะ แต่ยาลูกกลอนราคาแพงนั้นหาซื้อตำรับยามิได้เลยด้วยซ้ำ แทบจะเป็นไปมิได้เลยที่พวกเราจะร่ำรวยจากการกลั่นโอสถ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...