เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 115

แม่นมฟางมองดูทั้งสองคน ยิ้มเเย้มพลางกล่าวว่า “ถนนสตรีเเห่งนี้องค์หญิงใหญ่ทรงริเริ่มขึ้น บ่าวมาที่นี่เพียงเพื่อช่วยองค์หญิงใหญ่สอดส่องดูแล เห็นมู่จวิ้นจู่และคุณหนูมู่มาเที่ยวด้วยกัน จึงอยากจะเตือนสักหน่อยว่า ห้ามผู้ชายเข้าด้านใน”

ถนนสตรี?

มู่เหยามองไปยังแผงลอยที่ทอดยาวไปจนสุดทะเลสาบมรกต ก็ไม่เห็นผู้ชายเเม้เเต่คนเดียว

“องค์หญิงใหญ่ทรงพิจารณาได้รอบคอบ ข้าขอขอบพระทัยองค์หญิง”

แม่นมฟางรับคำสองสามประโยค ก็ถือขนมในมือจากไป

เเต่ก่อนจากไป สายตาของนางกลับมองไปยังเจียงเจาที่ยืนอยู่ข้างมู่เหยา

สายตาคู่นั้นทำให้มู่เหยาสัมผัสได้ เเละความรู้สึกไม่สบายใจก็ผุดขึ้นในใจเล็กน้อย

หลังจากที่เเม่นมฟางจากไป เจียงเจาที่ยืนอยู่ข้างๆก็เหมือนนกที่กำลังบินออกไป เเต่มู่เหยาคว้าตัวกลับมาได้ “ถึงเเม้จะเป็นถนนสตรี เเต่คนเยอะตาเเยะ เจ้าอย่าห่างจากข้าเด็ดขาด จะได้ไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน”

แม้เจียงเจาจะไม่เข้าใจ เเต่นางก็เชื่อฟังคำพูดของมู่เหยา

“ได้ งั้นข้าจะตามพี่หญิงไป!”

เมื่อเห็นเด็กสาวตัวน้อยยิ้มอย่างใสซื่อ มู่เหยาได้เเต่หวังว่าเมื่อครู่นางคงคิดมากไปเอง

ภายในถนนสตรีมีแผงลอยมากมาย เเม้เเต่มู่เหยาที่ไม่ชอบซื้อของ ก็ยังถูกดึงดูดให้ซื้อไปหลายชิ้น

ของส่วนใหญ่ที่ซื้อมานั้นตั้งใจจะมอบให้กับพี่สาวลูกพี่ลูกน้องหลายคนที่กำลังจะเดินทางมาถึงเมืองหลวง

ส่วนตัวนางเองไม่ได้ขาดเเคลนอะไร

“พี่หญิงมู่ข้าเมื่อยขามากเลย เราไปพักที่ลานว่างตรงนั้นกันเถิด” เจียงเจาหอบอาหารหลากหลายชนิดเต็มอ้อมเเขน ในมือก็ยังถือลำไยอีกไม่น้อยด้วย

เห็นดังนั้น มู่เหยาก็พยักหน้า พลางส่งสัญญาณให้หนิงจู๋ที่อยู่ข้างหลัง

หนิงจู๋เดินนำไปก่อน ปูเสื่อบนสนามหญ้า ตรวจสอบให้เเน่ใจว่าไม่มีก้อนหินที่จะทำให้รู้สึกไม่สบาย เเล้วจึงพยักหน้าให้มู่เหยา

เเม้จะเป็นถนนสตรี เเต่ก็มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยมองเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

พวกนางพักผ่อนกันโดยไม่ได้ถอดรองเท้า เพียงเเค่เหยียบลงบนเสื่อ เเละนั่งลงอย่างเรียบร้อย

“พี่หญิงมู่! อันนี้อร่อยมากเลย!”

เจียงเจาตาเป็นประกาย ยื่นลูกอมน้ำตาลมาจ่อที่ริมฝีปากของมู่เหยา

เมื่อเห็นดังนั้น มู่เหยาจึงจำต้องรับประทาน สชาติเปรี้ยวอมหวานระเบิดในปาก ทำให้รู้สึกอร่อยเป็นพิเศษ!

รอบๆก็มีคุณหนูจากตระกูลผู้ดีจำนวนไม่น้อยที่มารวมตัวกันพักผ่อน ต่างคนต่างไม่รู้จักกัน การสนทนาจึงเป็นไปอย่างไม่มีข้อจำกัดมากนัก

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้มู่เหยาเเละเจียงเจาได้ยินเรื่องที่ไม่ค่อยดี

“หวังรั่วเมิ่ง เรื่องของบ้านข้ายังไม่ตกลงกันเลย เจ้าก็เอาไปป่าวประกาศต่อหน้าธารกำนัล เจ้าไม่อายบ้างหรือไง!”

เจียงเจาเกิดในตระกูลนักรบอยู่เเล้ว เสียงพูดจึงดังเสมอ

เมื่อพูดประโยคนี้ นางย่อมไม่ได้ตั้งใจลดเสียงพูดเเต่อย่างใด เละนั่นก็ทำให้หลายคนหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หวังรั่วเมิ่งที่ตอนเเรกนั่งอยู่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่คนเหล่านั้นจับจ้องมา นางก็พลันนั่งไม่ติด

“เจียงเจา เจ้าพูดเหลวไหลอะไร! ข้าพูดตั้งเเต่เมื่อไร!”

หวังรั่วเมิ่งโกรธจนหน้าแดงก่ำ ตอนนี้ก็ได้เเต่ปฏิเสธอย่างเเข็งขัน

นางจีบมือสาวใช้ ด้วยความโกรธจัด!

เจียงเจาผู้นี้สมเเล้วที่มาจากตระกูลนักรบ พูดจาไม่รู้จักปิดบังเลย!

“เจ้าพูดหรือไม่พูดเจ้าย่อมรู้ดีอยู่เเก่ใจ จวนเเม่ทัพเจิ้นกั๋วของข้าไม่ว่าจะอย่างไร ความสำเร็จทั้งหมดล้วนได้มาด้วยการเอาชีวิตเข้าเเลก มันดีกว่าการที่คุณหนูหวังเอาเเต่เสวยสุขเเละเย้ยหยันนักรบจากข้างหลังอยู่มากนัก!”

แม้เจียงเจาจะมีนิสัยตรงไปตรงมา แต่การที่ได้อยู่ข้างๆฮูหยินใหญ่เจียงก็ทำให้นางได้เรียนรู้ฝีปากคมคายมาบ้างไม่มากก็น้อย

คำพูดนี้ทำให้ตระกูลหลายตระกูลที่มาพร้อมหวังรั่วเมิ่งเปลี่ยนสีหน้าทันที พวกเขาพากันลุกขึ้นยืน จะไปก็ไม่ได้ ไม่ไปก็ไม่ถูก!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง