หลิงอวี๋ออกจากบ้าน แล้วก็ตรงไปที่จวนเจ้าแห่งทิศใต้
นางให้คนเฝ้ายามไปรายงานหลงเพ่ยเพ่ย เมื่อคนเฝ้ายามได้ยินว่านางมาหาหลงเพ่ยเพ่ย ก็รีบส่งคนเข้าไปรายงานในทันที
หลิงอวี๋ยืนอยู่ที่หน้าประตู ก่อนหน้านี้นางเคยผ่านจวนเจ้าแห่งทิศใต้ และรู้สึกเพียงว่าจวนเจ้าแห่งทิศใต้นั้นหรูหรามาก นางมิเคยคาดคิดว่าวันหนึ่งตนจะต้องติดต่อกับจวนเจ้าแห่งทิศใต้
หลังจากรอไปสักพัก ก็เห็นหลงเพ่ยเพ่ยพานางรับใช้หนึ่งคนเดินออกมาอย่างรีบร้อน
เมื่อหลงเพ่ยเพ่ยเห็นหลิงอวี๋ก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วง “มีเรื่องอันใดหรือ? มิเช่นนั้นมืดค่ำป่านนี้เจ้าก็คงมิมาหาข้ากระมัง!”
ความเฉียบแหลมของหลงเพ่ยเพ่ยทำให้หลิงอวี๋รู้สึกชื่นชมยิ่งนัก นางจึงดึงหลงเพ่ยเพ่ยไปยืนด้านข้าง แล้วเอ่ยเบา ๆ “ข้าอยากให้เจ้าช่วย เวลานี้ข้านึกมิออกว่านอกจากเจ้าแล้วจะมีผู้ใดช่วยข้าได้ ข้าจึงมาหาเจ้า!”
“เจ้าอย่าได้กังวล บอกข้ามา หากข้าสามารถช่วยได้ข้าก็จะช่วยอย่างแน่นอน!” หลงเพ่ยเพ่ยเอ่ยปลอบใจ
หลิงอวี๋หายใจเข้าลึก ๆ ระหว่างทางที่มานางได้เตรียมคำพูดไว้แล้ว จึงเอ่ยออกไป “เจ้าก็รู้ว่าข้ามาหาโอกาสที่เมืองหลวงแดนเทพกับพี่ใหญ่ของข้า และพี่ใหญ่ก็เป็นญาติเพียงคนเดียวของข้า!”
“แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังมิกลับมาเลย ข้ากังวลว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเขา!”
เมื่อหลงเพ่ยเพ่ยได้ยินดังนั้นก็มิได้หัวเราะที่หลิงอวี๋กังวลจนเกินไป
จากความเข้าใจที่นางมีต่อหลิงอวี๋นั้น หากสิงจั๋วแค่กลับบ้านช้า หลิงอวี๋ไม่มีทางวิ่งออกมาหาตนด้วยความกังวลเช่นนี้แน่
“เจ้าคิดว่าผู้ใดที่ประสงค์ร้ายต่อพี่ชายเจ้า?” หลงเพ่ยเพ่ยเอ่ยถาม
หลิงอวี๋เหลือบมองหลงเพ่ยเพ่ย หญิงสาวผู้นี้แตกต่างจากคุณหนูตระกูลขุนนางโดยทั่วไปจริง ๆ หากเป็นผู้อื่น จะต้องคิดว่าตนทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เป็นแน่
สิงจั๋วเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขามีกลุ่มสหายของเขา การที่เขากลับบ้านช้าไปช่วงหนึ่งแล้วตนออกมาตามหา ก็ค่อนข้างจะเป็นการทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปจริง ๆ
แต่หลงเพ่ยเพ่ยมิได้เยาะเย้ยนาง ทั้งยังถามเข้าประเด็นสำคัญด้วย หลิงอวี๋รู้สึกว่ามิควรประเมินหญิงสาวผู้นี้ต่ำเกินไปจริง ๆ
“พวกเราเพิ่งมาถึงเมืองหลวงแดนเทพได้มินาน ข้าคิดมิออกว่าไปมีความแค้นฝังลึกกับผู้ใดจนพวกเขามุ่งเป้ามาที่ข้าเช่นนี้!”
หลิงอวี๋คิดไปพลางพูดไป “ก่อนหน้านี้หลงอิงกับข้าร่วมมือกันจนได้ที่หนึ่งมา ตอนนั้นนางบอกว่าต้องการจะปรามจ้าวหรุ่ยหรุ่ย จ้าวหรุ่ยหรุ่ยอาจจะโกรธแค้นข้าอยู่ในใจก็เป็นได้!”
หลงเพ่ยเพ่ยจึงเอ่ยออกมา “เจ้ากลับไปรอก่อนเถิด ข้าจะจัดการให้คนไปตามหาพี่ชายของเจ้าให้เอง เจ้ามิต้องกังวล ขอเพียงพี่ชายของเจ้ามิได้ถูกทำร้าย ข้ารับรองว่าจะให้คนพาเขากลับไปหาเจ้าก่อนรุ่งสาง!”
“ขอบคุณนะ!”
หลิงอวี๋กล่าวลาหลงเพ่ยเพ่ยแล้วเดินทางกลับบ้าน นางคอยระวังตัวอยู่ตลอดทาง แต่จนกระทั่งถึงบ้านก็มิเห็นจะมีผู้ใดลงมือกับตน
กระทั่งเข้าประตูไป ก็ยังเป็นไปตามที่คาดไว้ คือผู้รอบรู้ยังมิกลับมา
หลิงอวี๋นั่งลงที่ข้างโต๊ะ แล้วจ้องมองตะเกียงน้ำมัน พลางครุ่นคิด
หากผู้รอบรู้ถูกเหมียวหยางจับตัวไปก็คงพอจะรับมือได้ แต่หากถูกพวกจ้าวหรุ่ยหรุ่ยจับตัวไป ตัวตนของนางจะยังปกปิดได้อยู่หรือ?
แม้ว่าการแปลงโฉมของนางจะพิเศษ ทว่าหากพบหมอยาที่เก่งกว่าจ้าวหรุ่ยหรุ่ย ก็มิอาจปกปิดไว้ได้...
เช่นนั้นควรจะใช้วิธีใดหนีจากภัยพิบัติครั้งนี้กันนะ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...