ใต้หล้านี้มีสตรีที่งดงามอยู่มากมาย!
บางคนก็พึ่งการแต่งตัวให้ตนดูงดงาม!
และบางคนก็พึ่งความเข้มแข็งภายในจิตใจทำให้งดงาม!
และในชั่วขณะนี้ เหลยเหวินรู้สึกว่าสหายของตนผู้นี้ ถึงแม้ว่าจะดูธรรมดาทั่วไป แต่ก็มิได้ด้อยไปกว่าสตรีที่แต่งหน้าแต่งตัวจัดเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
“เสี่ยวอวี๋ เจ้าจะต้องได้สิ่งที่เจ้าต้องการอย่างแน่นอน!”
เหลยเหวินเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ
หลิงอวี๋มีจิตใจที่แน่วแน่เช่นนี้ ทั้งยังมีพรสวรรค์ด้านการกลั่นโอสถอีก ในอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด นางจะต้องไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างแน่นอน
ทั้งสองยิ้มให้กันแล้วออกไปรอจงเจิ้งเฟย
และเมื่อมาถึงที่หน้าประตู รถม้าของตระกูลจงเจิ้งก็มาถึง
เนื่องจากเป็นตระกูลใหญ่ จึงเป็นรถม้าที่มีม้าลากสี่ตัวที่ดูหรูหรามาก พวกนางทั้งสามคนยิ้มแย้มพูดคุยกันไปขณะที่มุ่งหน้าไปที่บ้านของหลงอิง
“เสี่ยวอวี๋ ตระกูลของหลงอิงเป็นสายข้างเคียงของตระกูลหลง ดังนั้นที่ที่พวกเราจะไปกันจึงมิใช่คฤหาสน์ต้นตระกูล แต่เป็นคฤหาสน์ของครอบครัวนางเอง”
เหลยเหวินแนะนำหลิงอวี๋อย่างกระตือรือร้น “แม้ว่าจะเป็นเพียงสายข้างเคียง แต่ครอบครัวหลงอิงก็ใหญ่โตมากเช่นกัน ต้องจัดงานยิ่งใหญ่เช่นนี้ประจำทุกปีก็ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก…”
เหลยเหวินพูดถึงตรงนี้แล้วก็ขยิบตาให้หลิงอวี๋
หลิงอวี๋ก็เข้าใจในทันที เหลยเหวินจะบอกกับตนว่า อย่ามองว่าภายนอกหลงอิงดูร่ำรวย บางทีภายในครอบครัวของพวกเขาก็อาจจะมีความวุ่นวาย และต้องขัดสนอยู่บ้างเช่นกัน...
กระทั่งมาถึงบ้านของหลงอิง เมื่อเห็นสวนขนาดใหญ่และลานนับมิถ้วนนั้น หลิงอวี๋ก็เข้าใจความหมายในคำพูดของเหลยเหวินอย่างลึกซึ้งแล้ว
คฤหาสน์ขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องมีคนรับใช้หลายร้อยคน ต้องจัดงานใหญ่โตเช่นนี้ตลอด ก็จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากทุกปี!
แม้ว่าตระกูลหลงจะเป็นราชวงศ์ แต่ก็ไม่มีทางที่จะจัดสรรเงินไปดูแลสายข้างเคียงทุกสายได้อย่างมิสิ้นสุดกระมัง!
และเพื่อหน้าตาของตระกูลหลง ต่อให้สายข้างเคียงเหล่านี้จะขัดสน แต่ก็ทำได้เพียงพยายามแบกรับไป ทั้งที่ในใจก็มีคำบ่นอยู่เช่นกัน!
“ข้ารู้เพียงว่าอันดับหนึ่งของหอปรุงโอสถคือหลงอิง ศิษย์พี่หญิงของข้า! ที่สิงอวี๋สามารถคว้าที่หนึ่งมาได้ นั่นมิใช่เพราะได้ผลประโยชน์จากศิษย์พี่หญิงของข้าหรอกหรือไร!”
“หากนางมิได้อยู่กลุ่มเดียวกับศิษย์พี่หญิงของข้า คนเช่นนางก็คงมิสามารถเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชิงหลงได้หรอก!”
ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น หลิวซานก็เดินเข้ามาหา แล้วมองหลิงอวี๋อย่างดูถูกด้วยท่าทีหยิ่งยโส “เจ้ามีค่าเล่าเรียนห้าหมื่นหรือ? มิใช่ว่าศิษย์พี่หญิงของข้าเห็นเจ้าแล้วสงสาร จึงช่วยออกให้เจ้าใช่หรือไม่?”
“จะมาแสร้งทำตัวยิ่งใหญ่อะไรกับข้า? ถึงเจ้าจะให้ข้าถือรองเท้าให้เจ้า ข้าก็มิสนใจหรอก!”
หลิงอวี๋เหลือบมองหลิวซานผู้มิเห็นใครอยู่ในสายตา เห็นว่านางอายุเพิ่งจะสิบห้าสิบหกปี ใบหน้ากลม ดูหน้าตาสะสวย แต่แววตาเยาะเย้ยนั้นมิน่าพึงใจเสียจริง ๆ
“คุณหนูหลิวเคยได้ยินประโยคหนึ่งหรือไม่? ยอมรังแกคนแก่ ดีกว่าการรังแกคนหนุ่มสาวที่ยากจน! แค่เจ้าโดดเด่นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง มิได้หมายความว่าเจ้าจะโดดเด่นไปตลอดชีวิต!
“เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่า หนึ่งปีหลังจากนี้ข้าจะมิสามารถแซงหน้าเจ้าไปได้!”
“การแต่งตัวดีมิได้หมายความว่าเจ้ามีความสามารถ อย่างมากที่สุดก็แสดงให้เห็นว่าบิดามารดาของเจ้ามีความสามารถทำให้เจ้ามิต้องกังวลเรื่องอาภรณ์และอาหารได้ แต่พึ่งพิงภูเขา ภูเขาก็อาจถล่มลงมาได้ มีแต่พึ่งพิงตนเองเท่านั้นจึงจะสามารถอยู่ได้ระยะยาว
“ข้าสิงอวี๋ไม่มีพ่อแม่ให้พึ่งพา ข้าพึ่งพาความสามารถของตัวข้าเองในการเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชิงหลง และในภายภาคหน้าข้าก็จะพึ่งพาตนเองไปคว้าสิ่งข้าที่ต้องการ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...