ทว่าเมื่อเทียบกับเด็กก่อนหน้าแล้ว คนเหล่านี้ดูแข็งแรงกว่ามากนัก!
“ฮูหยิน ท่านเห็นเป็นอย่างไรเจ้าคะ?”
มู่เหยาเหลือบมองแม่ชีหวัง แววตาที่ฉายแววรำคาญใจยังไม่จางหายไปเสียทั้งหมด
แม่ชีหวังได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ แล้วหุบปาก แต่ในใจกลับก่นด่าสาปแช่ง
“ท่านพี่ลองเลือกดูเถิดเจ้าค่ะ หากถูกใจ พวกเราจะซื้อทั้งหมดไว้ก็ย่อมได้”
มู่เหยายกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบังปากพลางกระแอมเบา ๆ ถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี ไม่ควรออกหน้าเลือกคนโดยตรง
“ย่อมต้องฟังฮูหยินอยู่แล้ว” มุมปากของเยี่ยนสวินยกขึ้นเล็กน้อย แสดงท่าทีของบุรุษผู้ยอมลงให้ภรรยาทุกอย่าง
อาจเพราะอยากจะสร้างบารมี ตอนที่ลุกขึ้นยืนจึงตั้งใจกระแอมเสียงเบา เพื่อให้คนรู้สึกว่าเขาทรงอำนาจอยู่บ้าง
เยี่ยนสวินก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ มองผิวเผินเหมือนกำลังพิจารณารูปร่างของหนุ่มน้อยเหล่านี้ แต่แท้จริงแล้วสายตากลับสำรวจอยู่ที่ช่วงเอวของพวกเขา
หลังจากพบป้ายไม้ที่ต้องการ สีหน้าของเขาก็พลันเย็นชาลงในทันใด
เยี่ยนสวินซ่อนแววตาเย็นยะเยือกนั้นไว้แล้วมองไปยังแม่ชีหวัง แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจพลางเอ่ยถาม “ป้ายไม้นี่คืออะไรหรือ?”
เมื่อเห็นผู้สูงศักดิ์สงสัย แม่ชีหวังก็รีบเอ่ยอธิบาย “ป้ายไม้นี้เป็นวิธีจดจำคนของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของพวกเราเจ้าค่ะ บนนั้นจะสลักชื่อของเด็กเอาไว้ ป้ายไม้ของแต่ละที่จะแตกต่างกัน ของพวกเรานั้น ด้านหลังจะสลักรูปเงินหยวนเป่าเอาไว้หนึ่งก้อนเจ้าค่ะ”
พอได้ยินว่าสลักรูปเงินหยวนเป่า มุมปากของมู่เหยาก็กระตุกวูบหนึ่ง
ช่าง…หน้าเงินเสียจริง!
แม้แต่สัญลักษณ์ยังใช้เป็นรูปเงินหยวนเป่า!
เยี่ยนสวินลอบส่งสายตาไปทางฉางชิง เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า แววตาอันเย็นชาของเขาก็เผยออกมา
“เช่นนั้นก็หมายความว่า คนที่พกป้ายไม้สลักลายหยวนเป่า ก็คือคนของพวกเจ้างั้นหรือ?”
แม้แม่ชีหวังจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายตรงหน้าถึงถามเช่นนี้ แต่เมื่อคิดว่าไม่อาจล่วงเกินเทพเจ้าแห่งโชคลาภได้ จึงพยักหน้ารับว่าเป็นเช่นนั้น
ทันทีที่สิ้นเสียงของนาง ที่ปลายเท้าก็มีป้ายไม้เปื้อนเลือดชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้น
และบริเวณที่เปื้อนเลือดหนาที่สุด ก็คือรอยสลักรูปเงินหยวนเป่าอย่างชัดเจน!
“แม่ชีหวังคงจะคุ้นเคยกับป้ายไม้ที่อยู่ปลายเท้าของท่านดีกระมัง” น้ำเสียงของมู่เหยาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง แววตาของนางก็เย็นชายะเยือกจนน่ากลัว
เหล่าแม่ชีคนอื่น ๆ เกิดความรู้สึกไม่ดี ตั้งท่าจะหันหลังวิ่งหนี
ทันใดนั้น เหล่าเจ้าหน้าที่ก็พุ่งเข้ามาจากนอกลานบ้าน ในมือแต่ละคนถือดาบยาวจี้ไปยังพวกนาง
ทำเอาเหล่าแม่ชีตกใจจนกรีดร้องเสียงหลง ถอยกลับเข้าไปในเรือนอย่างลนลาน
เมื่อมู่เหยาเห็นภาพนี้ก็ค่อนข้างประหลาดใจ นางเหลือบมองไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นเยี่ยนสวินส่งสายตาให้นางวางใจ ในใจของนางก็สงบลงในทันที
ฉางซุ่ย ใต้เท้าของเจ้าเล่า?” เยี่ยนสวินตะโกนถามไปยังเบื้องหลังเหล่าเจ้าหน้าที่
ชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดข้าราชการ สวมหมวกขุนนาง เดินฝ่ากลุ่มคนออกมายังเบื้องหน้าของคนทั้งสอง เขาประสานมือคารวะผู้ที่นั่งอยู่
เมื่อรู้ว่าเสียใจไปก็ไร้ประโยชน์ แม่ชีหวังจึงตัดสินใจแข็งใจคิดจะแถให้ผ่านไป
สิ้นเสียงของนาง ดาบยาวเล่มหนึ่งก็จ่อเข้ามาที่ลำคอทันที คมดาบเย็นเยียบแนบชิดติดผิวเนื้อ
เพียงแค่นางขยับตัวแรงอีกนิด ก็คงได้เห็นเลือดเป็นแน่!
“ไม่ทราบจริงหรือ?”
เยี่ยนสวินเลิกคิ้วขึ้น จิบชาอย่างสบายอารมณ์ “แล้วพวกเจ้าเล่า จะพูดหรือไม่พูด? หากไม่พูด เมื่อเข้าไปในคุกของศาลต้าหลี่แล้ว ต่อให้ไม่อยากพูด ก็ต้องพูดออกมาอยู่ดี”
ประโยคหลังนี้เห็นได้ชัดว่ากล่าวกับเหล่าแม่ชีที่หลบอยู่มุมห้อง
เพียงแค่มองท่าทางตื่นตกใจของคนเหล่านี้ ก็ดูออกว่ามิได้อยู่ในระดับเดียวกับแม่ชีหวัง
เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด คนเหล่านี้ย่อมต้องทรยศผู้อื่นเป็นธรรมดา
เป็นไปดังที่เยี่ยนสวินคาดไว้ เหล่าแม่ชีเพียงแค่เหลือบมองแม่ชีหวังอย่างตัวสั่น แล้วก็แย่งกันพูดจาเซ็งแซ่
ฉางซุ่ยฟังแล้วปวดหัว ขมวดคิ้วตวาดเสียงดัง “พูดทีละคน!”
คนอื่นพลันเงียบกริบ เปิดทางให้คนที่อยู่หน้าสุดค่อย ๆ พูดออกมา
“แผ่นไม้นี้เป็นของที่มีเฉพาะในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเรา คนผู้นี้ก็เพิ่งถูกขายออกไปเมื่อไม่นานมานี้ เพียงแต่ผู้ที่จัดการเรื่องนี้ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นแม่ชีหวังเจ้าค่ะ”
“เจ้า!” แม่ชีหวังคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพูดออกมาจริง ๆ โกรธจนเตรียมจะพุ่งเข้าไปทำร้ายคน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...