“เเต่เรื่องนี้ไม่ใช่ฝ่าบาทให้ท่านอ๋องไปทำหรือ ท่านอ๋องไม่มีทางฆ่าคนส่งเดช ฝ่าบาท…ฝ่าบาทเหตุใดจึงทรงสงสัยท่านอ๋องเช่นนี้”
ฉางชิงกำหมัดแน่น กดเสียงให้ต่ำลง
เขาก็รู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ พูดออกไปไม่ได้!
ฮูหยินเฒ่าเซียวหน้าบึ้ง “หุบปาก! คำพูดแบบนี้เจ้าจะพูดตามอำเภอใจได้หรือ”
ฉางชิงหน้าซีดเผือด รีบประสานมือคำนับฮูหยินเฒ่าเซียว
“ฮูหยินเฒ่าโปรดให้อภัย ข้าน้อยเเค่เห็นท่านอ๋องไม่ได้รับความเป็นธรรม”
ฮูหยินเฒ่าเซียวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เจ้ากลับไปดูเเลท่านอ๋องเถอะ เรื่องวันนี้รอท่านอ๋องตื่นเเล้วค่อยบอกเขา”
พูดจบ ฮูหยินเฒ่าเซียวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ยื่นมือลูบขมับ
มองไปยังห้องโถงที่ว่างเปล่า นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ชุ่ยหวน เจ้าไปที่จวนจงซู่โหว เชิญมู่จวิ้นจู่มาที่จวนฉู่อ๋องเป็นเพื่อนคุยกับข้าหน่อย”
ในเมื่อข่าวลือเเพร่ออกไปเเล้ว การที่มู่เหยาไม่มาก็ดูผิดปกติอยู่บ้าง
“เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”
เมื่อมู่เหยาได้รับเทียบเชิญ นางเพิ่งจะให้คนนำตำราไปส่งให้เจียงเจาพอดี
เด็กคนนั้นเพราะเรื่องที่ทะเลสาบมรกตในตอนนั้น จนบัดนี้ก็ยังไม่ยอมออกมา
เเต่มู่เหยารู้ดีว่า ไม่ใช่เจียงเจาไม่ออกมา
เเต่เป็นเพราะฮูหยินใหญ่เจียงกลัวว่าความโกรธในใจของเจียงเจายังไม่หายไป เเล้วจะไปทะเลาะกับหวังรั่วเมิ่งอีก
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
มู่เหยาจัดเตรียมสิ่งของเล็กน้อย เเล้วไปยังจวนฉู่อ๋อง
พอเข้าไปในประตู ก็เห็นฮูหยินเฒ่าเซียวกำลังนั่งถอนหายใจอยู่บนเบาะนุ่ม อาจจะเพราะเห็นนางมาถึง สีหน้าจึงดูสดใสขึ้นมาบ้าง
“มาสิ มานั่งข้างแม่”
ฮูหยินเฒ่าโบกมือให้มู่เหยาอย่างอ่อนโยน คำว่าแม่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น
มู่เหยารีบเดินไปข้างหน้า เเล้ววางมือบนฝ่ามือของฮูหยินเฒ่าเซียว
“ท่านเเม่ รีบร้อนเรียกข้ามา เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
ฮูหยินเฒ่าเซียวมองมู่เหยา ความรู้สึกมากมายผุดขึ้นในใจ อดไม่ได้ที่จะลูบใบหน้าเล็กๆของนาง
“ลำบากเจ้าเเล้วนะ ที่ต้องมาเเต่งกับลูกชายของข้า”
คำพูดนี้ทำให้มู่เหยาตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ เมื่อนางเข้าใจถึงความหมายในคำพูดของฮูหยินเฒ่าเซียว นางก็จับมือมือของฮูหยินเฒ่าเซียวไว้เเละปลอบโยน
“ท่านแม่ไม่ต้องรู้สึกว่าข้าลำบาก ท่านอ๋องดีต่อข้ามาก การที่ข้าได้ท่านอ๋องเป็นคู่ครอง ถือเป็นความโชคดีของข้า”
เยี่ยนสวินปฏิบัติต่อนางดีจริงๆ
ไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะเเจ้งให้นางทราบก่อนเสมอ
มีตั้งเเต่สมัยเยาว์วัย วัยเด็กเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สีหน้าเเววตาดูสมจริงมาก ราวกับเจ้าตัวอยู่ในภาพวาดเอง
แสดงให้เห็นฝีมือของผู้ที่วาดภาพ รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อบุคคลในภาพ!
“ทั้งหมดนี้ เขาเป็นคนวาดหรือ”
มู่เหยาเดินไปข้างหน้า ยื่นมือสัมผัสภาพวาดภาพหนึ่ง
หมึกวาดมีกลิ่นหอมของดอกบ๊วยเล็กน้อย ราวกับเป็นหมึกที่ผสมกับน้ำดอกไม้สด
ปรมาจารย์เลี่ยวพยักหน้า “เยี่ยนสวินเคยบอกข้าตั้งเเต่เด็กว่า เขามีคนที่อยากเเต่งงานด้วย เเต่เขารู้สึกว่าตอนเด็กเขาช่างธรรมดาเกินไป เกรงว่าจะไม่คู่ควรกับคนในใจ”
“ดังนั้น ในตอนนั้นเมื่อต้องนำทัพออกรบ เขาจึงไปสู่สนามรบโดยไม่ลังเล”
“มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อทำสงครามกับพวกป่าเถื่อนหนานเจียง เขาบังเอิญรู้ว่าจวิ้นจู่ได้หมั้นหมายเเล้ว ศึกในครั้งนั้นเขาเเทบจะสู้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตาย”
หัวใจของมู่เหยาสั่นสะท้าน มือที่อยู่ในเเขนเสื้อก็กำเเน่นขึ้นเล็กน้อย
นางไม่เคยคิดเลยว่า ความรู้สึกของเยี่ยนสวินที่มีต่อนางนั้นมีมาตั้งเเต่เด็ก
ยิ่งไม่เคยคิดเลยว่า เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะนาง!
ปรมาจารย์เลี่ยวค้นตู้อยู่พักหนึ่ง เเล้วหยิบจดหมายเปื้อนเลือดฉบับหนึ่งออกมา ยื่นให้มู่เหยาตรงหน้า
“จวิ้นจู่ นี่คือจดหมายสั่งเสียที่เขาเขียนไว้ก่อนออกศึกครั้งนั้น เขาเคยสั่งคนสนิทไว้ว่า หากเขาตาย ให้ส่งจดหมายสั่งเสียนี้ไปถึงมือของคุณหนูตระกูลมู่ ถือเป็นทางหนีทีไล่ที่เขาพยายามต่อสู้มาเพื่อท่าน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...