“คนที่อยู่ที่นี่ ล้วนผ่านการอบรมมาอย่างดี รับรองว่าต้องเป็นที่พอใจของพวกท่านเจ้าค่ะ”
แม่ชีหวังเอ่ยพลางยิ้มแย้ม ก่อนจะโบกมือให้คนที่อยู่ด้านหลัง เหล่าแม่ชีจึงรีบพาเด็ก ๆ จากไป
ส่วนแม่ชีหวังยังคงอยู่เพื่อรินน้ำชาให้คนทั้งสอง
ขณะเดียวกันก็ชำเลืองมองเยี่ยนสวินที่นั่งนิ่งไม่พูดจาอยู่เป็นระยะ
เมื่อชิงอิ่งเห็นท่าทีไม่น่าไว้ใจของนาง ก็หรี่ตาลงพร้อมเอ่ยเสียงเย็นเพื่อเตือนสติ “แม่ชีกำลังมองอันใดอยู่รึ?”
แม่ชีหวังสะดุ้งสุดตัว พอเงยหน้าขึ้นตามเสียงก็สบเข้ากับแววตาคู่หนึ่งที่เย็นเยือกราวกับหิมะในฤดูหนาว
นางตกใจจนเกือบจะถือกาน้ำชาไว้ไม่อยู่!
“ฮ่า...ฮ่า ข้าแค่รู้สึกคุ้นหน้าพวกท่านทั้งสองมาก เหมือนเคยพบที่ใดมาก่อน”
มู่เหยาหลุบตาลงยิ้มบาง ๆ นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามขอบถ้วยชา “แม่ชีมิต้องมองสามีข้าหรอก เรื่องทั้งหมดในบ้านล้วนเป็นข้าที่จัดการ จะซื้อคนหรือใช้คน ก็ล้วนแต่ข้าเป็นคนตัดสินใจทั้งสิ้น”
แม่ชีหวังหัวเราะแห้ง ๆ พลางรีบเอนตัวไปทางมู่เหยาเล็กน้อย
ทว่าในใจกลับรู้สึกดูแคลนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนั้นอยู่บ้าง ท่าทางดูเย็นชา นึกว่าจะเป็นคนที่ร้ายกาจสักเท่าใด
ที่ไหนได้ กลับเป็นพวกกลัวเมียนี่เอง!
“มาแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงของแม่ชีดังขึ้นจากด้านนอกอีกครั้ง แม่ชีหวังรีบวางถ้วยชาแล้วเดินออกไป
“ยืนให้ดี ๆ วันนี้ถ้าใครได้รับความเมตตาจากผู้สูงศักดิ์ ก็จะได้ไปเสวยสุขแล้ว! พวกเจ้าต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี!”
แม่ชีหวังพูดพลางแอ่นอกเดินตรวจดูเด็กผอมโซเหล่านี้ไปรอบหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยดีแล้ว จึงหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง “ฮูหยิน มีคนที่ถูกใจบ้างหรือไม่เจ้าคะ?”
มู่เหยาขมวดคิ้วแสร้งทำเป็นครุ่นคิด
ราวกับกำลังพิจารณาเลือกสรรอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“หลานฮูหยิน มีคนที่พอใจหรือไม่เจ้าคะ?”
ในขณะที่แม่ชีหวังกำลังคิดว่าครั้งนี้ตนเองจะต้องทำให้นางพอใจได้อย่างแน่นอน
มู่เหยากลับปรายตามองนางเพียงแวบเดียว ทว่าสายตาเพียงแวบเดียวนั้นกลับทำให้แม่ชีหวังเหงื่อไหลซึมไปทั้งแผ่นหลัง
“แม่ชีหวัง ท่านคิดว่าข้าเป็นคนโง่มีเงินเหลือใช้ หลอกลวงได้ง่ายมากหรืออย่างไร?”
เยี่ยนสวินเห็นดังนั้นก็ตบโต๊ะเสียงดังปัง
เสียงที่ดังสนั่นทำให้แม่ชีหวังตัวสั่นเทิ้ม
“ว่าอย่างไร! พวกเจ้าคิดจะหลอกลวงภรรยาข้างั้นรึ!”
แม่ชีหวังแอบถลึงตาใส่แม่ชีสองสามคนที่พาคนมาในใจ พลางคิดว่าต้องเป็นเพราะแม่ชีพวกนี้เห็นว่าช่วงนี้ไม่มีใครมา จึงได้ยักยอกเงินไปมากเกินควร!
มิฉะนั้นแล้ว ต่อให้เด็กจะผอมแห้ง ก็ไม่ควรจะมีสีหน้าเช่นนี้!
แต่ในไม่ช้า แม่ชีหวังก็คิดหาคำแก้ตัวได้ นางถอนหายใจอย่างจนใจ “ฮูหยินไม่ทราบ เมื่อไม่นานมานี้ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ เด็ก ๆ มีมากมาย แค่คนหนึ่งติดก็แพร่ต่อไปเรื่อย ๆ...จึงได้ดูผอมแห้งเช่นนี้”
“แต่ท่านวางใจได้ ตอนนี้โรคของพวกเขาหายดีหมดแล้ว รับรองว่าจะไม่นำโรคติดตัวกลับไปยังจวนของท่านอย่างแน่นอน”
ใบหน้าของมู่เหยาฉายแววสลดใจ น้ำเสียงแฝงความห่วงใย “ถ้าเช่นนั้น เงินที่ราชสำนักจัดสรรลงมา ก็ถูกนำไปใช้รักษาเด็ก ๆ เหล่านี้จนหมดสิ้นแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นว่านางหลอกง่ายเช่นนี้ ใจที่แขวนอยู่ของแม่ชีหวังก็สงบลง พยักหน้าตามคำพูดของนาง “ใช่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อไปถึงเรือนของฮูหยินแล้ว เพียงแค่ให้กินอะไรสักหน่อย สีหน้าก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
เมื่อจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ในแววตากลับมีแต่การคำนวณของแม่ชีหวัง ในใจของมู่เหยาก็ยิ่งเย็นเยียบลงไปอีก
นางโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์ “ช่างเถิด ในเมื่อเคยป่วยมาก่อนก็ให้พักฟื้นอยู่ที่นี่ต่อไป วันหน้าหากข้าต้องการ ค่อยมาใหม่ก็ยังไม่สาย”
พูดจบ มู่เหยาก็ทำท่าจะลุกขึ้น
แม่ชีหวังถึงกับตะลึง ใบหน้าฉายแววลนลานอย่างปิดไม่มิด!
เหตุใดเทพเจ้าแห่งโชคลาภผู้นี้ถึงได้อารมณ์แปรปรวนเช่นนี้!
“หลานฮูหยิน ท่านอย่าเพิ่งไปสิเจ้าคะ ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าต้องการคนเฝ้าบ้านเฝ้าเรือนไม่ใช่หรือ ข้าให้คนไปตามหาแล้ว ท่านรออีกสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
จากข่าวที่คนผู้นั้นส่งมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ เดิมทีแม่ชีหวังคิดจะใช้เด็กที่ยังไม่โตเต็มที่เหล่านี้หลอกลวงให้ผ่านพ้นไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...