เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 100

นางพูดเสียงเบา มองรถม้าที่จอดอยู่ลึกเข้าไปในตรอก ก่อนจะรีบลุกขึ้นประคองหนิงจู๋ให้ยืนขึ้น

เด็กสาวไหนเลยจะเคยเจอเหตุการณ์น่าสะพรึงเช่นนี้มาก่อน นางหวาดกลัวจนขาทั้งสองข้างอ่อนแรงสั่นเทาไม่หยุด

“คุณหนู บ่าว บ่าวลุกไม่ขึ้นแล้วเจ้าค่ะ” หนิงจู๋กล่าวเสียงสะอื้น พลางยื่นมือผลักมู่เหยา “คุณหนูรีบหนีไปเถิด บ่าวตายก็ช่างปะไร แต่คุณหนูต้องห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาดนะเจ้าคะ!”

นางเป็นเพียงแค่สาวใช้ ตายไปก็ไม่เป็นไร

มู่เหยาตาแดงก่ำ มองเข้าไปในตรอกลึก เห็นร่างเงาเลือนรางค่อย ๆ เดินมาทางนี้

นางคว้าแขนของหนิงจู๋ไว้แน่น กวาดสายตามองไปที่กองหญ้าแห้งข้างทาง

“ไปทางนั้น! ไปทางนั้น!”

หนิงจู๋พยักหน้ารับ ทั้งคลานทั้งกลิ้งเข้าไปในกองหญ้า แต่ทว่ากองหญ้านี้พอจะซ่อนคนคนหนึ่งได้มิดชิด

แต่หากเป็นสองคนก็ดูจะโจ่งแจ้งเกินไป

เมื่อเห็นสภาพของหนิงจู๋ มู่เหยาจึงกัดฟันแน่น โกยฟางมาสุมทับบนร่างของหนิงจู๋

“หนิงจู๋ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด รอข้ากลับมา!”

หนิงจู๋น้ำตาไหลพราก รีบพยักหน้า

นางรู้ดีว่าสภาพของตนที่ขยับไปไหนไม่ได้ในตอนนี้ มีแต่จะเป็นตัวถ่วงของคุณหนูเท่านั้น

เมื่อแน่ใจว่ากองฟางนั้นปิดบังร่างของหนิงจู๋จนมิดชิดแล้ว มู่เหยาจึงรีบวิ่งตรงไปยังปากตรอกด้านนอก

ทว่าเพิ่งวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว ขณะที่กำลังจะพ้นปากตรอกอยู่แล้วนั้น เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกก็พลันดังขึ้นจากเบื้องหลัง!

“คุณหนูมู่ ไม่สิ มู่เสี้ยนจู่กำลังจะหนีไปไหนหรือ?”

น้ำเสียงของชายผู้นั้นแหบพร่า เจือไปด้วยความตื่นเต้นของนายพรานที่เพิ่งค้นพบเหยื่อ ทำเอาผู้ฟังรู้สึกเย็นเยียบไปถึงสันหลัง

มู่เหยารีบหันกลับไปมอง สายตาถูกดึงดูดด้วยดาบยาวในมือชายผู้นั้น

ในชั่วพริบตา ภาพความทรงจำในอดีต ที่ดาบยาวเล่มนั้นฟาดลงมาที่นางก็ผุดขึ้นในหัว!

สิ่งที่แตกต่างเพียงอย่างเดียว ก็คือดาบในมือของชายตรงหน้าเล่มนี้ยังไม่ได้เปรอะเปื้อนเลือดมาก่อน!

“ดาบเล่มนี้ มู่เสี้ยนจู่คงจะคุ้นเคยดีกระมัง?” ชายชุดดำสะบัดข้อมือเล็กน้อย แสงจันทร์สะท้อนคมดาบจนเกิดเป็นเงามายาวูบไหว

มู่เหยาถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่เพิ่งจะถอยได้เพียงสองก้าว ก็รู้สึกว่าแผ่นหลังของตนชนเข้ากับบางสิ่ง!

นางตกใจจนตัวแข็งทื่อ พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร

หัวใจของนางหล่นวูบ ทรุดกายนั่งลงบนพื้น

“เจอสาวใช้คนนั้นหรือยัง?”

ชายชุดดำที่อยู่เบื้องหลังมู่เหยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซึ่งกลับทำให้มู่เหยารู้สึกคุ้นหูอย่างน่าประหลาด

ราวกับเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน?

ทิ้งท้ายประโยคไว้เพียงเท่านั้น ชายผู้ถือกริชก็พาคนของตนอีกหลายคนลับหายไปจากปากตรอกอย่างรวดเร็ว

ท่าทางรีบร้อนถึงเพียงนั้น ราวกับกำลังหลบหนีผู้ใดอยู่?

มู่เหยาเพิ่งจะเกิดความสงสัยในใจ ชายชุดดำถือดาบยาวข้างหลังก็ยิ้มพลางเดินเข้ามาใกล้

“มู่เสี้ยนจู่ช่างงดงามสมคำร่ำลือในเมืองหลวงจริง ๆ ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นเช่นไร...”

สายตาของชายถือดาบยาวที่มองสำรวจอย่างไม่ปิดบัง ทำให้แววตาของมู่เหยาเย็นเยียบลง

เมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายเก็บดาบยาวแล้วยื่นมือมายังหน้าอกของนาง มู่เหยาก็พลันยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว ใช้ปิ่นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแทงทะลุฝ่ามือของชายผู้นั้นทันที

ทว่าแขนขวาของนางนั้นเคลื่อนไหวติดขัด ทำให้แขนซ้ายเรี่ยวแรงถดถอย

แม้จะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ก็ทำได้เพียงแค่แทงทะลุฝ่ามือของอีกฝ่ายเท่านั้น

“อ๊ากกก! มือข้า! นังแพศยา วันนี้ข้าจะจัดการเจ้าตรงนี้ให้ได้!”

อาศัยจังหวะที่ชายถือดาบยาวกำลังร้องโหยหวน มู่เหยาก็รีบยันกายลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งไปยังปากตรอก

“ช่วย...”

ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจนจบประโยค ก็ถูกคนกระชากกลับไป!

“นังแพศยา! อย่าคิดว่าจะร้องเรียกให้ใครมาช่วยได้ วันนี้ข้าผู้นี้จะเอาเจ้าให้ได้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง