เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 123

“ดูท่าการปกป้องที่ทำอยู่ข้างนอก คงเป็นแค่การทำให้คนอื่นดูเท่านั้น”

คำพูดของหวังฉีได้รับการสนับสนุนจากคนอื่น ๆ ในใจของแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความคิดที่จะป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปไม่มากก็น้อย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครในที่นี้ที่ไม่เคยแอบไปลองเชิงตอนที่มู่เหยาคัดเลือกว่าที่สามี

แต่กลับถูกมู่เหยาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แล้วในใจจะรู้สึกดีได้อย่างไร!

เมื่อมีโอกาสอันดีที่จะได้ดูเรื่องน่าขันเช่นนี้ พวกเขาย่อมต้องป่าวประกาศออกไปให้ครึกโครม!

ชั้นบน ภายในห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง

ชิงเหลียนนั่งอยู่บนพื้นด้วยท่าทีสิ้นหวังพลางแผดเสียงแหลมสูง หางตาเหลือบมองร่างสองร่างที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องเป็นระยะ

แม้จะตกใจกับใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะ แต่ก็ไม่ได้หยุดส่งเสียงออดอ้อนแต่อย่างใด

เยี่ยนสวินในชุดสีดำทองปักลายเมฆมงคล มองไปยังใบหน้าที่เหมือนกับตนเองราวกับพิมพ์เดียวกันตรงหน้า แต่กลับสวมเสื้อผ้าที่ดูฉูดฉาด ทำให้เขาแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะเตะคนตรงหน้าสักที

“ดึงออก”

“อ้อ” ‘เยี่ยนสวิน’ ที่อยู่ในห้องมาตลอดหดคอลง พลันดึงหน้ากากหนังมนุษย์บนใบหน้าออกทันที

เมื่อหน้ากากถูกดึงออก ใบหน้าที่เผยออกมาคือใบหน้าของฉางชิง!

เขายกมือขึ้นนวดใบหน้าที่รู้สึกตึงเล็กน้อย พลางยิ้มร่าเก็บหน้ากากหนังมนุษย์ “ท่านอ๋อง ข้าน้อยยังต้องปลอมเป็นท่านอีกกี่วันหรือขอรับ?”

คำพูดนี้ทำให้ชิงเหลียนที่อยู่ด้านข้าง เบิกตากว้าง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

คนที่พวกนางสัมผัสเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่ฉู่อ๋องตัวจริง!

นางรู้เรื่องมากมายขนาดนี้ จะถูกฆ่าปิดปากหรือไม่!

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ชิงเหลียนก็สบเข้ากับสายตาเย็นชาของชายผู้นั้นพอดี นางตกใจจนหยุดร้องโวยวาย รีบโขกศีรษะลงกับพื้น “ขอท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ข้าน้อยไม่เห็นอะไรทั้งนั้น และไม่รู้อะไรเลยเจ้าค่ะ!”

“เจ้าก็รู้จักสถานการณ์ดีนี่” น้ำเสียงของเยี่ยนสวินเรียบเฉยจนคาดเดาความหมายไม่ได้

ร่างกายของชิงเหลียนที่แทบจะหมอบราบกับพื้นยิ่งสั่นเทามากขึ้น “ข้าน้อยไม่รู้อะไรจริง ๆ เจ้าค่ะ”

เยี่ยนสวินมองนางเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้ฉางชิง แล้วกระโดดออกจากหน้าต่างไป

ฉางชิงจึงยิ้มพลางเดินเข้าไปพยุงชิงเหลียนที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้น

ชิงเหลียนตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ริมฝีปากสั่นระริก “ใต้ ใต้เท้า ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“ชิงเหลียน ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้าทำงานรับใช้แม่นมหลิว แต่เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าน้องสาวของเจ้าอยู่ที่ใดกันแน่?”

เมื่อกล่าวถึงน้องสาว ดวงตาของชิงเหลียนเบิกกว้างขึ้นทันที นางเผลอกำแขนเสื้อของชายหนุ่มไว้แน่น แล้วถามอย่างร้อนรน “น้องสาวข้า น้องสาวข้าไม่ได้อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าชานเมืองหรอกหรือ?”

ฉางชิงกระซิบข้างหู เมื่อชิงเหลียนเข้าใจแล้ว จึงสวมหน้ากากหนังมนุษย์กลับเข้าไปใหม่แล้วเดินออกไป

แม่นมหลิวรออยู่ชั้นล่างนานแล้ว พอเห็น ‘ฉู่อ๋อง’ ลงมา ก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี รีบเข้าไปต้อนรับอย่างเอาอกเอาใจ สายตากวาดมองไปยังชิงเหลียนที่เดินตามหลังมา

เมื่อเห็นชิงเหลียนมีสีหน้าเปี่ยมสุข มวยผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก็รู้ได้ทันทีว่าคงจะสมใจหวังแล้ว!

“ท่านอ๋อง...แม่นางชิงเหลียน...”

‘เยี่ยนสวิน’ ล้วงทองใบสองสามใบออกจากอกเสื้อ แล้วค่อย ๆ วางลงในมือของแม่นมหลิว “สองสามวันนี้ข้าจะมาบ่อย ๆ ให้เจ้าปรนนิบัติชิงเหลียนให้ดี นอกจากข้าแล้วห้ามให้ผู้ใดเข้าใกล้อีก”

“นี่เป็นเพียงส่วนของวันนี้”

สีหน้าลังเลของแม่นมหลิวมลายหายไปในทันที

นางรับมาด้วยความยินดี แล้วส่งเขาออกไปอย่างนอบน้อม!

จนกระทั่งเงาของรถม้าลับหายไป นางจึงยกยิ้มมุมปากพลางเก็บทองใบ แล้วหันกลับมาพิจารณาชิงเหลียน “คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ ได้รับความเมตตาจากฉู่อ๋องจริง ๆ เห็นแก่ที่เจ้ารู้ความเช่นนี้ พรุ่งนี้ข้าจะช่วยส่งจดหมายไปให้น้องสาวเจ้าก็แล้วกัน”

เมื่อกล่าวถึงน้องสาว มือของชิงเหลียนที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็กำแน่นขึ้น

แทบอยากจะฉีกกระชากใบหน้าของแม่เฒ่าจอมหลอกลวงนี่ให้แหลกคามือ!

แต่นางทำไม่ได้ ทำได้เพียงเข้าไปประจบเอาใจ ใช้นิ้วดึงแขนเสื้อของแม่นมหลิว “ท่านแม่ ข้าขอพบน้องสาวข้าได้หรือไม่เจ้าคะ? แค่ชั่วครู่เดียวก็พอ แม้จะไม่ได้พูดคุยอะไรกันก็ยังดี!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง