เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 11

งานล่องเรือมีผู้มาร่วมงานไม่น้อยเลย โชคดีที่เรือซึ่งองค์หญิงใหญ่เช่านั้นใหญ่โตพอสมควร

มู่เหยาเมินเฉยต่อสายตาใคร่รู้ที่จับจ้องมองมา นางพาหนิงจู๋มานั่งประจำที่อย่างเงียบเชียบ พลางสังเกตการณ์รอบข้าง

หนิงจู๋ราวกับรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง จึงขยับเข้าไปกระซิบข้างหูนาง “คุณหนู คุณชายใหญ่ลู่เอาแต่จ้องมองมาทางนี้ คุณหนูจะเปลี่ยนที่นั่งหรือไม่เจ้าคะ?”

มู่เหยามองตามที่นางบอก กวาดสายตาไปยังฝั่งตรงข้ามคร่าว ๆ ก็เห็นลู่จื้อนั่งดื่มสุราอยู่ที่นั่งอย่างเงียบขรึม ผู้ใดไม่รู้เรื่องรู้ราวคงนึกว่านางเป็นฝ่ายทรยศต่อความรู้สึกของเขา

“ก็ดีเหมือนกัน”

มู่เหยาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปยังส่วนท้ายของเรือ

นางจำได้ว่าเคยได้ยินฟังมามา คนสนิทข้างกายองค์หญิงใหญ่กล่าวไว้ว่า ที่ท้ายเรือนั้นมีระเบียงชมทิวทัศน์ คิดว่าคงงดงามมากเป็นแน่

ในเมื่อออกมาเที่ยวเล่นแล้ว มู่เหยาจึงไม่อยากให้ใครบางคนมาทำให้เสียบรรยากาศสนุกสนาน

ทว่ามู่เหยาเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็มีสาวใช้ตัวน้อยคนหนึ่งที่มีท่าทางตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาชนนางเข้า

“บ่าวชนท่านผู้สูงศักดิ์ ท่านผู้สูงศักดิ์โปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”

สาวใช้ผู้อุ้มถาดชาคุกเข่าลงทันที ท่าทางหวาดกลัวทำให้มู่เหยาต้องหรี่ตา

นางมองสำรวจเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อน “ไม่เป็นไร เจ้าไปทำธุระเถิด”

สาวใช้ตัวน้อยหดตัวครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอีกว่า “บ่าวทำเสื้อผ้าของคุณหนูเปียกหมดแล้ว คุณหนูไปเปลี่ยนชุดใหม่ที่ห้องพักกับบ่าวไหมเจ้าคะ?”

เป็นธรรมเนียมของตระกูลสูงศักดิ์ ยามจัดงานเลี้ยง มักจะเตรียมชุดสำรองไว้ให้แก่เหล่าคุณหนูที่ได้รับเชิญจากตระกูลต่าง ๆ ชุดหนึ่งเสมอ

เพื่อป้องกันสถานการณ์เช่นนี้นี่เอง

ทว่า เล่ห์เหลี่ยมระดับนี้หากใช้หลอกลวงผู้อื่นก็แล้วไป

แต่ถ้าใช้กับมู่เหยาแล้ว มันช่าง...ดูโจ่งแจ้งเสียจริง

ขณะที่หนิงจู๋ตั้งใจจะตำหนิ ก็รู้สึกว่ามือถูกใครบางคนดึงเบา ๆ นางจึงเงียบลงทันที

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไปกับเจ้า หนิงจู๋ เจ้ากลับไปบอกองค์หญิงใหญ่ก่อนเถิด”

สิ้นคำ เมื่อเห็นท่าทางโล่งอกอย่างชัดเจนของสาวใช้ผู้นั้น มู่เหยาก็รู้สึกขบขันในใจ

หลังจากหนิงจู๋ไปแล้ว นางก็ก้าวตามสาวใช้อย่างไม่ใส่ใจนัก ระหว่างนั้นก็แอบถอดปิ่นทองคำอันหนึ่งออกจากศีรษะแล้วกำไว้ในมือ

“ถึงแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู เชิญเจ้าค่ะ”

มู่เหยามองห้องพักที่แสนจะธรรมดาตรงหน้า ไม่ได้ก้าวเข้าไปในทันที แต่เหลือบมองไปยังสาวใช้ตัวน้อยที่นิ้วมือสั่นเทาอย่างสนใจ

“ใช่ห้องนี้แน่หรือ?”

สาวใช้ตัวน้อยลังเลเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วพยักหน้า

มู่เหยาแย้มยิ้ม ก้าวเท้าเข้าสู่ห้อง วินาทีต่อมา ก็ได้ยินเสียงลงกลอนประตูดังมาจากด้านหลัง

นางหันกลับไปมองนอกห้อง ก็เห็นเงาร่างของสาวใช้ตัวน้อยกำลังวิ่งจากไปอย่างร้อนรนสะท้อนอยู่บนประตู

“ผู้ใด?”

เสียงเสียดสีดังขึ้นจากเบื้องหลัง มู่เหยาตวาดเสียงเย็นชา แล้วใช้ปิ่นทองในมือที่กำแน่นแทงไปยังเงาดำที่จู่โจมเข้ามาในพริบตา

ทว่าเพียงชั่วพริบตา อีกฝ่ายก็คว้าข้อมือของนางไว้ได้ มืออีกข้างเลื่อนมาโอบเอวนางแล้วดึงเข้าไปใกล้ตัว

“ที่แท้ก็คือคุณหนูมู่”

น้ำเสียงของบุรุษผู้นั้นทุ้มต่ำแหบพร่า ต่างจากโทนเสียงเกียจคร้านเช่นในยามปกติ ราวกับกำลังข่มกลั้นบางอย่างไว้

มู่เหยาชะงักงันไปครู่หนึ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ลมหายใจร้อนผ่าวของบุรุษผู้นั้นก็เป่ารดลงบนลำคอระหงพอดี ทำเอาใบหูของนางร้อนผ่าวแดงระเรื่อ นางเผลอตัวพยายามดิ้นรนตามสัญชาตญาณ แต่กลับคาดไม่ถึงว่ามือที่โอบอยู่บนเอวกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นอีก

การกระทำนั้นส่งผลให้มู่เหยาแนบชิดกับเขา จนรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของบุรุษ

ทำให้มู่เหยาเผลอไผลไปชั่วขณะ

เมื่อได้สติกลับคืนมา นางก็ผลักชายผู้นั้นออกไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “ขอฉู่อ๋องโปรดสำรวมด้วย!”

เมื่อถูกผลักออก แววตาของเยี่ยนสวินจึงกลับมาแจ่มใสมีสติขึ้นหลายส่วน

เขาพยายามระงับความกระสับกระส่ายที่เกิดจากฤทธิ์ยาในร่างกาย เมื่อสายตาพร่ามัวจับจ้องไปยังคนตรงหน้าอีกครั้ง มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยโค้งสวยงาม

“ดูท่าแล้ว ข้ากับคุณหนูมู่บางครั้งช่างใจตรงกัน แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังคล้ายคลึงกันถึงเพียงนี้”

เมื่อเขาเอ่ยทักเช่นนี้ มู่เหยาก็สังเกตว่าวันนี้เสื้อผ้าของทั้งสองเป็นสีม่วงอ่อนเหมือนกัน

หากปรากฏตัวพร้อมกัน เกรงว่าคงเพิ่มความคลุมเครือไปอีกหลายส่วน

“ฉู่อ๋องอย่าพูดเหลวไหล สีของเสื้อเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น”

นางขมวดคิ้วอธิบาย ไม่อยากให้คนตรงหน้าเข้าใจผิด

แต่รู้สึกราวกับแสงแดดถูกบดบัง เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบเข้ากับแววตาสีดำลุ่มลึกของบุรุษ ในแววตามีบางสิ่งวูบผ่านไป รวดเร็วจนน่าเสียดายที่มู่เหยาคว้าไว้ไม่ทัน

“มู่เหยา”

เสียงของบุรุษช้าเนิบ ก็แค่สองพยางค์ธรรมดา

แต่กลับเหมือนก้อนหินที่ตกลงสู่สระน้ำลึก ก่อให้เกิดระลอกคลื่นในใจของมู่เหยา

“องค์ชาย ท่านเมาแล้วกระมัง”

มู่เหยาไม่แน่ใจในความหมายของเขา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงวางปิ่นทองในมือลงบนฝ่ามือหนาของเขา ในชั่วขณะที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ร่างของคนทั้งคู่พลันสั่นสะท้าน

นางรู้สึกได้ว่าลมหายใจของบุรุษตรงหน้าดูจะหนักหน่วงขึ้นอีกเล็กน้อย

“สถานการณ์บีบบังคับ ข้าจะพาคุณหนูมู่ออกไปเอง”

มู่เหยาลังเลอยู่บ้าง แต่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังสวบสาบแว่วมา นางจึงตระหนักได้ว่าสาวใช้ผู้นั้นคงไปตามคนมาแล้ว

ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยอะไร ร่างทั้งร่างก็ถูกโอบอุ้มเข้าไปในอ้อมแขน กลิ่นธูปกล้วยไม้ที่คุ้นเคยลอยเข้าจมูก

“ซบหน้าลง”

มู่เหยายังไม่ทันได้ตอบสนองต่อการกระทำที่ใกล้ชิดเช่นนี้ แต่เมื่อได้ยินเสียงของเยี่ยนสวิน นางก็รีบคว้าชายเสื้อของเขาแน่นแล้วซบหน้าลงบนอกของเขา

จากนั้นร่างกายก็เบาหวิว ร่างทั้งร่างจะถูกเขาอุ้มเหวี่ยงหมุนไปสองรอบ!

ฉางชิงที่เฝ้ารออยู่ตรงนี้กับหนิงจู๋ รีบผลักสาวใช้น้อยที่ยังคงยืนงงอยู่ “ยังไม่รีบไปประคองคุณหนูของเจ้าอีก!”

หนิงจู๋หันกายกลับมา รีบเดินเข้าไปหา

มู่เหยารู้สึกเวียนศีรษะตาลายเล็กน้อย เมื่อนางลุกขึ้นยืนก็เผลอมองตามสัญชาตญาณไปยังช่องหน้าต่างที่ทั้งสองเพิ่งออกมา จึงได้ตระหนักว่าที่แท้มีความสูงถึงสองชั้นทีเดียว

หากมิได้เยี่ยนสวินประคองนางไว้ การพลัดตกลงมาจนขาหักนั้นยังถือว่าเบา!

“ขอบองค์ชายที่ยื่นมือช่วยเหลือในวันนี้ ภายภาคหน้ามู่เหยาจะขอบคุณอย่างงามเจ้าค่ะ”

มู่เหยาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มองไปยังบุรุษด้วยแววตาซาบซึ้ง

“เช่นนั้นข้าก็จะตั้งตารอการขอบคุณอย่างงามของคุณหนูมู่ก็แล้วกัน”

คำตอบที่ตรงไปตรงมานี้ ทำให้มู่เหยาซึ่งกำลังจะกล่าวคำตามมารยาทจุกอยู่ในลำคอ

ขณะที่นางยังคิดหาคำพูดไม่ออก ก็เห็นหนิงจู๋ที่อยู่ข้างกายดึงแขนเสื้อนางอย่างร้อนรน

“คุณหนู เมื่อครู่บ่าวเห็นคุณชายใหญ่ลู่พาสาวใช้ผู้นั้นตรงไปยังห้องพักชั้นบนด้วยท่าทีเอาเรื่องอย่างยิ่ง พวกเรารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามไปดูไหมเจ้าคะ?”

แววตาของมู่เหยาเย็นชา นางรีบกล่าวลาเยี่ยนสวิน

แล้วพาหนิงจู๋ไปยังห้องพักอีกห้องเพื่อเปลี่ยนชุด เพื่อแสดงงิ้วฉากนี้ให้สมบทบาท!

ส่วนเยี่ยนสวินซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม ได้แต่มองตามแผ่นหลังของนางที่รีบร้อนจากไป ก่อนจะกลืนยาถอนพิษที่ฉางชิงยื่นส่งมาให้

ความรู้สึกเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างจึงค่อยทุเลาลง

แต่เมื่อนึกถึงว่ามีผู้ใดกล้าลอบวางยาเขา เยี่ยนสวินก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจับกระดูก “ใครเป็นคนทำ”

“เรียนท่านอ๋อง เป็นฝีมือของคุณหนูรองตระกูลจ้าว จ้าวฟางรั่วขอรับ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง