เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 114

เมื่อพูดถึงสุดท้าย มู่เหยาก็สังเกตุเห็นว่าน้ำเสียงของเขาเจือความลังเล

ทำให้นางถึงกับตะลึง

เยี่ยนสวินให้ความสำคัญกับนางมากเกินไปหรือไม่

เมื่อคิดถึงจุดนี้ มู่เหยาก็เม้มปาก “ทราบเเล้ว”

เมื่อนางน้ำเสียงอู้อี้ แววตาของเยี่ยนสวินฉายแววไม่เข้าใจ ก้มลงมองสีหน้าของสาวน้อยอย่างละเอียด เมื่อเเน่ใจว่านางไม่โกรธเเล้ว จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

“งานราชการของท่านอ๋อง ไม่จำเป็นต้องบอกข้าหรอก ทำไปได้เลย”

อาจจะรู้สึกว่าบรรยากาศอึดอัด มู่เหยาจึงเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาลอยๆ เเต่พอพูดจบก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก

ฟังดูแล้ว คำพูดนี้ช่างเหมือนกับนางกำลังเอาเเต่ใจเลยไม่ใช่หรือ

“ข้าก็กลัวว่า ฮูหยินที่ได้มาอย่างยากลำบากจะหนีไปน่ะสิ”

เสียงหยอกล้อดังมาจากเหนือศรีษะ ใบหน้าของมู่เหยาที่เเดงอยู่เเล้วก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นไปอีก

หลังจากจ้องมองเขาเเล้ว นางก็บิดตัวเดินเข้าไปในห้อง

มู่เหยาเห็นเขายังคงยืนอยู่ที่หน้าต่างไม่ยอมไปไหน นางจึงเดินเข้าไปด้วยความหงุดหงิด เเละกำลังจะดึงไม้ค้ำหน้าต่างเก็บเข้าที่

“ได้ยินว่าพรุ่งนี้ เจ้ากับสาวน้อยตระกูลเจียงจะไปเที่ยวทะเลสาบมรกตใช่ไหม”

คำพูดที่ผุดขึ้นมาอย่างกระทันหัน ทำให้มู่เหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค้ำหน้าต่างขึ้นมาใหม่ “ท่านรู้ได้อย่างไร”

เห็นเขาเพียงยิ้มไม่พูดอะไร มู่เหยาจึงนึกขึ้นได้ว่าชิงอิ่งกับชิงอู้ก็อยู่ รู้สึกว่าคำถามนี้ช่างเกินความจำเป็นจริงๆ

“พรุ่งนี้ไท่จื่อจะจัดงานชุมนุมกวีชายที่ทะเลสาบมรกต เจ้ากับเจียงเจาอย่าไปทางนั้น”

เมื่อเอ่ยถึงไท่จื่อ สีหน้าล้อเล่นของเยี่ยนสวินก็ลดลงไปบ้าง

ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกที่คิดไปเองของมู่เหยาหรือไม่ เเต่นางรู้สึกว่าเมื่อเยี่ยนสวินเอ่ยถึงไท่จื่อ เเววตาของเขาราวกับมีความรังเกียจอย่างรุนเเรง

“ข้ารู้เเล้ว”

นางตอบรับ รอจนชายหนุ่มจากไปไกลเเล้ว นางจึงปิดหน้าต่าง

พอดีหนิงจู๋ถือเทียนไขเดินเข้ามาจากข้างนอก เห็นมู่เหยายังไม่นอนก็เเปลกใจเล็กน้อย “คุณหนูยังไม่นอนอีกหรือเจ้าคะ”

มู่เหยาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง คิดว่าหนิงจู๋รู้ข่าวมากกว่านาง จึงสอบถามเรื่องงานชุมนุมกวีที่ทะเลสาบมรกต

“คุณหนูถามเรื่องนี้หรือเจ้าคะ ได้ยินลุงหวังบอกว่า ไท่จื่อเชิญเเต่บัณฑิตผู้ซื่อตรง เป็นการช่วยเหลือก่อนการสอบจอหงวน สรุปเเล้วก็ไม่เกี่ยวกับคุณหนูหรอกเจ้าค่ะ”

ใกล้จะถึงการสอบจอหงวนแล้ว การช่วยเหลือในเวลานี้

ไท่จื่อไม่กลัวจะถูกนินทาหรือ

สำหรับไท่จื่ออวิ๋นจี้ มู่เหยาเคยพบเพียงครั้งเดียวเมื่อตอนเด็ก ตอนที่ตามท่านอาเข้าไปในวัง เเต่ก็เป็นการพบกันในระยะไกลเท่านั้น

พระมารดาของไท่จื่อไม่ใช่ฮองเฮาองค์ปัจจุบัน เเต่เป็นอดีตฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ด้วยโรคภัยไข้เจ็บตั้งเเต่เยาว์วัย

“ไม่เป็นไร” มู่เหยายิ้มมุมปาก เช็ดหน้าให้นางอย่างระมัดระวัง

ยามนี้นางมองเห็นท่าทีน่าเอ็นดูที่เจียงเจาเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่อฟัง ก็รู้สึกท่วมท้นในใจ

หากท่านพ่อท่านเเม่ยังอยู่ นางจะได้มีน้องชายหรือน้องสาวเพิ่มอีกสักคนหรือไม่

เก็บซ่อนความรู้สึกไว้ มู่เหยายื่นผ้าเช็ดหน้าเปียกให้หนิงจู๋ “เอาล่ะ ให้พี่หญิงมู่เเต่งตัวให้เจ้าดีกว่า เรากินมื้อเช้าเสร็จก็จะไปทะเลสาบมรกต”

“เย้!”

เมื่อทุกอย่างจัดเตรียมเสร็จสิ้น ก็ผ่านมาเกือบสองชั่วยามเเล้ว

มีบทเรียนจากคราวที่เเล้ว คราวนี้มู่เหยาพาสองพี่น้องชิงอิ่งไปด้วยทั้งหมด

วันนี้เเดดกำลังดี เหมาะสำหรับการเที่ยวเล่นริมทะเลสาบ

เมื่อมาถึงสถานที่แล้ว มู่เหยามองอย่างละเอียด จึงได้เข้าใจว่าทำไมเเม้เเต่เจียงเจายังอยากมาที่นี่

ทางด้านซ้ายของทะเลสาบมรกต มีแต่แผงลอยของผู้หญิงล้วนๆ มีของขายทุกอย่าง ที่มากที่สุดคือเครื่องประดับและเสื้อผ้า รวมถึงอาหารบางอย่างด้วย

ส่วนในสวนยาวสีเขียวมรกตของทะเลสาบ เเต่ละครอบครัวต่างจับกลุ่มกันเป็นสองสามกลุ่ม ทำให้บรรยากาศคึกคัก!

“มู่จวิ้นจู่”

เมื่อได้ยินเสียง มู่เหยาหันกลับไปมอง เเละเมื่อเห็นว่าเป็นแม่นมฟางที่อยู่ข้างกายองค์หญิงใหญ่ ก็โค้งคำนับอย่างสุภาพ “เเม่นมฟางมาซื้อของให้องค์หญิงใหญ่หรือ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง