หลิงอวี๋เดินตามจางอิ๋งมาถึงห้องโถง ซึ่งบัณฑิตใหม่ทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่นี่
ทั้งสองชั้นเรียนได้คัดเลือกบัณฑิตที่คุณสมบัติผ่านเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้เข้าสอบที่ถูกคัดออกคนอื่น ๆ จะมิสามารถเข้ามาได้
หลิงอวี๋เดินตามจางอิ๋งไปยืนในชั้นเรียนของเย่ซื่อฝาน เหลยเหวินและจงเจิ้งเฟยต่างก็มองหลิงอวี๋ด้วยสายตาแปลก ๆ
ทั้งสองคาดมิถึงว่าหลิงอวี๋จะมีความสามารถโดดเด่นและทำคะแนนออกมาได้ดี ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงจนบัณฑิตในรอบเกือบสิบปีนี้เทียบมิติด และสุดท้ายนางก็ได้กลายมาเป็นศิษย์ของเย่ซื่อฝาน
ส่วนพวกนางนั้นเป็นเพียงบัณฑิตธรรมดา แม้จะได้รับการสั่งสอนจากเย่ซื่อฝาน แต่ก็เรียกเย่ซื่อฝานว่าท่านครูได้เท่านั้น ในขณะที่หลิงอวี๋กลับสามารถเรียกเย่ซื่อฝานว่า ท่านอาจารย์
การเป็นศิษย์กับการเป็นบัณฑิตมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
“เสี่ยวอวี๋ ยินดีด้วยนะ!”
เหลยเหวินยังมีทัศนคติที่ดี รู้จักตนเอง และพอใจที่ได้เป็นบัณฑิตของเย่ซื่อฝานแล้ว มิได้ฝันถึงสิ่งที่เกินตัวไปมากนัก
คำแสดงความยินดีนี้จึงเป็นสิ่งที่ออกมาจากใจ
จงเจิ้งเฟยกลับรู้สึกจิตใจมิมั่นคง แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น นางรู้ดีว่าวิชาปรุงโอสถมิได้ขึ้นอยู่กับความพากเพียรเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ด้วย
ความสามารถในการจำแนกเครื่องยาสมุนไพรและส่วนประกอบโอสถของหลิงอวี๋นั้นเหนือกว่าตนมาก นางเป็นคนที่มีพรสวรรค์!
แม้ตอนนี้จะมิได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์เย่ แต่ความขยันขันแข็งก็สามารถทดแทนพรสวรรค์ที่ขาดหายไปได้ เชื่อว่าหากตนยังคงตั้งใจพากเพียรต่อไป สักวันหนึ่งก็จะได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์เย่
อีกทั้งยังได้รู้จักกับคนมีพรสวรรค์อย่างหลิงอวี๋มาก่อน ขอเพียงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนางได้ ตนก็จะได้รับประโยชน์มากมายเช่นกัน
“เสี่ยวอวี๋ ขอแสดงความยินดีด้วย! ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องทำได้!”
บัณฑิตคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนของเย่ซื่อฝานได้เข้ามาแสดงความยินดีกับหลิงอวี๋เช่นกัน พวกเขาเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับจงเจิ้งเฟย
แม้บางคนจะอิจฉา และบางคนก็คิดว่าหลิงอวี๋ชนะเพราะโชคช่วย แต่ท่าทางภายนอกพวกเขาทุกคนกลับสงบนิ่ง
ส่วนอีกด้าน บัณฑิตในชั้นเรียนของไป่หลี่ไห่ก็กำลังแสดงความยินดีกับหลงอิงเช่นกัน
ณ หอศึกษา จางอิ๋งได้อธิบายถึงกฎของชั้นเรียนและตารางเรียน จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป
จางอิ๋งเดินรั้งท้ายกับหลิงอวี๋พลางพูดว่า “ท่านอาจารย์บอกว่าพิธีรับศิษย์จะจัดขึ้นในวันพรุ่งที่ตระกูลเย่ ถึงเวลาข้าจะไปรับเจ้าเอง!”
หลังจากที่จางอิ๋งพูดจบ นางก็หยิบตั๋วเงินสามแสนออกมาส่งให้หลิงอวี๋ จากนั้นก็ยิ้มพร้อมกับเล่าเรื่องที่พวกเขาทำการเดิมพันกันในห้องสังเกตการณ์ให้อีกฝ่ายฟัง
สุดท้ายจางอิ๋งก็พูดว่า “ท่านอาจารย์บอกว่า เขาจะนำเงินที่ชนะเดิมพันทั้งหมดที่ได้มามอบให้กับเจ้า เพื่อที่เจ้าจะได้นำเงินนั้นกลับไปซื้อเรือนใหม่ มิใช่ว่าท่านอาจารย์ดูแคลนเรือนที่เจ้าอาศัยอยู่หรอก แต่ที่ที่เจ้าอาศัยอยู่มันไกลเกินไปหน่อย ซึ่งอาจเกิดเรื่องขึ้นได้ง่าย!”
“การอาศัยอยู่ในที่ที่มีสภาพแวดล้อมดีขึ้นมาหน่อยก็ทำให้มั่นใจได้ว่าจะปลอดภัย!”
จางอิ๋งหยิบตั๋วเงินสองล้านออกมาส่งให้หลิงอวี๋ “เงินสามแสนอาจจะหาซื้อบ้านทำเลดี ๆ มิได้ เช่นนั้นเจ้ายืมเงินสองล้านนี้ของท่านอาจารย์ไปก่อน! เจ้ามีเงินเมื่อไรก็ค่อย ๆ ทยอยคืน”
หลิงอวี๋ตกตะลึงไปชั่วขณะ พลางรู้สึกว่าตั๋วเงินเหล่านี้มันเสี่ยงไปหน่อย
นางกังวลว่าเย่ซื่อฝานจะใช้ตั๋วเงินเหล่านี้เพื่อผูกมัดนางเอาไว้เหมือนกับที่ไป่หลี่ไห่ทำ ต่อจากนี้จะได้ให้นางกล้ำกลืนฝืนทนทำงานเพื่อหอโอสถซ่างกู่...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...