เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา นิยาย บท 1905

ขณะที่หลิงอวี๋กำลังจะก้าวขึ้นไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ก็ได้ยินจงเจิ้งเฟยพูดขึ้นเสียงเรียบ “เสี่ยวอวี๋ เป้าหมายของเจ้าคือการได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาปรุงโอสถ เท่านั้นก็พอแล้ว อย่าได้ทำตัวโดดเด่นจนเกินไปล่ะ!”

“ในสำนักศึกษาชิงหลง หากทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตาแต่ไม่มีคนหนุนหลังจะทำให้สร้างศัตรูได้ง่าย!”

จงเจิ้งเฟยพูดเช่นนี้ด้วยความหวังดี

การที่หลิงอวี๋ได้อันดับหนึ่งในรอบแรกก่อให้เกิดการถกเถียงกันในหมู่ผู้คนมากมาย จงเจิ้งเฟยกังวลว่าสหายใหม่คนนี้จะมิเข้าใจวิถีของสังคม นางจึงให้คำชี้แนะอีกฝ่าย

คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนอ่างน้ำเย็นที่ทำให้หลิงอวี๋ได้สติขึ้นมาทันที

นางมองจ้าวหรุ่ยหรุ่ย หลงอิง และเหล่าคุณหนูที่แต่งกายหรูหรา แต่ละคนล้วนร่ำรวยและมีฐานะสูงส่ง

เหมือนที่จงเจิ้งเฟยพูด ในเมื่อไม่มีพลังอำนาจ แล้วจะเอาอะไรไปต่อกรกับพวกนางได้?

ความรู้ความสามารถที่แท้จริงหรืออย่างไร?

ในสายตาของเหล่าคุณหนูจากตระกูลขุนนางเหล่านี้ นั่นไม่มีความหมายอะไร เพราะยังมีคนในสำนักศึกษาชิงหลงอีกมากที่มีความสามารถมากกว่าตน

การที่นางชนะจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้มิใช่เรื่องอะไรหรอก แต่การปลุกเร้าความอิจฉาริษยาของเหล่าคุณหนูทั้งหลายก็เท่ากับเป็นการนำพาปัญหาต่าง ๆ มากมายมาสู่ตน แล้วจะเรียนหนังสือได้อย่างไร!

“ขอบใจนะเฟยเฟย!”

หลิงอวี๋พยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง นางรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร

ตอนนี้นางยังมิแข็งแกร่งพอจึงมิควรทำตัวโดดเด่นมากนัก เมื่อถึงตอนที่แข็งแกร่งก็ยังมิสายเกินไปที่จะแก้แค้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ย

“เตรียมตัว!”

ศิษย์พี่ผู้หนึ่งพูดขึ้นเสียงดัง

หลิงอวี๋สูดหายใจลึกพลางยืนที่หน้าโต๊ะของตัวเอง

ครั้งนี้มีกล่องเล็ก ๆ ใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ โดยมีโอสถขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลืองยี่สิบชนิดวางอยู่ในกล่อง ข้าง ๆ กันนั้นมีขวดน้ำหนึ่งขวด กระดาษและพู่กันจำนวนหนึ่งวางอยู่

เมื่อเสียงกลองดังขึ้น ผู้เข้าสอบสามารถหยิบโอสถขึ้นมาวิเคราะห์ส่วนผสมโดยการดมกลิ่น ดู และชิม จากนั้นก็เขียนตำรับยาที่ไว้บนกระดาษ

สุดท้ายตำรับยาเหล่านี้จะถูกส่งมอบให้กับหัวหน้าผู้คุมสอบ ซึ่งพวกเขาจะเป็นผู้ตัดสินว่าตำรับเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่

ครั้งนี้หลิงอวี๋จดจำคำชี้แนะของจงเจิ้งเฟยจนขึ้นใจ นางเขียนตำรับยาไปมากกว่าสิบตำรับ และใช้หางตาจับตาดูการเคลื่อนไหวของหลงอิงและจ้าวหรุ่ยหรุ่ยไปด้วย

หลงอิงที่ดูเหมือนจะมั่นใจเต็มเปี่ยม จรดพู่กันลงไปด้วยความมาดมั่นและคล่องแคล่ว

“ศิษย์น้องหญิงที่เจ้าบอกว่าเก่งกาจกว่าเจ้าคือนางอย่างนั้นหรือ?”

เย่ซื่อฝานบุ้ยคางชี้ไปที่หลิงอวี๋

“อาจารย์ เป็นนางเจ้าค่ะ! นางชื่อสิงอวี๋!”

จางอิ๋งพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “อาจารย์ ข้าตรวจสอบตัวตนของนางแล้ว นางเป็นคนต่างถิ่น มีพี่ชายคนเดียวและยากจนมาก!”

“ความสามารถในการจำแนกเครื่องยาสมุนไพรของนางมาจากการร่ำเรียนกับปู่ของนาง! อาจารย์ หากฝึกฝนนางอย่างเต็มที่ นางจะเป็นผู้มีศักยภาพและอนาคตที่ดี ข้าเชื่อว่านางจะประสบความสำเร็จมากกว่าบัณฑิตคนอื่น ๆ แน่นอนเจ้าค่ะ!”

“ดูการสอบแข่งขันรอบนี้ก่อนแล้วค่อยคุยกันทีหลัง!”

เย่ซื่อฝานกล่าวอย่างมิแสดงอารมณ์

จางอิ๋งพยักหน้าเงียบ ๆ

ที่นางแนะนำหลิงอวี๋อย่างสุดความสามารถนั่นก็เพื่อหอโอสถซ่างกู่

เป็นเวลาสิบปีแล้วที่หอโอสถซ่างกู่มิได้ผลิตผู้มีความสามารถออกมาเลย แม้จะยังคงพยายามรักษาตำแหน่งเอาไว้ ทว่ายามนี้กลับถึงจุดสิ้นหวังและยากลำบากที่สุดแล้ว มิช้าก็เร็วคงจะถูกหอโอสถไป๋เป่าเข้ามาแทนที่อย่างสมบูรณ์เป็นแน่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา