เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 116

“เจ้า! เจียงเจาเจ้าคิดจะยุยงให้ขุนนางบุ๋นเเละบู๊ต่อสู้กันหรือไง!”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา เสียงที่เคยคึกคักเมื่อครู่ก็พลันเงียบสงัดลง

เจียงเจายิ่งมองนางด้วยความประหลาดใจ อาจเป็นเพราะไม่คาดคิดว่านางจะกล้าพูดคำพูดนี้ต่อหน้าธารกำนัล

มู่เหยาขมวดคิ้วก้าวไปข้างหน้า ยื่นมือโอบเจียงเจาดึงไว้ด้านหลัง

“คุณหนูหวังพูดเกินไปเเล้ว คำพูดของเจียงเจาไม่ได้ไร้เหตุผลเเต่อย่างใด เเต่กลับเป็นคุณหนูหวังต่างหาก…ที่ในเมื่อเรื่องของทั้งสองตระกูลยังไม่ได้รับการยืนยัน ก็ไปคาดเดาเเละพูดต่างๆนาๆข้างนอก สุดท้ายเเล้วคนที่เสียหายก็ยังเป็นชื่อเสียงของคุณหนูหวังเองนั่นเเหล่ะ”

ในเมื่อการเเต่งงานยังไม่ได้รับการยืนยัน หวังรั่วเมิ่งกลับนำออกมาตำหนิและป่าวประกาศอย่างใหญ่โต

หากเรื่องราวบานปลายออกไป สุดท้ายเเล้วคนที่เสียหายก็ไม่ใช่ตระกูลเจียง

หวังรั่วเมิ่งเมื่อได้ยินดังนั้นก็พลันได้สติ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเขียวสลับขาว นางเหลือบไปเห็นเจียงเจายังคงแอบอยู่ข้างหลังมู่เหยาเเละทำหน้าล้อเลียน ก็ยิ่งโกรธจนกระทืบเท้า

“เจียงเจา!”

มู่เหยาเเอบมองเด็กสาวตัวน้อยที่แอบอยู่ข้างหลัง เห็นนางตั้งใจทำหน้าล้อเลียนหวังรั่วเมิ่ง นางก็เม้มปากซ่อนรอยยิ้ม ยื่นมือดันนางให้กลับไป

เพื่อไม่ให้นางยั่วใครให้โมโหอีก

หากหวังรั่วเมิ่งโกรธจนเป็นอะไรไปจริงๆ เกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก

“คุณหนูหวัง เจาเอ๋อร์ยังเด็กเเละไม่เข้าใจความ คุณหนูหวังเป็นผู้ใหญ่ คิดว่าคงไม่ถือสาหาความกับเจาเอ๋อร์กระมัง”

มู่เหยาเผยรอยยิ้มจางๆให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า ท่าทางเเละน้ำเสียงของนางไร้ที่ติ

หวังรั่วเมิ่งรู้สึกจุกเเน่นที่หน้าอก หายใจเเทบไม่ออก โชคดีที่สาวใช้ข้างกายเข้ามาช่วยให้ความโกรธระบายลง นางจึงไม่เป็นลมไปต่อหน้าคนเหล่านี้

“เจียงเจา เจ้าคอยดู!”

หวังรั่วเมิ่งชี้ไปที่เจียงเจาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าดำคล้ำเเล้วเดินจากไปพร้อมกับคนของนาง

สาวใช้เเละเเม่นมที่ตามมาต่างรีบเก็บของบนพื้นอย่างรวดเร็ว เเล้ววิ่งตามร่างของหวังรั่วเมิ่งเเละพรรคพวกไป

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถูกตนเองทำให้โกรธจนเดินจากไป เจียงเจาก็กระโดดออกมาจากข้างหลังมู่เหยาอย่างร่าเริง “หึ! ให้นางพูดว่าจวนเเม่ทัพเจิ้นกั๋วของข้าว่าไม่ดีได้ไง!”

“เจ้านี่นะ”

มู่เหยาส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ใช้นิ้วมือลูบหน้าผากของนางเบาๆ เเสร้งทำเป็นโกรธ “คราวหน้าห้ามพูดแบบนี้อีก ไม่งั้นจะเกิดเรื่องใหญ่ได้”

เด็กสาวคนนี้นิสัยตรงเกินไป พูดอะไรออกมาโดยไม่ยั้งคิด

เเม้ว่าสิ่งที่พูดจะมีเหตุผล เเต่ถ้าหากมีคนนำไปพูดต่อโดยเจตนา เกรงว่าข่าวลือของจวนเเม่ทัพเจิ้นกั๋วคงจะเพิ่มขึ้นอีก

“พี่หญิงมู่ข้ารู้เเล้วเจ้าค่ะ คราวหน้าข้าจะไม่หุนหันพลันเเล่นแบบนี้อีกแล้ว!” เจียงเจาเเลบลิ้น ยื่นมือลูบหน้าผาก

“ใครก็ได้ มีคนตกน้ำ!”

มู่เหยาหันไปตามเสียงทันที เห็นคุณหนูที่ล้อมรอบอยู่ตรงนั้น ทันใดนั้นใจนางก็หล่นวูบ

“ชิงอู้ เจ้ารีบไปดู!”

จุดที่ตกน้ำอยู่ห่างจากเเผงขายที่เจียงเจาไปไม่กี่ก้าว ไม่เห็นเงาของเจียงเจาอยู่ที่เเผงขาย นางรู้สึกว่าคนที่ตกน้ำอาจจะเป็นเจียงเจา!

ชิงอู้นำหน้าไปก่อน ส่วนมู่เหยาก็ยกกระโปรงวิ่งเหยาะๆไป ชายตามองเห็นอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่จัดงานชุมนุมกวีของไท่จื่อ ร่างสีเหลืองสดใสร่างหนึ่งกระโดดลงไปในทะเลสาบ

นางขมวดคิ้ว ไม่สนใจทางนั้น นางเบียดเข้าไปในฝูงชนก่อน

“จวิ้นจู่! คนที่ตกน้ำคือคุณหนูบ้านเราเจ้าค่ะ”

เมื่อเบียดเข้าไป ใบหน้าที่กังวลเเละน้ำตาไหลของกุ้ยหยวนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามู่เหยา นางมองไปในทะเลสาบโดยไม่รู้ตัว

เห็นเพียงสองร่างสีชมพูกำลังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ เเยกไม่ออกเเล้วว่าใครเป็นใคร!

และอีกร่างหนึ่งสีเหลืองสดใสก็กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้หนึ่งในนั้น

แววตาของมู่เหยามืดลง หันไปตะโกนเรียกชิงอิ่ง “ชิงอิ่ง รีบช่วยคน!”

วิชาตัวเบาของชิงอิ่งและชิงอู้ยอดเยี่ยมมาก ชิงอิ่งย่อมเห็นร่างที่ว่ายเข้ามาเช่นกัน จึงไม่ลังเลที่จะดึงเจียงเจาขึ้นมาจากน้ำก่อน และอุ้มนางวิ่งตรงไปยังทิศทางที่มู่เหยายืนอยู่บนฝั่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง