“หากมิทำให้ยากขึ้นมาหน่อยแล้วจะคัดคนมากมายออกได้อย่างไร!”
จงเจิ้งเฟยกลอกตาไปที่เหลยเหวินอีกครั้งพลางยิ้มเยาะ “บางคนมาที่สำนักศึกษาชิงหลงเพียงเพื่อแสวงหาชื่อเสียง และบางคนก็มาเพื่อหาสามีที่ร่ำรวย ไม่มีใจที่จะศึกษาหาความรู้ด้วยซ้ำ!”
“หากมิคัดคนเช่นนี้ออกไป ก็รังแต่จะทำให้ชื่อเสียงของเหล่าปรมาจารย์ต้องเสื่อมเสีย!”
"เจ้าก็มั่นใจในตัวเองหน่อย เจ้ามิได้ด้อยไปกว่าคนอื่นเลย!"
หลิงอวี๋รับคำพูดของจงเจิ้งเฟยมาเป็นกำลังใจให้ตัวเอง นางมิด้อยกว่าใครแน่นอน นางจะต้องเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชิงหลงและพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นให้ได้ เพื่อที่นางจะได้แก้แค้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ย
สุดท้ายทั้งสามคนก็ไปกินอาหารเย็นด้วยกัน หลังจากที่พักผ่อนกันครู่หนึ่งก็กลับมาที่สำนักย่อยเพื่อเข้าร่วมการประเมินรอบต่อไป
เนื่องจากในรอบแรกมีคนถูกคัดออกไปเป็นกลุ่มใหญ่ ผู้เข้าสอบที่สำนักย่อยจึงน้อยลงไปมาก ดังนั้นผู้เข้าสอบทุกคนจึงสามารถเข้าไปสังเกตการณ์ในรอบที่สองได้
การสอบแข่งขันยังคงจัดขึ้นแบบกลุ่ม และผู้ที่อยู่ห้าอันดับแรกจะได้ผ่านไปยังการประเมินรอบสุดท้าย
สิ่งที่ทำให้ผู้เข้าสอบทุกคนตื่นเต้นก็คือ ครั้งนี้นอกเหนือจากรองเจ้าสำนักศึกษาต่งเฉิงแล้ว ปรมาจารย์ปรุงโอสถทั้งสองจากหอโอสถซ่างกู่และไป๋เป่าก็มาปรากฏตัวเพื่อเข้าร่วมการประเมินด้วย
หลิงอวี๋มิรู้จักปรมาจารย์ปรุงโอสถทั้งสองผู้นี้ เหลยเหวินผู้กระตือรือร้นจึงแนะนำให้นางรู้จัก
เย่ซื่อฝานปรมาจารย์ปรุงโอสถแห่งหอโอสถซ่างกู่นั่งอยู่ทางซ้ายของรองเจ้าสำนักศึกษา เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลเย่ ปีนี้อายุสี่สิบปี
เย่ซื่อฝานมีใบหน้าเหลี่ยม คิ้วดกดำ ท่าทางขึงขังจริงจัง หลิงอวี๋ที่เห็นศิษย์พี่หญิงจางอิ๋งคนที่นางเจอในการประเมินรอบแรกยืนอยู่ข้างหลังเขาก็อดที่จะยิ้มมิได้
ศิษย์อาจารย์คู่นี้มีท่าทีเคร่งขรึมและสงวนท่าทีเหมือนกัน อาจารย์เป็นเช่นไร ศิษย์ก็เป็นเช่นนั้นสินะ!
ส่วนคนที่นั่งอยู่ทางขวาของรองเจ้าสำนักศึกษาคือไป่หลี่ไห่ ปรมาจารย์ปรุงโอสถแห่งหอโอสถไป๋เป่า เขาอายุน้อยกว่าเย่ซื่อฝานมาก ปีนี้เขาเพิ่งจะอายุสามสิบปีเท่านั้น
ไป่หลี่ไห่มีผิวขาวเนียน การแต่งกายดูมีเสน่ห์ สง่างามราวกับเทพเซียน
เหลยเหวินได้รับป้ายผ่านไปรอบต่อไป นางวิ่งลงไปแล้วแทบจะขอบคุณบรรพบุรุษที่ช่วยอวยพรให้โชคดี
แต่หลิงอวี๋นั้นโชคมิดี นางจับได้กลุ่มเดียวกับจ้าวหรุ่ยหรุ่ย หลงอิงและจงเจิ้งเฟย
ทว่าจงเจิ้งเฟยกลับทำท่าทางเบิกบานและหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวอวี๋ หากข้าตกรอบก็มิต้องเป็นห่วงนะ แม้ข้าจะมิเข้าร่วมการประเมินก็สามารถเข้าเรียนที่สำนักชิงหลงได้!”
นี่ก็คนที่มีผู้หนุนหลังอีกคนรึ!
หลิงอวี๋พูดมิออก เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าการสอบแข่งขันนี้มิยุติธรรมนัก รายชื่อบัณฑิตถูกคนภายในกำหนดไว้แล้ว และดูเหมือนว่าผู้เข้าสอบส่วนใหญ่จะมาทำหน้าที่เป็นแค่ผู้ร่วมสอบเท่านั้น
ในเมื่อการเอาชนะจงเจิ้งเฟยมิได้ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกนางเสียหาย เช่นนั้นหลิงอวี๋ก็จะมิออมมือเช่นกัน
ตอนนี้นางยังมิสามารถแก้แค้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้ เช่นนั้นนางก็จะบดขยี้จ้าวหรุ่ยหรุ่ยให้จมดิน ถือเสียว่าเป็นการระบายความโกรธแค้นของตน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...