เยี่ยนสวินเดินตรงไปนั่งลงข้างองค์หญิงใหญ่ พลางเหลือบมองจู๋ซีทั้งสองอย่างมีความหมาย
เขาไม่ได้ตอบองค์หญิงใหญ่ แต่กลับหันไปมองอีกทาง
“คุณชายใหญ่ลู่ ไม่สู้เจ้าลองพูดมาหน่อย ว่าเหตุใดบ่าวคนสนิทของเจ้าจึงต้องวางยาพิษสาวใช้ที่นำข่าวมาแจ้งแก่เจ้าและองค์หญิงใหญ่ด้วย?”
คำกล่าวนี้จุดประกายความวุ่นวายขึ้นทันที
สายตาที่ทุกคนมองไปยังลู่จื้อยิ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ อาจเป็นเพราะคาดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับเขาด้วย
หน้าผากของลู่จื้อมีเหงื่อผุดซึมตั้งแต่ตอนที่เยี่ยนสวินลากคนเข้ามาแล้ว บัดนี้เมื่อถูกทุกคนจับจ้องเช่นนี้ ยิ่งไม่รู้ว่าควรจะพูดสิ่งใด
จู๋ซีที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเมื่อเห็นดังนั้น จึงกัดฟันแน่น
“เป็นข้าน้อยเองขอรับ ทั้งหมดนี้ข้าน้อยเป็นผู้ลงมือทำไปโดยพลการ เป็นข้าน้อยที่ทนเห็นคุณหนูมู่หยามเกียรติคุณชายของข้าน้อยเช่นนี้ไม่ได้”
“ดังนั้นข้าน้อยจึงคิดว่า หากคุณหนูมู่ต้องเสียความบริสุทธิ์ไป ก็จะมีเพียงคุณชายของข้าน้อยเท่านั้นที่จะรับนางไว้ได้ ขอท่านอ๋องและองค์หญิงใหญ่โปรดอภัยโทษให้คุณชายของข้าน้อยด้วย คุณชายของข้าน้อยไม่รู้เรื่องอันใดเลยจริง ๆ ขอรับ!”
คำพูดของจู๋ซีทำให้ลู่จื้อพลันได้สติ เขารีบก้าวออกไปถีบอย่างแรงทีหนึ่ง
“เจ้า เจ้ากล้าทำเรื่องเช่นนี้ลับหลังข้าได้อย่างไร!”
จากนั้น เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดหวั่น “ท่านอ๋อง องค์หญิงใหญ่ ล้วนเป็นเพราะบ่าวผู้นี้ของข้าโง่เขลาไปชั่วขณะ จึงได้ก่อความผิดร้ายแรงขึ้น จะฆ่าจะแกงอย่างไร สุดแล้วแต่ท่านทั้งสองจะตัดสิน!”
สีหน้าขององค์หญิงใหญ่บึ้งตึง นางเติบโตมาในวังลึกตั้งแต่เยาว์วัย
กลอุบายเช่นนี้นางพบเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน
มีหรือจะไม่รู้ว่าใครกันที่คิดร้าย ใครกันที่ต้องการจะทำให้ชื่อเสียงของสตรีต้องมัวหมอง!
แต่บัดนี้ผู้คนมากมายกำลังจับตามอง อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับจวนโหว…
องค์หญิงใหญ่สูดลมหายใจลึก ก่อนจะหลับตาลงชั่วครู่ แล้วหันไปมองมู่เหยา “แม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับคุณหนูมู่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เกียรติของคุณหนูมู่ต้องมัวหมอง ทั้งยังเกือบจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่โต คุณหนูมู่คิดว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”
มู่เหยาคาดไม่ถึงว่าองค์หญิงใหญ่จะโยนเรื่องนี้มาให้นางเป็นผู้ตัดสิน
นางเหลือบมองไปยังเยี่ยนสวินโดยไม่รู้ตัว เขากำลังใช้มือเท้าคางพลางยกยิ้มมุมปากส่งให้นาง
“ข้าน้อยเป็นเพียงสตรีในห้องหับ จวนมู่ก็ยึดถือความเมตตากรุณาเป็นสำคัญ เรื่องเช่นนี้ข้าน้อยไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน จึงขอถามท่านอ๋องว่าควรจัดการอย่างไรดีเจ้าคะ?”
เมื่อเห็นนางแสร้งทำเป็นไม่รู้ความ เยี่ยนสวินก็เลิกคิ้วขึ้น
ท่าทีที่ดูเกียจคร้านในตอนแรกพลันเปลี่ยนเป็นจริงจัง แววตาเย็นชาของเขากวาดมองสองคนที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่เบื้องล่างอย่างเฉยเมย ก่อนจะชี้ไปยังจู๋ซี
“คนนี้โยนลงแม่น้ำไปเสีย ส่วนอีกคน... โบยให้ตาย”
เพียงประโยคเรียบ ๆ ประโยคเดียว ก็ตัดสินความเป็นความตายของคนได้
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันกลั้นหายใจแทบไม่กล้าส่งเสียง เกรงว่าจะทำให้ท่านผู้นี้ขุ่นเคือง
“คุณหนูมู่พอใจหรือไม่?”
เมื่อเยี่ยนสวินเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา มู่เหยาได้แต่เก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าผู้คน
จึงได้แต่ตอบรับตามคำของเขา
ครั้งนี้ สายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มองมายังมู่เหยาพลันแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
แม้กระทั่งเหล่าคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์สองสามคนที่คิดจะสานสัมพันธ์กับมู่เหยา ต่างก็พากันถอยห่างออกไป
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เอาตามนี้ เรื่องในวันนี้ห้ามแพร่งพรายออกไป พวกเจ้าออกไปเถิด”
“ส่วนคุณชายใหญ่ลู่ ข้าจำได้ว่าอีกไม่นานก็จะมีการจัดงานชุมนุมกวี แม้คุณชายใหญ่ลู่จะศึกษาตำรามามาก แต่ก็ยังบกพร่องอยู่ ก่อนที่งานชุมนุมกวีจะจัดขึ้น ก็ควรจะอยู่บ้านอ่านคัมภีร์กวีนิพนธ์ให้มากขึ้น จะได้ประสบความสำเร็จในการสอบครั้งเดียว”
ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือนกว่าจะถึงงานชุมนุมกวี วาจาเหล่านี้ขององค์หญิงใหญ่เห็นได้ชัดว่าเป็นการตักเตือนลู่จื้อ
แต่ลู่จื้อไม่อาจกล่าวคำใด ทำได้เพียงยอมรับด้วยสีหน้าซีดเผือด
รอจนกระทั่งผู้คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยจากไป มู่เหยามองไปยังคุณหนูรองตระกูลจ้าวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยดวงตาทั้งสองแดงก่ำ หลังจากถอนหายใจในใจครั้งหนึ่งแล้ว ก็หันหลังจากไปเช่นกัน
ขณะเดินจากไป ยังพอได้ยินเสียงแว่วอ้อนวอนของสตรีผู้นั้น กับวาจาอันเย็นชาของเยี่ยนสวิน
มู่เหยาถอนหายใจในใจอีกครั้ง แล้วนำหนิงจู๋เร่งฝีเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ใครเล่าจะมีแก่ใจชมทิวทัศน์อีกต่อไป ต่างก็จับกลุ่มซุบซิบนินทากัน
มู่เหยาไม่ชอบบรรยากาศเช่นนี้ จึงหาข้ออ้างปลีกตัวออกมาจากกลุ่มคน
เมื่อออกมาจากห้องโถง ก็เห็นลู่จื้อที่เมื่อครู่ยังถูกผู้คนห้อมล้อม บัดนี้กลับถูกผู้คนรังเกียจราวกับตัวนำโรคระบาด
เรื่องราวในวันนี้ เกรงว่าข่าวนี้จะแพร่กระจายไปถึงหูของทุกตระกูล ก่อนที่เรือสำราญของพวกเขาจะเทียบท่าเสียอีก
ทว่าทันทีที่นางหลับตาลงเพื่อพักผ่อนจิตใจชั่วครู่ ในห้วงความคิดกลับปรากฏใบหน้าของเยี่ยนสวินแวบขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
ทำให้นางตกใจจนรีบลืมตาขึ้น!
“เหตุใดถึงนึกถึงเขาขึ้นมาได้?”
มู่เหยาลูบหน้าอกเบา ๆ ด้วยมือเรียว กดความรู้สึกเต้นระรัวของหัวใจ เมื่อสลัดภาพของชายผู้นั้นออกจากความคิดได้แล้ว นางก็ขมวดคิ้วดับเตาเผา
หนิงจู๋ที่เพิ่งเข้ามาในห้องเห็นภาพนั้นพอดี “คุณหนู เหตุใดจึงดับกลิ่นไผ่นี่เสียเล่าเจ้าคะ ช่วงนี้ท่านมิใช่โปรดปรานกลิ่นนี้ที่สุดหรอกหรือเจ้าคะ”
“ช่างเถิด ต่อไปกลับไปใช้ธูปกล้วยไม้เช่นเดิมเถิด”
จะได้ไม่ต้องพอได้กลิ่นนี้ทีไรก็นึกถึงเยี่ยนสวินขึ้นมาทุกที
“เจ้าค่ะ”
แม้หนิงจู๋จะรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอันใด เพียงเก็บขวดกระเบื้องที่วางเปิดอยู่บนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
พร้อมทั้งเตือนมู่เหยาว่ายังเหลือเวลาอีกราวสองชั่วยามกว่าจะถึงฝั่ง สามารถงีบหลับพักผ่อนได้สักครู่
ส่วนในห้องพักขององค์หญิงใหญ่บนชั้นสาม
เยี่ยนสวินจุดธูปหอม กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่ว ความดุดันบนใบหน้าของเขาก็ลดลงเล็กน้อย
“กลิ่นนี้...”
แววตาขององค์หญิงใหญ่ฉายแววประหลาดใจ เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของเจ้าหนุ่ม ความคิดในใจของนางก็ยิ่งได้รับการยืนยันอีกครั้ง
“อาสวิน เจ้ากลับมาจากสนามรบแล้ว ฝ่าบาทประสงค์จะหาคู่ครองให้เจ้า เจ้ามีใครหมายปองในใจหรือไม่?”
เมื่อกล่าวถึงพระราชทานสมรส แววบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในแววตาของเยี่ยนสวิน แต่ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วจนองค์หญิงใหญ่จับสังเกตไม่ได้
เขาเขี่ยผงหอมธูปกล้วยไม้ในเตาเผาอย่างไม่ใส่ใจ “มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ไม่รีบร้อน”
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของเขา องค์หญิงใหญ่ก็พอจะเดาได้ว่าคนที่อยู่ในใจเขาคือใคร นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ตระกูลมู่เมื่อครั้งอดีตเคยรุ่งเรืองอย่างยิ่งในเมืองหลวง น่าเสียดายที่สวรรค์อิจฉาผู้มีความสามารถ จึงเหลือทิ้งไว้เพียงเด็กหญิงกำพร้าผู้โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง หากมีคนคอยคุ้มครองก็ยังนับว่าดี แต่หากไร้คนคุ้มครอง ซ้ำยังมีข่าวลือต่าง ๆ ในเมืองหลวงอีก เกรงว่าวันข้างหน้าคงลำบาก”
เยี่ยนสวินเหลือบมองแผ่นเครื่องหอมในเตา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “คนตระกูลลู่นั่นไร้วาสนา แต่ข้าวาสนาดีมาตลอด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...