เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 125

แม่นมหลิวส่งห่อยาใส่มือของชิงเหลียนด้วยรอยยิ้มละไม ก่อนจะจำใจหยิบเงินหลายตำลึงโยนลงที่ข้างเท้าของนาง

“ไปเถิด อยากได้อะไรก็ไปซื้อหาเสีย แล้วปรนนิบัติท่านอ๋องให้ดี”

ชิงเหลียนคุกเข่าเงียบงันอยู่เนิ่นนานกว่าจะก้มลงเก็บเงินที่กระจายอยู่บนพื้น

“ท่านแม่ น้องสาวของข้า…”

พอเห็นว่านางยังคิดถึงน้องสาวที่ป่านนี้ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ใด ความรำคาญใจก็ฉายชัดขึ้นในแววตาของแม่นมหลิวอีกครั้ง

“ชิงเหลียน อย่าได้คืบจะเอาศอก เรื่องนี้ต่อให้เจ้าไม่ทำ ก็มีคนอื่นอยากทำอีกถมไป จะฉวยโอกาสนี้หลุดพ้นจากทะเลทุกข์ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้า!”

“ส่วนน้องสาวของเจ้า หากเจ้าทำตัวดี อีกไม่กี่วันข้าจะจัดการให้พวกเจ้าได้พบกัน”

พูดจบ แม่นมหลิวก็สะบัดผ้าเช็ดหน้าอย่างรำคาญใจ แล้วหันหลังจากไปทันที

ชิงเหลียนยังคงคุกเข่าก้มหน้านิ่งอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งขาเริ่มชาจึงพยุงร่างลุกขึ้นแล้วเดินกะเผลกออกไป

เมื่อออกจากประตูเรือน ก็เห็นไป๋ซียืนรออยู่แต่ไกล นางจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับรอยยิ้ม “ไป๋ซี”

ไป๋ซีเห็นสภาพของนางแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ “แม่นมตบตีเจ้าหรือ?”

“เปล่าเลย ข้าคุกเข่าเอง กลับกันก่อนเถิด”

ร่างของคนทั้งสองค่อย ๆ ลับหายไปในระยะไกล

หลังจากกลับถึงห้อง ชิงเหลียนก็รีบวาดรูปร่างของรูกุญแจที่นางเห็นลงบนกระดาษตามที่จำได้

……

เยี่ยนสวินปีนกำแพงอย่างคล่องแคล่วตามความเคยชิน ขณะที่กำลังจะกระโดดลงไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังมาจากด้านล่าง

เขาจึงเพิ่งสังเกตเห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างกำแพงราวกับรอเขามานานแล้ว

“ฝีมือการปีนกำแพงของท่านอ๋อง เหตุใดจึงยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยเจ้าคะ ตั้งแต่เล็กจนโต”

ตั้งแต่เล็กจนโต?

เยี่ยนสวินสบตากับนาง เขารู้สึกราวกับมีบางสิ่งกำลังจะเอ่อล้นออกมาจากใจ

เขากระโดดลงมายืนตรงหน้านางอย่างแผ่วเบา ระยะห่างของทั้งสองใกล้ชิดจนลมหายใจพันเกี่ยว

“เจ้า...จำข้าได้แล้วหรือ?”

มู่เหยาเอียงคอกะพริบตา แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “อะไรหรือเจ้าคะ?”

เมื่อเห็นแววตาผิดหวังที่ฉายวาบขึ้นในแววตาของชายหนุ่ม นางก็เม้มปากกลั้นยิ้ม “ท่านอ๋องเมื่อวัยเยาว์น่ารักกว่าตอนนี้มากนัก ข้าจำได้ว่าตอนนั้นท่านอ๋องยังอ้วนกลมเล็กน้อยด้วยซ้ำ”

ใครเลยจะคิดว่าเด็กชายอ้วนกลมที่ถูกเลี้ยงดูมาในตอนนั้น จะกลายเป็นท่านอ๋องผู้มีผลงานการรบโดดเด่นและองอาจสง่างามเช่นนี้ได้?

“เมื่อท่านตามาถึง ที่บ้านก็จะมีญาติผู้ใหญ่แล้ว เรื่องงานแต่งของเราสองคนก็คงต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ยังจะจำเป็นต้องมีประตูเชื่อมอีกหรือ?”

อย่างไรเสียนางก็ต้องแต่งเข้าจวนฉู่อ๋องอยู่แล้ว แค่มีกำแพงกั้นเท่านั้น นางไม่อยากให้ต้องสิ้นเปลืองแรงงานใหญ่โต

เยี่ยนสวินรู้ว่านางเกรงใจเขา “ไม่ต้องเกรงใจไป งานแต่งของเราคงจะยังไม่ได้จัดขึ้นเร็ววันนี้ ตอนนี้เอาแบบนี้ไปก่อน ข้ารู้ว่าเจ้าคิดถึงครอบครัว ย่อมอยากจะอยู่ใกล้ชิดกันมากกว่า”

เมื่อเห็นว่าเขาล้วนคิดถึงนางในทุกเรื่อง ในใจของมู่เหยาก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง

นางจ้องมองนัยน์ตาสีดำขลับของเขาแล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ท่านดีกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไร”

เยี่ยนสวินชะงักไป ก่อนจะกระชับมือของนางให้แน่นขึ้นเล็กน้อย “การที่เจ้าแต่งให้ข้า นั่นก็คือการตอบแทนที่ดีที่สุดแล้ว”

ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มออกมา ต่างก็เห็นความห่วงใยที่มีให้กันและกันในแววตาของอีกฝ่าย

“จริงสิ วันนี้ที่หอชุนเซียงมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง เจ้าอยากรู้หรือไม่?”

เมื่อสัมผัสได้ถึงแววตาล้อเลียนของเขาขณะที่พูด มู่เหยาก็พลันรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับตนเอง

นางก็อยากจะฟังอยู่บ้าง

แต่หลังจากที่ได้ฟังแล้ว กลับรู้สึกว่าไม่ฟังเสียจะดีกว่า

“คืนนี้หวังฉีจ้างคนไปขโมยถุงเงินของลู่จื้อ แต่ตอนจะกลับถูกแม่นมหลิวจับตัวไว้ได้แล้วส่งคนไปแจ้งที่จวนสกุลลู่ พอใต้เท้าลู่ได้ยินเรื่องก็ไม่ต้องการจะจัดการ เลยถูกแม่นมหลิวเรียกนักเลงมาซ้อมไปหนึ่งยก”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง