เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา นิยาย บท 1904

“หากมิทำให้ยากขึ้นมาหน่อยแล้วจะคัดคนมากมายออกได้อย่างไร!”

จงเจิ้งเฟยกลอกตาไปที่เหลยเหวินอีกครั้งพลางยิ้มเยาะ “บางคนมาที่สำนักศึกษาชิงหลงเพียงเพื่อแสวงหาชื่อเสียง และบางคนก็มาเพื่อหาสามีที่ร่ำรวย ไม่มีใจที่จะศึกษาหาความรู้ด้วยซ้ำ!”

“หากมิคัดคนเช่นนี้ออกไป ก็รังแต่จะทำให้ชื่อเสียงของเหล่าปรมาจารย์ต้องเสื่อมเสีย!”

"เจ้าก็มั่นใจในตัวเองหน่อย เจ้ามิได้ด้อยไปกว่าคนอื่นเลย!"

หลิงอวี๋รับคำพูดของจงเจิ้งเฟยมาเป็นกำลังใจให้ตัวเอง นางมิด้อยกว่าใครแน่นอน นางจะต้องเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชิงหลงและพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นให้ได้ เพื่อที่นางจะได้แก้แค้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ย

สุดท้ายทั้งสามคนก็ไปกินอาหารเย็นด้วยกัน หลังจากที่พักผ่อนกันครู่หนึ่งก็กลับมาที่สำนักย่อยเพื่อเข้าร่วมการประเมินรอบต่อไป

เนื่องจากในรอบแรกมีคนถูกคัดออกไปเป็นกลุ่มใหญ่ ผู้เข้าสอบที่สำนักย่อยจึงน้อยลงไปมาก ดังนั้นผู้เข้าสอบทุกคนจึงสามารถเข้าไปสังเกตการณ์ในรอบที่สองได้

การสอบแข่งขันยังคงจัดขึ้นแบบกลุ่ม และผู้ที่อยู่ห้าอันดับแรกจะได้ผ่านไปยังการประเมินรอบสุดท้าย

สิ่งที่ทำให้ผู้เข้าสอบทุกคนตื่นเต้นก็คือ ครั้งนี้นอกเหนือจากรองเจ้าสำนักศึกษาต่งเฉิงแล้ว ปรมาจารย์ปรุงโอสถทั้งสองจากหอโอสถซ่างกู่และไป๋เป่าก็มาปรากฏตัวเพื่อเข้าร่วมการประเมินด้วย

หลิงอวี๋มิรู้จักปรมาจารย์ปรุงโอสถทั้งสองผู้นี้ เหลยเหวินผู้กระตือรือร้นจึงแนะนำให้นางรู้จัก

เย่ซื่อฝานปรมาจารย์ปรุงโอสถแห่งหอโอสถซ่างกู่นั่งอยู่ทางซ้ายของรองเจ้าสำนักศึกษา เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลเย่ ปีนี้อายุสี่สิบปี

เย่ซื่อฝานมีใบหน้าเหลี่ยม คิ้วดกดำ ท่าทางขึงขังจริงจัง หลิงอวี๋ที่เห็นศิษย์พี่หญิงจางอิ๋งคนที่นางเจอในการประเมินรอบแรกยืนอยู่ข้างหลังเขาก็อดที่จะยิ้มมิได้

ศิษย์อาจารย์คู่นี้มีท่าทีเคร่งขรึมและสงวนท่าทีเหมือนกัน อาจารย์เป็นเช่นไร ศิษย์ก็เป็นเช่นนั้นสินะ!

ส่วนคนที่นั่งอยู่ทางขวาของรองเจ้าสำนักศึกษาคือไป่หลี่ไห่ ปรมาจารย์ปรุงโอสถแห่งหอโอสถไป๋เป่า เขาอายุน้อยกว่าเย่ซื่อฝานมาก ปีนี้เขาเพิ่งจะอายุสามสิบปีเท่านั้น

ไป่หลี่ไห่มีผิวขาวเนียน การแต่งกายดูมีเสน่ห์ สง่างามราวกับเทพเซียน

เหลยเหวินได้รับป้ายผ่านไปรอบต่อไป นางวิ่งลงไปแล้วแทบจะขอบคุณบรรพบุรุษที่ช่วยอวยพรให้โชคดี

แต่หลิงอวี๋นั้นโชคมิดี นางจับได้กลุ่มเดียวกับจ้าวหรุ่ยหรุ่ย หลงอิงและจงเจิ้งเฟย

ทว่าจงเจิ้งเฟยกลับทำท่าทางเบิกบานและหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวอวี๋ หากข้าตกรอบก็มิต้องเป็นห่วงนะ แม้ข้าจะมิเข้าร่วมการประเมินก็สามารถเข้าเรียนที่สำนักชิงหลงได้!”

นี่ก็คนที่มีผู้หนุนหลังอีกคนรึ!

หลิงอวี๋พูดมิออก เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าการสอบแข่งขันนี้มิยุติธรรมนัก รายชื่อบัณฑิตถูกคนภายในกำหนดไว้แล้ว และดูเหมือนว่าผู้เข้าสอบส่วนใหญ่จะมาทำหน้าที่เป็นแค่ผู้ร่วมสอบเท่านั้น

ในเมื่อการเอาชนะจงเจิ้งเฟยมิได้ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกนางเสียหาย เช่นนั้นหลิงอวี๋ก็จะมิออมมือเช่นกัน

ตอนนี้นางยังมิสามารถแก้แค้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้ เช่นนั้นนางก็จะบดขยี้จ้าวหรุ่ยหรุ่ยให้จมดิน ถือเสียว่าเป็นการระบายความโกรธแค้นของตน...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา