ใช้ชีวิตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามานานหลายปี ทำให้มู่เถาเถาแสดงท่าทีประจบประแจงผู้ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว
มู่เหยาลูบแก้มของนาง สายตาอ่อนโยนดุจสายน้ำ “หากเจ้าอยากทำสิ่งเหล่านี้ พี่หญิงจะไม่ห้ามเจ้า แต่ในภายภาคหน้าเจ้าคือคุณหนูตระกูลมู่ ต้องเริ่มเรียนรู้ขนบธรรมเนียมและมารยาท อาจจะลำบากบ้าง เจ้าจะทนไหวหรือไม่?”
ในเมื่อรับเลี้ยงแล้ว นางย่อมไม่เลี้ยงดูเหมือนลูกแมวลูกสุนัขที่ให้เพียงอาหารและน้ำแล้วก็ไม่ใส่ใจ
สิ่งที่ควรสอน สิ่งที่ควรเรียนรู้ จะไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่อย่างเดียว
“ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจเรียน จะไม่ทำให้พี่หญิงต้องอับอาย!”
ท่าทีที่ไม่เหนียมอายของมู่เถาเถาช่างถูกใจมู่เหยานัก
นางยิ้มพลางลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนาง แล้วหันไปส่งสัญญาณให้หนิงจู๋ “เจ้ากับชิงอู้พานางไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วมาทานอาหารกลางวันกับข้า”
ทั้งสองคนแทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้ว พอได้ยินดังนั้นจึงรีบเข้าไปพาตัวเด็กน้อยออกไปทันที
ภายในห้องโถงจึงเหลือเพียงชิงอิ่ง
“ว่ามาเถิด”
แววตาของชิงอิ่งเป็นประกาย อนจะรีบกล่าวถ้อยคำที่เหลือออกมา “แม่นางชิงเหลียนถูกจับตามองอยู่ที่หอชุนเซียง ไม่สามารถนำของออกมาได้เจ้าค่ะ”
“แต่วันนี้แม่นางชิงเหลียนจะขึ้นป้ายที่เรือนสุ่ยอวิ๋น คุณหนูสามารถพานางไปที่นั่นเพื่อฟังการดีดพิณของแม่นางชิงเหลียนได้เจ้าค่ะ”
ยามนี้เป็นช่วงที่ข่าวลือแพร่สะพัด หากนางเรียกตัวชิงเหลียนที่เรือนสุ่ยอวิ๋น
คนส่วนใหญ่คงคิดว่านางได้ยินข่าวลือในเมืองหลวง จึงอยากจะมาดูว่าแม่นางชิงเหลียนผู้นี้เป็นใครกันแน่
ย่อมไม่มีใครคิดว่านางไปเพื่อรับของ
นับเป็นการตบตาผู้คนได้เป็นอย่างดี!
“ดี” มู่เหยารับคำ
หนึ่งชั่วยามต่อมา ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี
ชิงอู้และหนิงจู๋ได้จัดการดูแลมู่เถาเถาจนเรียบร้อย นางเปลี่ยนมาสวมชุดกระโปรงสีชมพูรากบัวของเด็กหญิงเดินเข้ามา
ผมเผ้าที่เคยยุ่งเหยิง บัดนี้ถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยสองข้างดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
“เจ้าไม่ได้ทานเนื้อสัตว์มานาน หลายวันนี้คงต้องทานของจืดไปก่อน อย่าใจร้อน ค่อย ๆ ทาน”
มู่เหยาวางชามโจ๊กผักและหมูเส้นไว้ตรงหน้ามู่เถาเถา
เด็กน้อยมองมู่เหยาแวบหนึ่ง แล้วจึงเลียนแบบท่าทางของนาง ค่อย ๆ ตักโจ๊กในชามเข้าปาก
เมื่อเห็นดังนั้น แววตาของมู่เหยาก็เผยให้เห็นถึงความพึงพอใจอย่างยิ่ง
หลังจากทานอาหารเสร็จ ชิงอิ่งก็เตรียมรถม้าไว้แต่เนิ่น ๆ พาทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังเรือนสุ่ยอวิ๋น
ระหว่างทาง ผู้คนจำนวนไม่น้อยจำรถม้าของจวนจงซู่โหวได้ เมื่อเห็นรถม้าจอดที่หน้าเรือนสุ่ยอวิ๋น ยิ่งทำให้ผู้คนมากมายต่างพากันมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“พี่หญิง ข้าอยากกินขนมหวานได้หรือไม่?”
มู่เถาเถาเอ่ยปากอย่างประหม่า เมื่อเอ่ยถึงขนมหวานก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก
เมื่อก่อนตอนที่นางยังขอทานอยู่ตามท้องถนน เคยเห็นพี่สาวหลายคนซื้อขนมหวานให้แก่น้องสาว
บัดนี้นางก็มีพี่สาวแล้ว จึงอยากรู้ว่ารสชาติของขนมหวานว่าเป็นอย่างไร
“ได้สิ” มู่เหยายิ้มพลางลูบศีรษะที่ผมนุ่มฟูของนาง แล้วให้ชิงอิ่งลงไปสั่งขนมและของว่างที่เด็กเล็กชื่นชอบ
และให้ถือโอกาสดูด้วยว่าแม่นางชิงเหลียนอยู่ที่ใด
เมื่อชิงอิ่งยกของว่างขึ้นมาบนชั้นสอง เสียงป่าวประกาศของผู้จัดการร้านก็ดังขึ้นจากด้านล่าง
“วันนี้ นักดีดพิณแห่งเรือนสุ่ยอวิ๋น คือแม่นางชิงเหลียนผู้โด่งดังแห่งเมืองหลวง หากท่านใดประสงค์จะเข้าพบเป็นการส่วนตัว สามารถเข้าร่วมประมูลราคาสูงสุดได้หลังจากที่แม่นางบรรเลงพิณจบ”
“เพียงแต่ทุกท่านคงทราบดีว่า บัดนี้สถานะของแม่นางเปลี่ยนไปแล้ว ต่อให้ท่านจะเป็นที่ต้องตาต้องใจ ก็จงอย่าได้ทำเรื่องอันใดที่ไม่สมควร!”
ประโยคสุดท้ายนั้น เป็นการเอ่ยเตือนทุกคนที่อยู่เบื้องล่างอย่างชัดเจน
ว่าอย่าได้ลืมว่าเบื้องหลังของแม่นางชิงเหลียนนั้นยังมีฉู่อ๋องอยู่!
มู่เหยาสั่งให้ชิงอิ่งดูแลมู่เถาเถาอยู่ในห้อง ส่วนตัวนางก็เดินออกไป
บนชั้นสองมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ โดยมีโต๊ะหลายตัวตั้งเรียงรายไว้สำหรับใช้ในการประมูลเวลาของแม่นางในอีกครู่หนึ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...