“เสี่ยวชี เจ้าอาศัยอยู่ที่ใด ข้าจะไปส่งเจ้า!”
เย่หรงรู้สึกว่าคุยกับหลิงอวี๋ถูกคอมาก จึงรู้สึกว่ายังมิพอ
“โรงเตี๊ยมเจ้าค่ะ!”
ในเมื่อหลิงอวี๋ตัดสินใจที่จะสร้างพันธมิตรกับเย่หรงแล้ว นางจึงมิลังเลที่จะบอกเรื่องของตนให้เขารู้
เย่หรงจึงเอ่ยออกมาอย่างประหลาดใจ “เจ้าสอบเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชิงหลงได้แล้วนี่ เหตุใดยังพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมอีกเล่า? โรงเตี๊ยมในเมืองหลวงแดนเทพราคามิใช่ถูก ๆ เจ้าทำเช่นนี้มิสู้ซื้อเรือนสักหลังน่าจะคุ้มค่ากว่าหรือ!”
หลิงอวี๋จึงยิ้มอย่างเย็นชา “เดิมทีข้ามีบ้านอยู่ แต่ถูกคนทำลายไปเสียแล้ว!”
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น? เจ้าเป็นศิษย์น้อยของอาสาม ใครกันที่ตาไร้แววกล้ามาทำลายเรือนของเจ้า?”
เย่หรงยิ่งก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีก
หลิงอวี๋จึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้เขาฟัง และสุดท้ายก็เอ่ยออกไป “เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของเหมียวหยางเป็นแน่ ข้าไม่มีศัตรูอยู่ในเมืองหลวงแดนเทพ และนอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครที่จะทำเรื่องเช่นนี้กับข้าด้วย!”
เย่หรงได้ยินเช่นนั้นก็โกรธมาก “ไป่หลี่ไห่กับหอโอสถไป๋เป่าอาศัยว่ามีการสนับสนุนของเจ้าแห่งทะเล จึงได้กล้าทำสิ่งชั่วร้ายเช่นนี้!”
“เสี่ยวชี เจ้ารอก่อนเถิด ข้าจะจับตัวเหมียวหยางมาให้เจ้า และจะระบายความโกรธให้เจ้าด้วย!”
หลิงอวี๋ส่ายหัว “มิต้องหรอกเจ้าค่ะ ข้ามีวิธีจัดการกับเขาแล้ว!”
“เย่หรง ที่ข้าบอกเรื่องนี้กับท่าน มิได้อยากจะขอให้ท่านช่วยออกหน้าให้ ข้าแค่อยากให้ท่านรู้ไว้ว่า หากไป่หลี่ไห่และเหมียวหยางรู้เข้าว่าข้ากับท่านไปมาหาสู่กัน ก็อาจจะนำความเดือดร้อนมาหาท่านได้!”
เย่หรงจึงได้เข้าใจความหมายของหลิงอวี๋ แล้วเขาก็กระตุกมุมปากอย่างดูถูก “แค่เพราะว่าข้าเย่หรงไม่มีความสามารถที่จะช่วยท่านแม่ของข้าออกมาได้ ก็มิได้หมายความว่าข้าจะเป็นคนที่ไม่มีความสามารถจริง ๆ หรอกนะ!”
“ไป่หลี่ไห่กับเหมียวหยางมินับว่าเป็นอะไรทั้งนั้น ข้าไม่มีทางกลัวพวกเขาหรอก!”
“เสี่ยวชี เจ้าเป็นคนที่มีความคิด ในเมื่อเจ้าบอกข้าว่ามิต้องยื่นมือเข้าไปแทรก ข้าก็จะเคารพเจ้า!”
“แต่หากว่าเจ้าจัดการมิได้ เจ้าต้องบอกข้า สหายของข้า ข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าถูกใครรังแกตามอำเภอใจเป็นอันขาด!”
หลิงอวี๋รีบปฏิเสธทันทีที่เห็นเช่นนั้น “เหวินเหวิน ข้ามิคิดว่าข้าใส่ชุดซ่อมซ่อนะ ตั้งแต่ดั้งเดิมมาหน้าที่ของอาภรณ์คือการให้ความอบอุ่น จะแต่งตัวดีหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดความต้องการของแต่ละคน!”
“เจ้ากังวลว่าข้าแต่งตัวจน ๆ ไปแล้วจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ แต่หากข้าใส่ชุดของเจ้าไป ข้าก็จะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเช่นกัน!”
“ข้าก็คือข้า แม้ว่าตอนนี้จะยากจน แต่ข้าก็พอใจกับมัน เพราะข้าเชื่อว่าตราบใดที่ข้าขยัน ข้าก็สามารถได้ทุกสิ่งที่ข้าต้องการ!”
หลังจากที่เหลยเหวินได้ยินคำพูดของหลิงอวี๋ นางก็ตะลึงแล้วมองหลิงอวี๋อย่างครุ่นคิด
ก่อนหน้านี้ เนื่องจากหลิงอวี๋และหลงอิงอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และได้ที่หนึ่งมา จึงมีหลายคนที่มีคำวิจารณ์ต่อหลิงอวี๋ ไปพูดลับหลังกันว่านางพึ่งพาผู้มีอำนาจและเห็นแก่ผลประโยชน์
เหลยเหวินก็มีปมในใจเช่นกัน จึงรู้สึกว่าหลิงอวี๋อาจจะเป็นคนเช่นนั้นจริง ๆ
แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงอวี๋ ปมในใจของเหลยเหวินก็คลายออกโดยสมบูรณ์แล้ว
นางเชื่อว่าคนที่สามารถพูดคำเช่นนี้ออกมาได้ คือคนที่มีความมั่นคงในตนเอง ไม่มีทางเป็นคนที่พึ่งพาผู้มีอำนาจอย่างแน่นอน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...