แต่ทันทีที่นางขยับตัว คมดาบยาวที่จ่อคออยู่ก็กระชับเข้ามาอีกหนึ่งนิ้ว ทำให้นางตกใจจนไม่กล้าขยับเขยื้อน ได้แต่จ้องมองคนเหล่านั้นด้วยความเคียดแค้น
“การค้าขายสำคัญล้วนผ่านมือแม่ชีหวัง พวกเราเพียงแค่ขายเด็กเล็กเท่านั้น ข้าบอกได้เพียงว่าคนผู้นี้เป็นเด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเราจริง แต่ถูกขายไปที่ใดนั้นมีเพียงแม่ชีหวังเท่านั้นที่รู้”
เมื่อสอบถามแม่ชีคนอื่น ๆ ก็ได้ความเช่นเดียวกันกับที่แม่ชีคนก่อนหน้าได้กล่าวไว้
ฉางซุ่ยจึงสั่งให้คนนำพาแม่ชีและคนหนุ่มเหล่านี้ออกไปก่อน เหลือทิ้งไว้เพียงแม่ชีหวังไว้ในห้องตามลำพัง
ส่วนคนที่ถูกพาออกไปนั้นย่อมถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
ต้องไม่ให้ใครส่งข่าวออกไปได้!
“แม่ชีหวัง ท่านลองคิดดูให้ดี หากไม่ยอมพูดที่นี่ เมื่อใดที่ออกจากที่นี่ไปแล้วมีคนต้องการจะฆ่าท่าน พวกเราคงคุ้มครองท่านไม่ได้”
มู่เหยาเอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบเฉย พลางเหลือบตามองแม่ชีหวัง
ความหมายที่แฝงอยู่ในวาจานี้ คนตรงหน้าย่อมเข้าใจดี
เป็นดังคาด สีหน้าของแม่ชีหวังเริ่มสั่นคลอน นางย่อมรู้ดีว่าคำพูดของมู่เหยานั้นใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
“ข้า... หากข้าพูดแล้ว จะรับประกันชีวิตข้าได้หรือไม่?”
ฉางซุ่ยพยักหน้าเงียบ ๆ พลางส่งสัญญาณให้คนที่ถือพู่กันจดบันทึก
อีกสักครู่ต้องนำขึ้นไปให้ใต้เท้าอ่าน!
“คนกลุ่มนี้ข้าเป็นคนจัดการทั้งหมดจริง ถูกขายไปยังหอชุนเซียงเพื่อเป็นผู้คุ้มกัน แต่หอชุนเซียงนำไปทำสิ่งใดต่อนั้น ข้าไม่ทราบจริง ๆ...”
แม่ชีหวังหลับตาลงแล้วกล่าวต่อ “หลังจากเราส่งคนไปยังหอชุนเซียงแล้ว ก็ตัดขาดการติดต่อกับพวกเขา เรื่องลอบสังหารจวิ้นจู่ข้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ!”
ลอบสังหารจวิ้นจู่ นี่มันโทษประหารตัดคอเชียวนะ!
นางเพียงแค่โลภในทรัพย์สินไปบ้าง แต่นางไม่อยากตาย!
“ผู้คุ้มกันของหอชุนเซียงล้วนซื้อมาจากที่นี่ทั้งหมดหรือ?”
น้ำเสียงของเยี่ยนสวินแฝงแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาเคยเห็นผู้คุ้มกันของหอชุนเซียงมาก่อน ทุกคนล้วนมีฝีมืออยู่บ้าง ราวกับได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะตั้งแต่ยังเด็ก
คนเหล่านั้นล้วนกำยำล่ำสัน ไม่ได้ผอมแห้งเหมือนเด็ก ๆ ที่ถูกพาเข้ามาเมื่อครู่นี้เลย
“หอชุนเซียงไม่ได้ซื้อจากเราเพียงที่เดียว แต่ซื้อจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทุกแห่งในเมืองหลวง”
เมื่อแม่ชีหวังเอ่ยประโยคแรกออกมาแล้ว ประโยคต่อมาก็ง่ายขึ้นเป็นธรรมดา
นางอยากมีชีวิตรอดเหลือเกิน!
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ ทุกคนต่างมีสีหน้าตกตะลึง
“ข้าหมายความว่าอะไร แม่ชีหวังน่าจะรู้ดีที่สุดแล้ว เหตุใดยามนี้จึงมาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง” มู่เหยาหัวเราะเย็นชา พลางลุกขึ้นหยิบแจกันที่เยี่ยนสวินวางไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา
มือเรียวของนางจับที่ปากแจกัน แล้วถือแกว่งไปมาตรงหน้าแม่ชีหวังอย่างไม่ใส่ใจ
แม่ชีหวังเห็นท่าทีไม่ระวังของนาง หัวใจก็เต้นแรง เผลอยื่นมือออกไปจะปกป้องแจกันใบนั้นโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่ทำเช่นนั้น นางก็สบถด่าตัวเองในใจว่าแย่แล้ว! “ดูท่าว่าแม่ชีหวังจะหวงทรัพย์สมบัติเสียจริง แจกันที่ไม่น่าจะมีค่าถึงสิบอีแปะใบนี้ ยังเผลอตัวปกป้องถึงเพียงนี้”
มู่เหยาหัวเราะเบา ๆ พลางทำท่าจะโยนแจกันทิ้ง
แม่ชีหวังตกใจจนรีบพุ่งไปในทิศทางที่นางจะโยน แต่กลับคว้าได้แต่ความว่างเปล่า!
เมื่อหันกลับมามอง ก็สบเข้ากับรอยยิ้มที่มุมปากของหญิงสาว จึงได้รู้ตัวว่าหลงกลเข้าให้แล้ว!
ฉางซุ่ยมองเห็นความผิดปกติ จึงก้าวออกมาประสานมือคารวะ รับแจกันจากมือของมู่เหยามาพิจารณาอย่างละเอียด หลังจากขูดชั้นดินที่เคลือบอยู่ออก สีหน้าของเขาก็ดำคล้ำลงทันที
สายตาอันแหลมคมดุจดาบและกระบี่จับจ้องไปยังแม่ชีหวังอย่างไม่วางตา!
“ข้าว่าเจ้าอยากจะลองลิ้มรสชาติของการอยู่ในคุกศาลต้าหลี่แล้วกระมัง!”
เมื่อถูกตวาดเสียงกร้าว แม่ชีหวังก็ตัวสั่นเทิ้ม แต่ยังคงปากแข็ง “ในเมื่อจวิ้นจู่พูดว่าบ่าวยักยอกเงิน แต่ทุกสิ่งในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็อยู่ตรงหน้าแล้ว ต่อให้จวิ้นจู่จะลงโทษบ่าว ก็ควรจะนำหลักฐานที่แท้จริงออกมาแสดง!”
“มิเช่นนั้น บ่าวไม่ยอมรับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...