เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 134

“พอแล้ว ๆ ลุกขึ้นเถอะ”

มู่เหยาจนปัญญาเล็กน้อย ไม่อยากได้ความเคารพใหญ่โตขนาดนี้

ชิงเหลียนประคองมู่เถาเถาลุกขึ้น พูดคุยเรื่องความหลังกับน้องสาวอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหยิบของสิ่งหนึ่งออกมา

“หลังจากท่านอ๋องมาเยือนหอชุนเซียงครั้งแรกและจากไป ข้าก็โดนแม่นมหลิวผู้ดูแลลากไปคุยในเรือนเล็ก ห่อยานี้นางอยากให้บ่าวใส่ลงในสุราของท่านอ๋อง ยังบอกว่าหากบ่าวถูกจับได้ ก็จงโยนความผิดให้รัชทายาท”

มู่เหยาดวงตามืดมนลง “รัชทายาท?”

ชิงเหลียนก็พยักหน้าด้วยความงุนงง “ความหมายของแม่นมหลิวคือ บ่าวโยนความผิดให้คนอื่นก็พอ หลักฐานอื่น ๆ จะมีคนเตรียมเอาไว้”

มู่เหยาไม่ได้รับห่อยา แต่ส่งสายตาให้ชิงอิ่ง

ชิงอิ่งรู้เกี่ยวกับยาอยู่บ้าง คิดว่าน่าจะรู้ส่วนประกอบในห่อยานี้

ระหว่างที่ชิงอิ่งกำลังจำแนกยา ชิงเหลียนก็หยิบกระดาษยับ ๆ แผ่นหนึ่งออกมา ด้านบนเหมือนจะวาดรูปของรูกุญแจอยู่

“วันนั้นบ่าวเข้าไปในเรือนของแม่นมหลิว ก็ถือโอกาสสำรวจรูกุญแจตู้เก็บของในห้องของแม่นมหลิว โดยรวมล้วนหน้าตาเหมือนกัน แต่จะให้ดูอย่างละเอียดอีกบ่าวมองไม่ออก”

มู่เหยาเอื้อมมือไปรับมา พิจารณาดูอย่างละเอียด ก่อนจะเก็บอย่างระมัดระวัง

“ชิงอิ่ง เป็นอย่างไรบ้าง?”

ชิงอิ่งเก็บห่อยาด้วยสีหน้าหนักหน่วง และขมวดคิ้วกล่าวว่า “คุณหนู ในห่อยาได้ใส่ผงยาชนิดหนึ่งที่ทำให้คนค่อย ๆ สูญเสียสติ เหมือนจะเป็นของจากทางหนานเจียง”

“ผงยาชนิดนี้ตอนแรกจะมองอะไรไม่ออก หลังจากอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน ประกอบกับสิ่งกระตุ้นบางอย่างจะทำให้ไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงขั้นฆ่าคนต่อสาธารณะได้!”

มู่เหยาหัวเราะเยาะ

“แม่นมหลิวคนนี้คงไม่ใจกล้าขนาดนั้น เรื่องนี้ชัดเจนว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง”

“เก็บห่อยาให้ดี คืนนี้ส่งไปที่จวนฉู่อ๋อง”

ชิงอิ่งขานตอบ แล้ววางไว้กับกระดาษที่วาดรูปรูกุญแจ หลังจากใช่กระดาษน้ำมันห่อให้เรียบร้อยและแน่ใจว่าจะไม่มีทางซึมออกมา ถึงจะรู้สึกโล่งใจ

หลังจากปล่อยให้สองพี่น้องพูดคุยกันสักพัก ก่อนชิงเหลียนจะไป ก็ได้ตบหน้าแรง ๆ หนึ่งที

แก้มสีขาวกลายเป็นสีแดง มองเห็นได้อย่างชัดเจน

ประกอบกับเบ้าตาที่ร้องไห้ด้วยความตื่นเต้นเพราะเจอน้องสาว ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนเพิ่งโดนรังแก

“บ่าวขอลงไปก่อน อีกเดี๋ยวจวิ้นจู่ค่อยไป”

มู่เหยารู้ว่านางอยากแสดงให้สมบทบาท จึงไม่ได้ขัดขวาง

จึงแค่ฟังเสียงจากข้างนอกเงียบ ๆ มีคนมากมายที่เห็นชิงเหลียนเดินออกมาจากห้องจู๋ชิงด้วยสภาพนี้ แล้วอยากเป็นเดือดเป็นร้อนแทน

มู่เถาเถาเบ้าตาแดงก่ำ นึกถึงคำสั่งของพี่หญิง แล้วพยักหน้า “จวิ้นจู่ เถาเถาเข้าใจเหตุผล ไม่มีทางทำให้จวิ้นจู่ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่เป็นธรรม”

คำว่าจวิ้นจู่ทำให้มู่เหยาชะงัก แต่สุดท้ายไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร

อดถอนหายใจไม่ได้ สาวน้อยตรงหน้า อายุยังน้อยแต่รู้ประสีประสาเช่นนี้ ทำให้คนปวดใจจริงๆ

รถม้ากลับถึงจวนจงซู่โหว มู่เหยาไปดูความเรียบร้อยของบ้านข้าง ๆ ส่วนมู่เถาเถาได้มอบให้หนิงจู๋ผู้มีชีวิตชีวาและชอบเสียงดังดูแลแทนแล้ว

ชิงอิ่งก็หยิบของไปยังจวนฉู่อ๋อง

“วันนี้คุณหนูไปเรือนสุ่ยอวิ๋น เกรงว่าวันพรุ่งต้องมีคนนินทาไม่น้อย!”

มู่เหยาไม่ใส่ใจคำพูดของชิงอู่ นางเพ่งมองตำแหน่งที่คนจัดสวนวางต้นไม้ แล้วซักถามว่า “ตอนข้าไม่อยู่ มีคนจากตระกูลหวังมาเยี่ยมหรือไม่?”

ชิงอู่ตบหน้าผากตัวเอง เพิ่งจะนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นได้

“มี คนตระกูลหวังเอาของขวัญมาส่ง บอกว่าเป็นการขอโทษ ลุงหวังไล่คนไปทำตามคำสั่งของคุณหนู ส่วนของขวัญก็ส่งกลับไปแล้ว”

มู่เหยาพยักหน้าพอใจ

ส่วนเรื่องคนจากตระกูลหวังมา นางเดาได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

ถึงอย่างไรนางก็วางกับดักใส่เขา ใต้เท้าหวังอยู่ในวงการขุนนางมาหลายปี ทำไมจะดูลูกไม้เล็ก ๆ ของนางไม่ออก?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง