เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 122

“ท่านอ๋องพูดกับคนอื่นว่าจะรักมู่จวิ้นจู่ บัดนี้กลับคิดถึงสถานที่ต่ำช้านี้ แถมยังไม่ให้ใครเอาไปบอก หรือว่าทุกอย่างก่อนหน้านี้ท่านอ๋องหลอกลวงมู่จวิ้นจู่!”

“ท่านอ๋องไม่กลัวทำร้ายหัวใจของมู่จวิ้นจู่หรือ?”

ลู่จื้อพูดอย่างชอบธรรม ตอนพูดประโยคสุดท้าย ถึงกับตั้งใจคำรามด้วยความโกรธ

ท่าทางนี้ หากไม่รู้คงคิดว่าเขาเป็นคนในครอบครัวมู่เหยา

ลู่จื้อพูดจบ ภายในห้องก็เงียบกริบทันที

พวกคุณชายที่ยังชมความสนุกสนานเมื่อครู่ บัดนี้ถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความตกใจ

สายตาที่แอบมองไปทางลู่จื้อ แทบอยากจะตีเขาให้ตาย!

เจ้าหมอนี่มาพูดบ้าอะไรตรงนี้!

ทำเหมือนกับเขาคิดแทนจวิ้นจู่ตระกูลมู่อย่างนั้นแหละ!

เห็นแล้วคลื่นไส้!

“พูดจบแล้ว?” เยี่ยนสวินเปิดเปลือกตา ก่อนจะค่อย ๆ ลงมาจากเตียง เดินมาข้างหน้าชายหนุ่ม ลดสายตาลงและเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน “คุณชายใหญ่ลู่เป็นคนที่ต้องขอโทษแม่นางตระกูลมู่มิใช่หรือ?”

“บัดนี้ คงลืมไปหมดแล้วว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้ ถึงได้กล้ามาตำหนิข้า”

คำพูดแสนเยือกเย็น รวมถึงท่าทีสูงส่งของชายหนุ่ม

ล้วนกระตุ้นประสาทของลู่จื้อ ทำให้หัวที่มึนเล็กน้อยของเขากระจ่างแจ้งโดยสมบูรณ์

แต่สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจ ก็คือคำพูดพวกนั้นของเยี่ยนสวิน

เขาอ้าปาก กำหมัดแน่น แต่เถียงไม่ออกสักคำ

เห็นเขาหน้าแดง เยี่ยนสวินทำเสียงดูถูก พลันหันหลังกลับขึ้นเตียง หลังจากมองอย่างละเอียดก็เอ่ยปากด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายใหญ่ลู่ก็มาหาความสนุกมิใช่หรือ?”

ลู่จื้อถึงสังเกตเห็นว่าหน้าอกของตัวเองยุ่งเหยิง มีรอยเปื้อนชาดทาปากบนคอเสื้อ ยิ่งน่าอับอายเข้าไปอีก!

อั้นมานาน ในที่สุดเขาก็พูดออกมาว่า “ในเมื่อท่านอ๋องขอแม่นางตระกูลมู่แต่งงาน ก็ควรรักและทะนุถนอมอย่างดีถึงจะถูก!”

เยี่ยนสวินลดตาลงไม่พูดอะไรอีก แต่กวาดสายตาไปทางหวังฉีและคนอื่น ๆ แทน

หวังฉียืนขึ้นและเอ่ยปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ลู่จื้อ เจ้ามาพูดอะไรแบบนี้ที่นี่ คงไม่ใช่เพราะเห็นว่าแม่นางตระกูลมู่ได้ตำแหน่งจวิ้นจู่ ตระกูลมู่ก็กลายเป็นตระกูลโหวเจวี๋ย เจ้าเลยเสียใจใช่หรือไม่?”

ลู่จื้อเหมือนโดนพูดแทงใจดำ เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และตอบอย่างไม่ลังเลว่า “เหลวไหล! ข้าเปล่า!”

“เปล่าเปล่า ท่านอ๋องแค่รอข่าวดีก็พอแล้ว” หวังฉียิ้มแฉ่ง และส่งสัญญาณเรียกเด็กรับใช้มา หลังจากสั่งสองสามประโยคเด็กรับใช้ก็เดินจากไปเงียบ ๆ

ชัดเจนว่าไปจัดการให้หวังฉี

เยี่ยนสวินยิ้มและบีบคางของชิงเหลียน “พอแล้ว วันนี้พวกเจ้ากลับไปเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว”

เห็นแบบนั้น คนอื่น ๆ ยังมีอะไรไม่เข้าใจอีก

ทุกคนต่างยิ้มมีเลศนัย และพาสามงามในอ้อมแขนออกไป เพิ่งเดินออกจากห้องไปไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงออดอ้อนดังมาจากในห้อง

หวังฉีและคนอื่น ๆ มองตากัน และไปยังห้องส่วนตัวด้านล่าง หลังจากมั่นใจว่าคุยกันที่นี่คนชั้นบนจะไม่ได้ยิน ก็มีคนเอ่ยออกมาอย่างใจกล้าว่า

“เมื่อก่อนลือกันว่าฉู่อ๋องไม่สนใจสตรีมิใช่หรือ ทำไมวันนี้ถึงดูเหมือนผู้ชำนาญเลยล่ะ?

“เจ้าโง่หรือไง เมื่อก่อนฉู่อ๋องอยู่แต่ในสนามรบ มีหญิงงามเยอะขนาดนี้ซะที่ไหน มาถึงหอชุนเซียงแล้ว ชายคนไหนจะอดใจไหวเล่า?”

“แต่ว่า…เห็นท่าทางไม่แยแสของฉู่อ๋องเมื่อครู่ บางทีเขาแต่งงานกับจวิ้นจู่ตระกูลมู่คงเพื่อสินเดิมกระมัง?”

คำพูดนี้ทำให้หวังฉีขมวดคิ้ว นึกถึงคำที่มู่เหยาปฏิเสธเขาก่อนหน้านี้ สีหน้าก็พลันมืดมน

“แค่หญิงกำพร้าคนเดียว ต่อให้โดดเด่นในงานชุมนุมกวี มีแค่หน้าตางดงาม แต่ไร้การศึกษา ก็ยังทำเรื่องอย่างบีบให้ฝ่าบาทถอนหมั้นได้…คาดว่าประราชโองการของฝ่าบาท ท่านอ๋องคงไม่มีทางต่อต้าน ดูแล้วก็ไม่ได้ชอบคุณหนูตระกูลมู่คนนั้นสักเท่าไหร่”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง