แม่นมหลิวส่งห่อยาใส่มือของชิงเหลียนด้วยรอยยิ้มละไม ก่อนจะจำใจหยิบเงินหลายตำลึงโยนลงที่ข้างเท้าของนาง
“ไปเถิด อยากได้อะไรก็ไปซื้อหาเสีย แล้วปรนนิบัติท่านอ๋องให้ดี”
ชิงเหลียนคุกเข่าเงียบงันอยู่เนิ่นนานกว่าจะก้มลงเก็บเงินที่กระจายอยู่บนพื้น
“ท่านแม่ น้องสาวของข้า…”
พอเห็นว่านางยังคิดถึงน้องสาวที่ป่านนี้ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ใด ความรำคาญใจก็ฉายชัดขึ้นในแววตาของแม่นมหลิวอีกครั้ง
“ชิงเหลียน อย่าได้คืบจะเอาศอก เรื่องนี้ต่อให้เจ้าไม่ทำ ก็มีคนอื่นอยากทำอีกถมไป จะฉวยโอกาสนี้หลุดพ้นจากทะเลทุกข์ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้า!”
“ส่วนน้องสาวของเจ้า หากเจ้าทำตัวดี อีกไม่กี่วันข้าจะจัดการให้พวกเจ้าได้พบกัน”
พูดจบ แม่นมหลิวก็สะบัดผ้าเช็ดหน้าอย่างรำคาญใจ แล้วหันหลังจากไปทันที
ชิงเหลียนยังคงคุกเข่าก้มหน้านิ่งอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งขาเริ่มชาจึงพยุงร่างลุกขึ้นแล้วเดินกะเผลกออกไป
เมื่อออกจากประตูเรือน ก็เห็นไป๋ซียืนรออยู่แต่ไกล นางจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับรอยยิ้ม “ไป๋ซี”
ไป๋ซีเห็นสภาพของนางแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ “แม่นมตบตีเจ้าหรือ?”
“เปล่าเลย ข้าคุกเข่าเอง กลับกันก่อนเถิด”
ร่างของคนทั้งสองค่อย ๆ ลับหายไปในระยะไกล
หลังจากกลับถึงห้อง ชิงเหลียนก็รีบวาดรูปร่างของรูกุญแจที่นางเห็นลงบนกระดาษตามที่จำได้
……
เยี่ยนสวินปีนกำแพงอย่างคล่องแคล่วตามความเคยชิน ขณะที่กำลังจะกระโดดลงไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังมาจากด้านล่าง
เขาจึงเพิ่งสังเกตเห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างกำแพงราวกับรอเขามานานแล้ว
“ฝีมือการปีนกำแพงของท่านอ๋อง เหตุใดจึงยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยเจ้าคะ ตั้งแต่เล็กจนโต”
ตั้งแต่เล็กจนโต?
เยี่ยนสวินสบตากับนาง เขารู้สึกราวกับมีบางสิ่งกำลังจะเอ่อล้นออกมาจากใจ
เขากระโดดลงมายืนตรงหน้านางอย่างแผ่วเบา ระยะห่างของทั้งสองใกล้ชิดจนลมหายใจพันเกี่ยว
“เจ้า...จำข้าได้แล้วหรือ?”
มู่เหยาเอียงคอกะพริบตา แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “อะไรหรือเจ้าคะ?”
เมื่อเห็นแววตาผิดหวังที่ฉายวาบขึ้นในแววตาของชายหนุ่ม นางก็เม้มปากกลั้นยิ้ม “ท่านอ๋องเมื่อวัยเยาว์น่ารักกว่าตอนนี้มากนัก ข้าจำได้ว่าตอนนั้นท่านอ๋องยังอ้วนกลมเล็กน้อยด้วยซ้ำ”
ใครเลยจะคิดว่าเด็กชายอ้วนกลมที่ถูกเลี้ยงดูมาในตอนนั้น จะกลายเป็นท่านอ๋องผู้มีผลงานการรบโดดเด่นและองอาจสง่างามเช่นนี้ได้?
“เมื่อท่านตามาถึง ที่บ้านก็จะมีญาติผู้ใหญ่แล้ว เรื่องงานแต่งของเราสองคนก็คงต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ยังจะจำเป็นต้องมีประตูเชื่อมอีกหรือ?”
อย่างไรเสียนางก็ต้องแต่งเข้าจวนฉู่อ๋องอยู่แล้ว แค่มีกำแพงกั้นเท่านั้น นางไม่อยากให้ต้องสิ้นเปลืองแรงงานใหญ่โต
เยี่ยนสวินรู้ว่านางเกรงใจเขา “ไม่ต้องเกรงใจไป งานแต่งของเราคงจะยังไม่ได้จัดขึ้นเร็ววันนี้ ตอนนี้เอาแบบนี้ไปก่อน ข้ารู้ว่าเจ้าคิดถึงครอบครัว ย่อมอยากจะอยู่ใกล้ชิดกันมากกว่า”
เมื่อเห็นว่าเขาล้วนคิดถึงนางในทุกเรื่อง ในใจของมู่เหยาก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง
นางจ้องมองนัยน์ตาสีดำขลับของเขาแล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ท่านดีกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไร”
เยี่ยนสวินชะงักไป ก่อนจะกระชับมือของนางให้แน่นขึ้นเล็กน้อย “การที่เจ้าแต่งให้ข้า นั่นก็คือการตอบแทนที่ดีที่สุดแล้ว”
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มออกมา ต่างก็เห็นความห่วงใยที่มีให้กันและกันในแววตาของอีกฝ่าย
“จริงสิ วันนี้ที่หอชุนเซียงมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง เจ้าอยากรู้หรือไม่?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงแววตาล้อเลียนของเขาขณะที่พูด มู่เหยาก็พลันรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับตนเอง
นางก็อยากจะฟังอยู่บ้าง
แต่หลังจากที่ได้ฟังแล้ว กลับรู้สึกว่าไม่ฟังเสียจะดีกว่า
“คืนนี้หวังฉีจ้างคนไปขโมยถุงเงินของลู่จื้อ แต่ตอนจะกลับถูกแม่นมหลิวจับตัวไว้ได้แล้วส่งคนไปแจ้งที่จวนสกุลลู่ พอใต้เท้าลู่ได้ยินเรื่องก็ไม่ต้องการจะจัดการ เลยถูกแม่นมหลิวเรียกนักเลงมาซ้อมไปหนึ่งยก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...