เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 121

ลมพัดมุมหนึ่งขึ้นในตอนนี้ ทำให้ลู่จื้อเห็นหน้าของหญิงสาวที่ชนเขาได้ชัดเจน

คนติดตามอยู่ข้างกายมู่เหยา ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?

ท่าทางของชิงอู้ ลู่จื้อจำได้อย่างชัดเจน เพราะหลังจากเจอมู่เหยาหลายครั้ง นางไม่เคยแสดงสีหน้าดี ๆ กับเขาเลย!

ลู่จื้อสร่างเมาไปกว่าครึ่ง เขายกมือปัดหญิงสาวที่จับแขนของเขาอีกครั้ง “ชิงเหลียนล่ะ? ข้าไม่ได้บอกหรือว่าวันนี้ข้าอยากให้ชิงเหลียนอยู่กับข้า!”

หญิงสาวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม สีหน้าชัดเจนว่าอึดอัดเล็กน้อย “คุณชายใหญ่ลู่ ชิงเหลียน…ชิงเหลียนมีแขกคนสำคัญในวันนี้ อยู่ในห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง ท่านเปลี่ยนเป็นสาวงามคนอื่นดีหรือไม่?”

ห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง?

สถานที่ที่ชิงอู้ไปเมื่อครู่ เหมือนจะเป็นห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่งเช่นกัน

เมื่อนึกได้ว่าสาวใช้คนนี้ฉู่อ๋องเป็นคนมอบให้มู่เหยา ลู่จื้อมีความคิดบางอย่างผุดในใจ จึงเดินไปชั้นบนทันที

หญิงสาวเห็นเขาจะไปทางนั้น ก็ตกใจจนรีบยื่นมือไปจับคนไว้ “คุณชาย คุณชาย ห้องส่วนตัวของท่านอยู่ทางนี้…”

“ถอยไป!”

ลู่จื้อเห็นนางขวางตัวเอง ก็ระบายความหงุดหงิดภายในใจออกมาเล็กน้อย และผลักนางไปข้าง ๆ อย่างไร้ความปรานี “ไสหัวไป หากขวางข้าอีกข้าจะให้แม่นมหลิวขายเจ้าซะ!”

หญิงสาวแขนกระแทกกับเสา มองเขาอย่างขุ่นเคืองแวบหนึ่ง ไม่อยากรับใช้อีกต่อไป

“อะไรกัน ยังคิดว่าตัวเองเป็นซื่อจื่อเหมือนเมื่อก่อนจริง ๆ หรือ? หากไม่ใช่เพราะมีเงินบ้าง ใครจะอยากสนใจเข้ากัน!”

ลู่จื้อโกรธจนตาแดง เดิมทีคิดจะคว้าตัวอีกฝ่ายกลับไปลงโทษให้สาสม แต่ดันได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง

“ท่านอ๋อง สาวใช้ของมู่จวิ้นจู่ไม่ค่อยรู้ว่าอะไรควรไม่ควรเลย ทำไมถึงรบกวนในเวลาแบบนี้”

เสียงหัวเราะลู่จื้อจำได้ ล้วนเป็นที่เคยรายล้อมอยู่ข้างกายเขา

เพียงแต่ตำว่าท่านอ๋อง…

ลู่จื้อกัดฟัน ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงเย็นชาของชายหนุ่ม “ไสหัวออกไป ไม่เห็นหรือว่าข้ามีเรื่องสำคัญ?”

ประตูห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่งถูกเปิดออกทันที ผ้าคลุมหน้าของชิงอู้หายไปนานแล้ว นางถอยหลังออกมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว

“บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”

ชิงอู้เพิ่งหันหลัง เสียงเย็นชาก็ดังมาจากในห้องอีกครั้ง “ช้าก่อน”

“ท่านอ๋องมีอะไรจะสั่งอีกเจ้าคะ?”

“กลับไป เจ้าน่าจะรู้ว่าควรบอกคุณหนูของเจ้าว่าอย่างไรสินะ?”

ดวงตาชิงอู้ฉายแววลังเล กัดริมฝีปากอย่างไม่แน่ใจ เบ้าตาแดงเหมือนรู้สึกไม่คุ้มค่าแทนมู่เหยา

ลู่จื้อมองท่าทางสูงส่งของอีกฝ่าย อดกำหมัดแน่นไม่ได้ โดยเฉพาะตอนเห็นท่าทางเยี่ยนสวินรับองุ่นปอกเปลือกจากมือของสาวงามเข้าปาก

ความโกรธซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในอกกลั้นเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป

“ฉู่อ๋อง ท่านทำแบบนี้มันไม่ทำให้จวิ้นจู่ตระกูลมู่ผิดหวังหรือ?”

เมื่อคำนั้นหลุดออกมา ภายในห้องก็เงียบสงัด

หวังฉีมองไปทางลู่จื้อด้วยสายตา ‘เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม’ และส่งสัญญาณให้สาวงามที่นั่งบนขาออกไปก่อน

เมื่อเห็นสีหน้าของเยี่ยนสวินเย็นลงเรื่อย ๆ คนอื่น ๆ ก็รีบเอ่ยปากต่อว่าลู่จื้อ

“คุณชายใหญ่ลู่คงเมาแล้วกระมัง”

“ท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องโกรธคนแบบนี้ เขาต้องสมองไม่ดีแน่”

เอ่ยถึงมู่จวิ้นจู่ในเวลานี้ จงใจทำให้หมดสนุกไม่ใช่หรือไง

พูดอีกอย่าง ลู่จื้อมีสิทธิ์อะไรมาเอ่ยถึง?

เยี่ยนสวินหัวเราะเบา ๆ ไม่เห็นคนในสายตาแม้แต่น้อย “คำพูดของคุณชายใหญ่ลู่ อยากออกหน้าแทนแม่นางตระกูลมู่หรือ?”

เมื่อลู่จื้อเจอกับสายตาหยอกล้อของชายหนุ่ม หัวใจซึ่งเดิมทีคิดจะล่าถอยก็ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง