ลมพัดมุมหนึ่งขึ้นในตอนนี้ ทำให้ลู่จื้อเห็นหน้าของหญิงสาวที่ชนเขาได้ชัดเจน
คนติดตามอยู่ข้างกายมู่เหยา ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?
ท่าทางของชิงอู้ ลู่จื้อจำได้อย่างชัดเจน เพราะหลังจากเจอมู่เหยาหลายครั้ง นางไม่เคยแสดงสีหน้าดี ๆ กับเขาเลย!
ลู่จื้อสร่างเมาไปกว่าครึ่ง เขายกมือปัดหญิงสาวที่จับแขนของเขาอีกครั้ง “ชิงเหลียนล่ะ? ข้าไม่ได้บอกหรือว่าวันนี้ข้าอยากให้ชิงเหลียนอยู่กับข้า!”
หญิงสาวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม สีหน้าชัดเจนว่าอึดอัดเล็กน้อย “คุณชายใหญ่ลู่ ชิงเหลียน…ชิงเหลียนมีแขกคนสำคัญในวันนี้ อยู่ในห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง ท่านเปลี่ยนเป็นสาวงามคนอื่นดีหรือไม่?”
ห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง?
สถานที่ที่ชิงอู้ไปเมื่อครู่ เหมือนจะเป็นห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่งเช่นกัน
เมื่อนึกได้ว่าสาวใช้คนนี้ฉู่อ๋องเป็นคนมอบให้มู่เหยา ลู่จื้อมีความคิดบางอย่างผุดในใจ จึงเดินไปชั้นบนทันที
หญิงสาวเห็นเขาจะไปทางนั้น ก็ตกใจจนรีบยื่นมือไปจับคนไว้ “คุณชาย คุณชาย ห้องส่วนตัวของท่านอยู่ทางนี้…”
“ถอยไป!”
ลู่จื้อเห็นนางขวางตัวเอง ก็ระบายความหงุดหงิดภายในใจออกมาเล็กน้อย และผลักนางไปข้าง ๆ อย่างไร้ความปรานี “ไสหัวไป หากขวางข้าอีกข้าจะให้แม่นมหลิวขายเจ้าซะ!”
หญิงสาวแขนกระแทกกับเสา มองเขาอย่างขุ่นเคืองแวบหนึ่ง ไม่อยากรับใช้อีกต่อไป
“อะไรกัน ยังคิดว่าตัวเองเป็นซื่อจื่อเหมือนเมื่อก่อนจริง ๆ หรือ? หากไม่ใช่เพราะมีเงินบ้าง ใครจะอยากสนใจเข้ากัน!”
ลู่จื้อโกรธจนตาแดง เดิมทีคิดจะคว้าตัวอีกฝ่ายกลับไปลงโทษให้สาสม แต่ดันได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง
“ท่านอ๋อง สาวใช้ของมู่จวิ้นจู่ไม่ค่อยรู้ว่าอะไรควรไม่ควรเลย ทำไมถึงรบกวนในเวลาแบบนี้”
เสียงหัวเราะลู่จื้อจำได้ ล้วนเป็นที่เคยรายล้อมอยู่ข้างกายเขา
เพียงแต่ตำว่าท่านอ๋อง…
ลู่จื้อกัดฟัน ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงเย็นชาของชายหนุ่ม “ไสหัวออกไป ไม่เห็นหรือว่าข้ามีเรื่องสำคัญ?”
ประตูห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่งถูกเปิดออกทันที ผ้าคลุมหน้าของชิงอู้หายไปนานแล้ว นางถอยหลังออกมาด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”
ชิงอู้เพิ่งหันหลัง เสียงเย็นชาก็ดังมาจากในห้องอีกครั้ง “ช้าก่อน”
“ท่านอ๋องมีอะไรจะสั่งอีกเจ้าคะ?”
“กลับไป เจ้าน่าจะรู้ว่าควรบอกคุณหนูของเจ้าว่าอย่างไรสินะ?”
ดวงตาชิงอู้ฉายแววลังเล กัดริมฝีปากอย่างไม่แน่ใจ เบ้าตาแดงเหมือนรู้สึกไม่คุ้มค่าแทนมู่เหยา
ลู่จื้อมองท่าทางสูงส่งของอีกฝ่าย อดกำหมัดแน่นไม่ได้ โดยเฉพาะตอนเห็นท่าทางเยี่ยนสวินรับองุ่นปอกเปลือกจากมือของสาวงามเข้าปาก
ความโกรธซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในอกกลั้นเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป
“ฉู่อ๋อง ท่านทำแบบนี้มันไม่ทำให้จวิ้นจู่ตระกูลมู่ผิดหวังหรือ?”
เมื่อคำนั้นหลุดออกมา ภายในห้องก็เงียบสงัด
หวังฉีมองไปทางลู่จื้อด้วยสายตา ‘เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม’ และส่งสัญญาณให้สาวงามที่นั่งบนขาออกไปก่อน
เมื่อเห็นสีหน้าของเยี่ยนสวินเย็นลงเรื่อย ๆ คนอื่น ๆ ก็รีบเอ่ยปากต่อว่าลู่จื้อ
“คุณชายใหญ่ลู่คงเมาแล้วกระมัง”
“ท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องโกรธคนแบบนี้ เขาต้องสมองไม่ดีแน่”
เอ่ยถึงมู่จวิ้นจู่ในเวลานี้ จงใจทำให้หมดสนุกไม่ใช่หรือไง
พูดอีกอย่าง ลู่จื้อมีสิทธิ์อะไรมาเอ่ยถึง?
เยี่ยนสวินหัวเราะเบา ๆ ไม่เห็นคนในสายตาแม้แต่น้อย “คำพูดของคุณชายใหญ่ลู่ อยากออกหน้าแทนแม่นางตระกูลมู่หรือ?”
เมื่อลู่จื้อเจอกับสายตาหยอกล้อของชายหนุ่ม หัวใจซึ่งเดิมทีคิดจะล่าถอยก็ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...