“ดูท่าการปกป้องที่ทำอยู่ข้างนอก คงเป็นแค่การทำให้คนอื่นดูเท่านั้น”
คำพูดของหวังฉีได้รับการสนับสนุนจากคนอื่น ๆ ในใจของแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความคิดที่จะป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปไม่มากก็น้อย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครในที่นี้ที่ไม่เคยแอบไปลองเชิงตอนที่มู่เหยาคัดเลือกว่าที่สามี
แต่กลับถูกมู่เหยาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แล้วในใจจะรู้สึกดีได้อย่างไร!
เมื่อมีโอกาสอันดีที่จะได้ดูเรื่องน่าขันเช่นนี้ พวกเขาย่อมต้องป่าวประกาศออกไปให้ครึกโครม!
ชั้นบน ภายในห้องเทียนจื่อหมายเลขหนึ่ง
ชิงเหลียนนั่งอยู่บนพื้นด้วยท่าทีสิ้นหวังพลางแผดเสียงแหลมสูง หางตาเหลือบมองร่างสองร่างที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องเป็นระยะ
แม้จะตกใจกับใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะ แต่ก็ไม่ได้หยุดส่งเสียงออดอ้อนแต่อย่างใด
เยี่ยนสวินในชุดสีดำทองปักลายเมฆมงคล มองไปยังใบหน้าที่เหมือนกับตนเองราวกับพิมพ์เดียวกันตรงหน้า แต่กลับสวมเสื้อผ้าที่ดูฉูดฉาด ทำให้เขาแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะเตะคนตรงหน้าสักที
“ดึงออก”
“อ้อ” ‘เยี่ยนสวิน’ ที่อยู่ในห้องมาตลอดหดคอลง พลันดึงหน้ากากหนังมนุษย์บนใบหน้าออกทันที
เมื่อหน้ากากถูกดึงออก ใบหน้าที่เผยออกมาคือใบหน้าของฉางชิง!
เขายกมือขึ้นนวดใบหน้าที่รู้สึกตึงเล็กน้อย พลางยิ้มร่าเก็บหน้ากากหนังมนุษย์ “ท่านอ๋อง ข้าน้อยยังต้องปลอมเป็นท่านอีกกี่วันหรือขอรับ?”
คำพูดนี้ทำให้ชิงเหลียนที่อยู่ด้านข้าง เบิกตากว้าง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
คนที่พวกนางสัมผัสเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่ฉู่อ๋องตัวจริง!
นางรู้เรื่องมากมายขนาดนี้ จะถูกฆ่าปิดปากหรือไม่!
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ชิงเหลียนก็สบเข้ากับสายตาเย็นชาของชายผู้นั้นพอดี นางตกใจจนหยุดร้องโวยวาย รีบโขกศีรษะลงกับพื้น “ขอท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ข้าน้อยไม่เห็นอะไรทั้งนั้น และไม่รู้อะไรเลยเจ้าค่ะ!”
“เจ้าก็รู้จักสถานการณ์ดีนี่” น้ำเสียงของเยี่ยนสวินเรียบเฉยจนคาดเดาความหมายไม่ได้
ร่างกายของชิงเหลียนที่แทบจะหมอบราบกับพื้นยิ่งสั่นเทามากขึ้น “ข้าน้อยไม่รู้อะไรจริง ๆ เจ้าค่ะ”
เยี่ยนสวินมองนางเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้ฉางชิง แล้วกระโดดออกจากหน้าต่างไป
ฉางชิงจึงยิ้มพลางเดินเข้าไปพยุงชิงเหลียนที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้น
ชิงเหลียนตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ริมฝีปากสั่นระริก “ใต้ ใต้เท้า ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ชิงเหลียน ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้าทำงานรับใช้แม่นมหลิว แต่เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าน้องสาวของเจ้าอยู่ที่ใดกันแน่?”
เมื่อกล่าวถึงน้องสาว ดวงตาของชิงเหลียนเบิกกว้างขึ้นทันที นางเผลอกำแขนเสื้อของชายหนุ่มไว้แน่น แล้วถามอย่างร้อนรน “น้องสาวข้า น้องสาวข้าไม่ได้อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าชานเมืองหรอกหรือ?”
ฉางชิงกระซิบข้างหู เมื่อชิงเหลียนเข้าใจแล้ว จึงสวมหน้ากากหนังมนุษย์กลับเข้าไปใหม่แล้วเดินออกไป
แม่นมหลิวรออยู่ชั้นล่างนานแล้ว พอเห็น ‘ฉู่อ๋อง’ ลงมา ก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี รีบเข้าไปต้อนรับอย่างเอาอกเอาใจ สายตากวาดมองไปยังชิงเหลียนที่เดินตามหลังมา
เมื่อเห็นชิงเหลียนมีสีหน้าเปี่ยมสุข มวยผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก็รู้ได้ทันทีว่าคงจะสมใจหวังแล้ว!
“ท่านอ๋อง...แม่นางชิงเหลียน...”
‘เยี่ยนสวิน’ ล้วงทองใบสองสามใบออกจากอกเสื้อ แล้วค่อย ๆ วางลงในมือของแม่นมหลิว “สองสามวันนี้ข้าจะมาบ่อย ๆ ให้เจ้าปรนนิบัติชิงเหลียนให้ดี นอกจากข้าแล้วห้ามให้ผู้ใดเข้าใกล้อีก”
“นี่เป็นเพียงส่วนของวันนี้”
สีหน้าลังเลของแม่นมหลิวมลายหายไปในทันที
นางรับมาด้วยความยินดี แล้วส่งเขาออกไปอย่างนอบน้อม!
จนกระทั่งเงาของรถม้าลับหายไป นางจึงยกยิ้มมุมปากพลางเก็บทองใบ แล้วหันกลับมาพิจารณาชิงเหลียน “คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ ได้รับความเมตตาจากฉู่อ๋องจริง ๆ เห็นแก่ที่เจ้ารู้ความเช่นนี้ พรุ่งนี้ข้าจะช่วยส่งจดหมายไปให้น้องสาวเจ้าก็แล้วกัน”
เมื่อกล่าวถึงน้องสาว มือของชิงเหลียนที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็กำแน่นขึ้น
แทบอยากจะฉีกกระชากใบหน้าของแม่เฒ่าจอมหลอกลวงนี่ให้แหลกคามือ!
แต่นางทำไม่ได้ ทำได้เพียงเข้าไปประจบเอาใจ ใช้นิ้วดึงแขนเสื้อของแม่นมหลิว “ท่านแม่ ข้าขอพบน้องสาวข้าได้หรือไม่เจ้าคะ? แค่ชั่วครู่เดียวก็พอ แม้จะไม่ได้พูดคุยอะไรกันก็ยังดี!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...