ขณะที่หลิงอวี๋กำลังจะออกไป จู่ ๆ นางก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมา จึงเอ่ยถามออกไป “คุณหนูหลง เจ้าประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นแล้วหรือไม่?”
เมื่อหลงอิงได้ยินเช่นนั้น นางก็รู้ทันทีว่าหลิงอวี๋ถามนางว่าฮูหยินผู้เฒ่าเฉียวชอบนางแล้วหรือไม่ การที่นางเอาชนะจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้ในครั้งนี้ ทั้งยังกลายเป็นคนที่ได้รับความนิยมในสำนักด้วย ซึ่งเป็นผลอันเนื่องมาจากความเสียสละของหลิงอวี๋
หลงอิงยังมีจุดที่ต้องใช้หลิงอวี๋อยู่ จึงขยับตัวไปกระซิบที่ข้างหูนาง “สำเร็จไปกึ่งหนึ่งแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเฉียวชอบข้ามาก แต่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยเจ้าเล่ห์นั่น มิรู้ว่าใช้กลอุบายอะไรเข้าไปอยู่ในตระกูลเฉียว!”
“ผู้ที่อยู่ใกล้ก็ย่อมได้ประโยชน์ก่อนผู้อื่น ข้ากังวลว่านางจะใช้คำพูดสวยหรูมาหลอกลวงฮูหยินผู้เฒ่า ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าไปเข้าข้างนางอีก!”
“เฮ้อ มิรู้ว่าเฉียวไป๋รู้สึกอย่างไรกับข้าด้วย ช่างเฉยเมยนัก!”
“จริงสิ มีคุณหนูตระกูลเก๋อคนหนึ่ง นางก็ไปตระกูลเฉียวทุกวันเช่นกัน ว่ากันว่านางเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเฉียวไป๋ไว้!”
“เฮ้อ ชีวิตข้าช่างขมขื่นเหลือเกิน เหตุใดจึงมีศัตรูหัวใจมากมายถึงเพียงนี้!”
ตระกูลเก๋อหรือ? คุณหนูที่หลงอิงพูดถึงผู้นี้น่าจะเป็นเก๋อฮุ่ยหนิง!
แววตาของหลิงอวี๋เย็นชาไปโดยมิรู้ตัว
นางยังคงจำภาพที่เก๋อฮุ่ยหนิงคิดจะสังหารตนได้อย่างชัดเจนอยู่เลย นางจะมิยอมให้เก๋อฮุ่ยหนิงสมปรารถนา และแต่งงานเข้าตระกูลเฉียวได้อย่างราบรื่นเป็นอันขาด
“คุณหนูหลง หากเจ้าต้องการให้ข้าช่วยก็มาหาข้าได้เลย เราจะร่วมมือกันอย่างราบรื่น!”
หลิงอวี๋เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม
ตอนนี้ตนยังไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปแก้แค้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ยกับเก๋อฮุ่ยหนิง แต่ในเมื่อมีโอกาสที่จะสามารถสร้างปัญหาให้พวกนางได้ หลิงอวี๋ไม่มีทางปล่อยไปแน่!
หลงอิงก็พยักหน้ารับรู้ ทั้งสองคนยิ้มให้อย่างเข้าใจกัน จากนั้นก็แยกทางกันไป
กระทั่งหลิงอวี๋เข้ามาในหอศึกษา นางก็พบว่าสหายร่วมเรียนได้รับบัตรเชิญของหลงอิงเป็นจำนวนมาก รวมถึงเหลยเหวินและจงเจิ้งเฟยด้วย
“ช่างเถิด เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด! ถือเสียว่าไว้หน้าฮูหยินผู้เฒ่าหลงแล้วกัน”
เมื่อจงเจิ้งเฟยเห็นว่าเหลยเหวินคิดได้เองแล้ว นางก็ยิ้มอย่างมีความหมาย แล้วเอ่ยออกไป “หลงอิงได้ที่หนึ่งในการประเมินการกลั่นโอสถครั้งนี้ก็สำเร็จมากพอแล้ว ยามนี้ก็จัดงานเลี้ยงชมบุปผาอีก จะต้องมิใช่แค่เพื่อเฉลิมฉลองเท่านั้นแน่!”
“เช่นนั้นเพื่อเหตุใดอีกเล่า? ข้าว่านางก็แค่อยากจะประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่านางเป็นอัจฉริยะ!” เหลยเหวินเอ่ยออกมาอย่างประชดประชัน
“มิได้ง่ายเช่นนั้นหรอก… เหวินเหวิน ตระกูลท่านตาของหลงอิงคือตระกูลเก๋อ และตระกูลฝ่ายฮูหยินของเจ้าแห่งทะเลก็คือตระกูลเก๋อเช่นกัน… นับตั้งแต่ที่มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของมหาเทพต่างก็กระจายไปอยู่ภายนอก อิทธิพลทุกประเภทก็พร้อมที่จะเคลื่อนพลกันทั้งนั้น!”
“ตระกูลหลงจัดงานเลี้ยงชมบุปผาเวลานี้ และคนส่วนใหญ่ที่เชิญก็ล้วนเป็นอัจฉริยะของสำนักศึกษาชิงหลงด้วย เจ้าลองคิดดูสิว่า หากนี่มิใช่การดึงดูดคนเก่งให้ตระกูลหลงแล้วจะเป็นสิ่งใดไปได้!”
“พวกเจ้าต้องรู้ไว้ว่า ที่สำนักศึกษาชิงหลงรับสมัครบัณฑิตครั้งนี้นั้นมิได้มีแค่สายวิชาปรุงโอสถของเราเท่านั้นที่มีอัจฉริยะ คะแนนของบัณฑิตทางสายการทำนายดวงดาว วิทยายุทธ์และการสร้างอาวุธล้วนมีความโดดเด่นทั้งสิ้น! และคนที่โดดเด่นเหล่านี้ก็ล้วนเป็นปรมาจารย์ในภายภาคหน้า!”
หลิงอวี๋ฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ จงเจิ้งเฟยดูเหมือนกำลังนินทา แต่ความจริงแล้วนางกำลังเตือนตนให้เลือกข้างให้ดีอยู่ใช่หรือไม่?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...