ก่อนการประลองจะสิ้นสุดลง?
ฉินซานกับเผยอวี้ได้ยินคำพูดของเซียวหลินเทียนแล้วก็มองหน้ากันไปมา
เผยอวี้อยากจะร้องไห้
มิใช่เพราะเซียวหลินเทียนให้เวลาพวกเขาน้อยเกินไปหรอก!
แต่ว่า ในฐานะที่เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น เขาจะต้องตกต่ำจนกลายเป็นโจรปล้นทรัพย์หรือ?
ฝ่าบาท นี่คือการลงโทษที่พวกเราประมาทจนทำให้สิงจั๋วถูกแก้แค้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?
ฉินซานมิได้ “อ่อนไหว” ดังเช่นเผยอวี้ เมื่อเขาได้รับบัญชาจากเซียวหลินเทียนมา สมองของเขาก็ครุ่นคิดในทันที
มีเวลาเพียงแค่หนึ่งวันกว่าเท่านั้น จะไปชิงทรัพย์สินของตระกูลเหมียวมาโดยที่มิถูกจับได้ได้อย่างไร?
ฉินซานมิได้รู้สึกว่าเซียวหลินเทียนกำลังลงโทษพวกเขา เขาเข้าใจว่าคำสั่งของเซียวหลินเทียนเป็นการระบายความโกรธแทนหลิงอวี๋และสิงจั๋ว
แต่ฉินซานและเผยอวี้ต่างก็เป็นแม่ทัพของราชสำนัก พวกเขามิเคยทำเรื่องการปล้นมาก่อน พวกเขาจึงมิรู้ว่าจะเริ่มลงมือจากที่ใด
ทั้งสองคนอับจนหนทาง คิดแผนไว้สองสามแผนแต่ก็รู้สึกว่ามิเหมาะสมสักแผน
แล้วจู่ ๆ ฉินซานก็นึกถึงเย่หรงขึ้นมา ช่วงนี้เย่หรงกำลังคิดวิธีหาเงินอยู่ ฉินซานมีสัญชาตญาณบางอย่างว่าเย่หรงจะต้องกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่เป็นแน่
ทว่ามิตรภาพระหว่างเย่หรงกับเขาก็ยังมิลึกซึ้งมากพอ เย่หรงจึงมิเคยเปิดเผยอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย
แต่จากการที่ฉินซานได้ผ่านการติดต่อกับเย่หรง เขารู้สึกว่าคนผู้นี้มีความยึดมั่นในความถูกต้องมากทีเดียว
เซียวหลินเทียนให้ตนเข้าใกล้หลิงอวี๋ผ่านการเข้าหาเย่หรงมิใช่หรือ?
หากมีความลับในเรื่องเดียวกัน เย่หรงจะต้องมองว่าตนเป็นสหายสนิทอย่างแน่นอน
ฉินซานรู้สึกว่าการปล้นตระกูลเหมียวนั้น เป็นโอกาสที่จะได้กระชับความสัมพันธ์กับเย่หรง เขาจึงไปหาเซียวหลินเทียนแล้วบอกความคิดที่อยากจะดึงเย่หรงมาเข้าร่วมการปล้นตระกูลเหมียว
เซียวหลินเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าแล้วเอ่ยออกไป “ได้ นี่ก็นับว่าเป็นการทดสอบเช่นกันว่าเย่หรงคู่ควรที่จะเชื่อใจหรือไม่ ท่านทำตามที่เห็นสมควรเถิด!”
จากเรื่องของสิงจั๋วทำให้เซียวหลินเทียนได้รู้ว่า ในเมืองหลวงแดนเทพนี้เขามิสามารถทำทุกอย่างด้วยตนเองได้ เรื่องที่ควรปล่อยก็ต้องปล่อยไป
ทันทีที่เย่หรงได้ยินว่าจะปล้นตระกูลเหมียว ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา แล้วลากฉินซานออกไป
กระทั่งทั้งสองคนหาภัตตาคารได้แล้ว เย่หรงก็รอมิไหวเอ่ยถามออกมา “เหตุใดพวกท่านต้องปล้นตระกูลเหมียว มิได้เป็นเพียงแค่ช่วยพวกเราระบายความโกรธหรอกกระมัง?”
ฉินซานคิดคำพูดไว้แล้ว จึงเอ่ยออกมาอย่างลึกซึ้งและยากที่จะคาดเดาได้ “เงินที่มิชอบธรรมนั้น ผู้ที่ได้เห็นก็ย่อมมีส่วนแบ่ง ขอพูดกับท่านโดยมิปิดบังเลยแล้วกัน ตระกูลอู่ของเราอาศัยสิ่งนี้จึงได้มีฐานะขึ้นมา!”
“แน่นอนว่าพวกเรามิเคยปล้นราษฎรที่ยากจน ปล้นแค่ขุนนางทุจริตและคนรวยที่ไร้ความเมตตาเช่นตระกูลเหมียว!”
“พี่หรง ข้าเห็นว่าท่านเป็นคนที่ยึดมั่นในความถูกต้อง จึงได้ชวนให้ท่านเข้าร่วมกลุ่ม หากท่านมิยินดี ก็ถือเสียว่าข้ามิได้พูดกระะไรทั้งนั้นเถิด!”
“ทว่าหากท่านยินดีที่จะเข้าร่วมพวกเราค่อยมาคุยรายละเอียดกัน ถึงอย่างไรหลังจากที่เสร็จเรื่องแล้วท่านก็จะได้สามส่วน พวกเราเจ็ดส่วน จะเป็นสี่ต่อหกก็ได้ ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของท่าน!”
เดิมทีเย่หรงเป็นคนที่มีทั้งด้านดีและด้านร้ายในตัวอยู่แล้ว เรื่องคำสอนของตระกูลที่เป็นแบบแผนดั้งเดิมอะไรนั่นเขามิได้เก็บมาใส่ใจนานแล้ว เมื่อได้ฟังคำพูดของฉินซานเขาจึงคิดได้ทันที
เขากำลังกังวลว่าจะไม่มีโอกาสหาลู่ทางทำเงิน หากทำเรื่องนี้สำเร็จ รอให้ช่วยท่านแม่ของเขาออกมา พวกเขาก็จะมิต้องกังวลเรื่องชีวิตหลังจากนี้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังต้องการคนไปช่วยตนให้ช่วยท่านแม่ หากพี่น้องตระกูลอู่พึ่งพาได้ เช่นนั้นพวกเขาก็จะเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของตน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...