“ฮ่า!” หวังฮูหยินแค่นยิ้มอย่างเย้ยหยัน แววตาเปี่ยมไปด้วยความลำพองใจ “นางคงได้แต่ร้องไห้ฟูมฟายจนขาดใจตายอยู่ที่จวนจงซู่โหวเท่านั้น”
“ข้าอยากจะเห็นนัก ว่าหากนางได้รู้เรื่องราวเหล่านี้แล้ว ยังจะทำเหมือนตอนอยู่สกุลลู่ที่อุ้มป้ายบรรพชนไปคุกเข่าต่อหน้าฝ่าบาทอีกหรือไม่!”
แม่นมฉีใจหายวาบ รีบเอ่ยเตือน “ฮูหิยน ตอนที่เราออกมา ใต้เท้ากำชับแล้วว่าวันนี้ต้องให้มู่จวิ้นจู่พาท่านไปขอขมาที่จวนแม่ทัพนะเจ้าคะ!”
ความลำพองใจในแววตาของหวังฮูหยินลดลงไปกว่าครึ่ง มือที่กำผ้าเช็ดหน้าอยู่ก็ยิ่งกำแน่นขึ้น “เด็กกำพร้าคนนี้นับว่าโชคดีมาแปดชาติโดยแท้ มิเช่นนั้นแล้วเหตุใดนางจึงได้รับตำแหน่งนี้มาได้ แล้วไยข้าผู้เป็นถึงฮูหยินต้องมาขอพบนางด้วย!”
ตระกูลเดิมของหวังฮูหยินไม่ได้สูงส่ง มิหนำซ้ำยังเรียกได้ว่ายากจนข้นแค้น
โชคดีที่ในตอนนั้นได้รับความเมตตาจากใต้เท้าหวัง
ทั้งสองประคับประคองกันมาจนถึงทุกวันนี้ ใต้เท้าหวังได้รับความนับหน้าถือตาจากผู้คนอยู่บ้าง อุปนิสัยที่เคยสุขุมของหวังฮูหยินจึงค่อย ๆ เหิมเกริมขึ้นตามไปด้วย
ทว่าต่อหน้าใต้เท้าหวัง นางยังคงอ่อนน้อมถ่อมตนเช่นเดิม
“ฮูหยิน…”
เมื่อเห็นว่าแม่นมฉีจะเอ่ยทัดทานอีก หวังฮูหยินก็โบกมืออย่างไม่สบอารมณ์
“พอได้แล้ว ข้ารู้ว่าวันนี้มีเรื่องสำคัญ”
สิ้นคำ รถม้าก็ค่อย ๆ หยุดลง
ทันทีที่เลิกม่านรถม้าขึ้น เมื่อหวังฮูหยินเห็นว่าคฤหาสน์โอ่อ่าที่อยู่เบื้องหน้าคือจวนจงซู่โหว นางถึงกับตกตะลึงไป
มิน่าเล่าใคร ๆ ต่างก็พูดว่าจวนจงซู่โหวนั้นมั่งคั่ง เรือนหลังนี้ช่างสร้างได้อย่างโอ่อ่าภูมิฐานเสียจริง!
ถึงกับทำให้ตระกูลหวังของนางดูด้อยไปเลย!
ถึงกับทำให้จวนสกุลหวังของนางดูด้อยไปเลย!
“หากจงซู่กงไม่ได้แต่งบุตรีของพ่อค้าเป็นภรรยา เรือนหลังนี้คงไม่อาจสร้างได้อย่างหรูหราถึงเพียงนี้”
ถ้อยคำนี้ลอยเข้าหูของลุงหวังและคนอื่น ๆ ที่เดินเข้ามา พวกเขารู้สึกได้ถึงความอิจฉาริษยาในน้ำเสียงนั้น
“หวังฮูหยิน คุณหนูของเรารอท่านอยู่ที่ห้องรับรองแล้ว ขอเชิญท่านด้านในขอรับ”
แม้ในใจของลุงหวังจะไม่พอใจหวังฮูหยิน แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น
“อืม” หวังฮูหยินเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าโบกไปมาที่จมูก
เป็นการแสดงท่าทีรังเกียจอย่างชัดเจน
แม่นมฉีเห็นการกระทำของนางแล้วถึงกับเหงื่อตกด้วยความตกใจ
แต่ในฐานะบ่าวไพร่ นางไม่อาจพูดจาไม่เหมาะสมใด ๆ ออกไปได้
ทว่าลุงหวังกลับทำราวกับมองไม่เห็น ยังคงนำทางนางไปยังห้องรับรองด้วยท่าทีสุภาพและมีมารยาท
ขนมอันเป็นเอกลักษณ์ของเจียงหนานที่นั่น ยิ่งเป็นที่โปรดปรานของเหล่าฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ จนเป็นที่ต้องการอย่างมากและหาซื้อได้ยากยิ่ง
แต่ที่นี่กลับมีมากมายถึงเพียงนี้…
หวังฮูหยินรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มขึ้นมา โชคดีที่เมื่อครู่ไม่ได้เอ่ยปากออกไป มิเช่นนั้นคงได้กลายเป็นตัวตลกให้อับอายขายหน้าเป็นแน่
“ที่แท้ก็เป็นของจากเรือนสุ่ยอวิ๋นนี่เอง มู่จวิ้นจู่ช่างมีความสามารถไม่เบาเลย ขนาดขนมของร้านนี้ยังหาซื้อมาได้”
หวังฮูหยินยิ้มเจื่อน พลางพยายามกู้หน้ากลับคืนมา จึงฉวยโอกาสนี้ถอนหายใจยาว แล้วมองไปยังผู้ที่นั่งอย่างสงบนิ่งด้วยแววตาห่วงใย
“ระหว่างทางมาจวนจงซู่โหวนี้ ข้าได้ยินคำพูดซุบซิบนินทามาบ้าง ในฐานะผู้ใหญ่ก็ย่อมรู้สึกเห็นใจจวิ้นจู่อยู่บ้าง”
“เพียงแต่ข้าก็อยากจะตักเตือนจวิ้นจู่สักคำว่า อย่ามัวแต่สนใจเรื่องของกินเล่นเหล่านี้ทุกวี่วัน เดี๋ยวจะเสียเรื่องใหญ่ไปกับเรื่องเล็กน้อย แล้วจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเอาได้”
มู่เหยาจิบชา ปลายหางตามองผ่านใบหน้าของหวังฮูหยินอย่างรวดเร็ว มุมปากที่เคยยกขึ้นเมื่อครู่พลันตกลงทันที
“ในเมื่อฮูหยินก็รู้ว่าเป็นเพียงคำพูดซุบซิบนินทา แล้วจะมาเอ่ยถึงต่อหน้าข้าทำไมกัน?”
“นี่ท่านเห็นใจข้าจริง ๆ? หรือว่า... อยากเห็นข้าทำอะไรไม่ถูกกันแน่?”
คำถามที่ตรงไปตรงมานี้ทำเอาหวังฮูหยินตั้งตัวไม่ติด
แววตาของนางสั่นไหว ก่อนจะเค้นยิ้มที่ดูน่าเกลียดออกมา “ดูท่านพูดเข้าสิ ข้าก็แค่เป็นห่วงท่าน หากท่านไม่ชอบฟัง ข้าไม่พูดก็สิ้นเรื่อง เหตุใดต้องโมโหโทโสถึงเพียงนี้ ช่างน่ากลัวเสียจริง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...