น้ำเสียงของหลันอิ๋งเต็มไปด้วยความเสียใจ
มู่เหยาได้ยินเเล้วน้ำตาคลอเบ้า เมื่อได้เจอคนในครอบครัว คนที่เข้มเเข็งเเค่ไหนก็จะวางภาระที่เเบกไว้ลง
อยากจะกระโจนเข้าอ้อมกอดคนในครอบครัวเเล้วร้องไห้ให้เต็มที่
“คุณหนูใหญ่หลัน ข้าขอตรวจชีพจรให้ท่านก่อน”
ปรมาจารย์เลี่ยวเหลือบมองกล่องที่ชิงอิ่งถืออยู่ ในดวงตามีความตื่นเต้นอย่างยากจะเอ่ย
หากเดาไม่ผิด ในกล่องคงจะเป็นหญ้าเหลียนซิน
หลันอิ๋งพยักหน้า ไม่ได้วางท่าหยิ่งยะโส ยื่นข้อมือออกไปวางบนผ้าเช็ดผืนใหม่
ปรมาจารย์เลี่ยวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองหลันอิ๋งเลย ถือเป็นการให้เกียรติลูกสาวที่ยังไม่ได้เเต่งงาน
เเต่ชีพจรนี้…
ปรมาจารย์เลี่ยวเงยหน้าขึ้นมองหลันอิ๋งโดยไม่รู้ตัว เเล้วรีบเบือนสายตาไปอย่างรวดเร็ว
“อาการอ่อนแอของคุณหนูหลันเป็นมาตั้งเเต่ในครรภ์ เเต่ก็ไม่ใช่โรคร้ายเเรง ตามหลักแล้วถ้ารักษาอย่างระมัดระวังก็จะดีขึ้นบ้าง เเต่ตอนนี้ดูเหมือน…มีปัญหาในยาต้มหรือเปล่า”
ปรมาจารย์เลี่ยวพูดอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา หลันอิ๋งก็ตกตะลึงอยู่กับที่
มู่เหยาตกใจเล็กน้อย หลังจากได้สติก็ขมวดคิ้วถามว่า “ปรมาจารย์เลี่ยวหมายความว่า อาการป่วยของญาติผู้พี่ของข้า น่าจะได้รับการดูเเลจนหายดีไปนานเเล้ว ไม่ควรจะอ่อนแอแบบที่เป็นอยู่นี้ใช่ไหม”
ปรมาจารย์เลี่ยวพยักหน้า
“คุณหนูใหญ่หลันหากมีเวลาว่างในภายหลัง สามารถนำกากมาให้ข้าดู
ครู่ใหญ่ หลันอิ๋งจึงได้สติ
นางกำข้อมือของมู่เหยาเเน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าดูแย่ขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่านึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง
มู่เหยาสังเกตุเห็นอารมณ์ของนาง จึงถือโอกาสเปลี่ยนเรื่อง “ชิงอิ่ง เอาหญ้าเหลียนซินมาหรือยัง”
ชิงอิ่งตอบรับเเล้วก้าวไปข้างหน้า เปิดกล่องที่บรรจุหญ้าเหลียนซิน
ลหลังจากปรมาจารย์เลี่ยวตรวจสอบอย่างละเอียด ความกังวลที่ค้างคามาสองวันก็คลี่คลายในที่สุด
“หญ้าเหลียนซินยิ่งใช้เร็วเท่าไรยิ่งดี ข้าจะไปเตรียมยาเเก้พิษก่อน ส่วนคุณหนูใหญ่หลัน ข้าจะให้คนส่งใบสั่งยามาภายหลัง ให้ลองทานดูก่อนสองชุดเพื่อดูผล”
มู่เหยาลุกขึ้นพร้อมโค้งตัว “ขอบคุณปรมาจารย์เลี่ยวมาก”
“ไม่ต้องไม่ต้อง ตระกูลหลันยอมนำหญ้าเหลียนซินมาก็ถือเป็นการช่วยชีวิตคนเเล้ว หลังจากนี้ข้าจะรีบช่วยคุณหนูใหญ่หลันปรับสภาพให้ดีขึ้น”
หลังจากกล่าวคำทักทายตามมารยาทเสร็จ ปรมาจารย์เลี่ยวก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องโถงเหลือเพียงมู่เหยาเเละหลันอิ๋ง
หลันอิ๋งลูบหน้านางอย่างทะนุถนอมแต่น้ำเสียงกลับมีความเย็นชาขึ้นเล็กน้อย
“อาหน่วน หลังจากที่เจ้าถอนหมั้นกับตระกูลลู่ ธุรกิจของตระกูลหลันก็ถูกกีดกัน ท่านตาสังเกตุเห็นความผิดปกติจึงรีบขายทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลหลันออกไปแต่เนิ่น ๆ”
“แม้จะขาดทุน แต่ก็หลีกเลี่ยงภัยพิบัติบางอย่างได้”
มู่เหยาตกใจ นางถามซ้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ธุรกิจของตระกูลหลันมีปัญหาหลังจากที่ข้าถอนหมั้นอย่างนั้นหรือ?”
หลันอิ๋งพยักหน้าอย่างคลุมเครือ
“ตามหลักแล้ว ข่าวในเมืองหลวงไม่ควรจะแพร่ไปถึงเจียงหนานเร็วขนาดนี้ แต่พอถึงวันที่สองหลังจากที่เจ้าถอนหมั้น คนในตระกูลหลันทั้งหมดก็รู้เรื่องอย่างชัดเจน คืนนั้นมีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งไฟไหม้ เกือบมีคนตาย”
“ขอบคุณท่านอารองและน้องสาม ไม่เช่นนั้นตระกูลหลันคงต้องเผชิญคดีความ!”
เรื่องพวกนี้ มู่เหยาไม่เคยรู้มาก่อนเลย
แม้แต่เยี่ยนสวินก็ไม่เคยเอ่ยกับนาง
“เรื่องบังเอิญขนาดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว” มู่เหยาสงบใจลง
หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของตระกูลลู่ ก็ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผลนัก
เพราะตามปกติแล้ว ตระกูลลู่ไม่น่าจะมีอำนาจใหญ่โตถึงขนาดนี้
หรือว่าการหมั้นหมายระหว่างนางกับลู่จื้อเป็นสิ่งที่คนผู้นั้นจงใจจัดฉากขึ้น เพื่อใช้โอกาสนี้ผูกมัดการค้าของตระกูลหลัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...