หลังจากนั้นเมื่อเห็นพวกเขาทั้งสองถอนหมั้นกัน ก็เลยคิดจะทำลายทิ้งเมื่อไม่สามารถครอบครองได้
มู่เหยาคิดไม่ตกเลยจริง ๆ นางรู้สึกว่าในสมองมันยุ่งเหยิงไปหมดจนไม่สามารถแยกแยะอะไรได้ชัดเจน!
“อาหน่วน เรื่องของตระกูลหลัน รอท่านตากับคนอื่น ๆ มาถึงแล้วค่อยคุยกันอย่างละเอียด ให้ข้าดูเจ้าให้ดีก่อนว่า ผอมลงไปบ้างไหม
คำพูดของหลันอิ๋งทำให้มู่เหยาหลุดพ้นจากความทุกข์ใจ นางยิ้มพร้อมกับหมุนตัวไปรอบ ๆ
นาน ๆ ทีจะเผยท่าทีน่ารักแบบน้องสาวออกมา
“พี่หญิงไม่ต้องห่วงข้าหรอก ช่วงนี้ข้ายังอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ”
แม้จะพูดอย่างนั้น แต่หลันอิ๋งก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
พอคิดถึงเรื่องที่ไปจวนฉู่อ๋องเมื่อบ่าย นางก็เลยดึงคนมานั่งข้าง ๆ “ฉู่อ๋องปฏิบัติต่อเจ้าดีไหม ข้าได้ยินมาว่าฉู่อ๋องมีนิสัยไม่ได้ ถ้าเจ้าถูกบังคับหรือไม่เต็มใจ ตระกูลหลันของเราก็สามารถหาวิธีปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ได้นะ”
มู่เหยารู้ว่าพวกเขาเป็นห่วงนาง
“การแต่งงานถูกปฏิเสธไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้ายังปฏิเสธอีก ฝ่าบาทก็จะทรงกริ้วได้”
หลันอิ๋งถอนใจเฮือกใจ
“ตอนแรกคิดว่าตระกูลลู่เป็นคนดี แต่ไม่คิดเลยว่าจะวางแผนล่วงหน้าขนาดนี้ ข้าสังเกตุท่าทีของคนในจวนฉู่อ๋องที่มีต่อเจ้าแล้ว คาดว่าฮูหยินเฒ่าเซียวก็คงเป็นคนดีมากเช่นกัน”
หลันอิ๋งเป็นคนช่างสังเกตุ แค่อยู่ในจวนฉู่อ๋องเพียงชั่วครู่
นางก็สามารถมองเห็นอะไรได้มากมาย
“ฮูหยินเฒ่าเซียวเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ก็เป็นคนดีมาก ๆ ฉู่อ๋อง....ปฏิบัติต่อข้าดีอย่างจริงใจเลยล่ะ พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ จวนฉู่อ๋องดีกว่าตระกูลลู่เป็นพันเท่า”
เมื่อเห็นนางกล่าวถึงฉู่อ๋อง ใบหน้าก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนเป็นสีขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอาย
หลันอิ๋งจึงวางใจ
“จวิ้นจู่ ยามาแล้วเจ้าค่ะ”
เสียงของหนิงจู๋ดังขึ้น หลันอิ๋งเช็ดน้ำตาที่ขอบตา
“บ่าวเฝ้าดูการต้มยาด้วยตัวเอง ไม่มีใครมายุ่งเลย”
มู่เหยาจึงรับมาอย่างสบายใจ วางยาลงในมือของหลันอิ๋ง “พี่หญิงดื่มแล้วก็ไปพักผ่อน พรุ่งนี้ข้าจะพาพี่ไปดูเรือนข้าง ๆ”
หลันอิ๋งรู้สภาพร่างกายของตัวเอง การที่นางตามมาในครั้งนี้ ก็เพราะได้ยินว่าปรมาจารย์เลี่ยวอยู่ที่นี่ จึงอยากจะมาดูก่อนว่าพอจะมาได้ไหม
ตอนนี้ได้เห็นแล้ว นางรู้ว่าการดื่มยาแล้วรีบพักผ่อนแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
เพราะท่านตายังต้องใช้เวลาอีกสองวันจึงจะมาถึง นางซึ่งเป็นญาติผู้พี่คนโตควรจะเป็นผู้ดูแลน้องสาวของตัวเอง
ไม่ใช่ให้น้องสาวมาคอยดูแลนาง!
ยาที่ดื่มเข้าไปมีรสขมฝาด ทำให้หลันอิ๋งขมวดคิ้วทันที
โชคดีที่ผลไม้เชื่อมยังพอช่วยบรรเทาความขมในปากได้บ้าง
“เถาเถาไปเล่นเถอะ”
มู่เหยามองไปที่หนิงจู๋เป็นสัญญาณ
พอทั้งสองคนออกไปที่ลานบ้าน มู่เหยาก็หันไปมองคนที่อยู่ข้าง ๆ”พี่หญิง ท่านลุงทั้งสองได้พูดเรื่องการแต่งงานให้พี่แล้วหรือยัง”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ แก้มของหลันอิ๋งก็แดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย
“อาหน่วน!”
นางค้อนเล็กน้อย พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าฟาดไปที่ตัวมู่เหยา “เจ้า, เจ้ายังไม่ได้แต่งงาน เรื่องแบบนี้ห้ามถามสุ่มสี่สุ่มห้านะ”
มู่เหยายิ้มพลางจับมือนาง “พี่หญิงวางใจเถอะ ข้ารู้ขอบเขต ข้างนอกข้าจะไม่ถามมากแน่นอน เพียงแต่ตอนนั้นท่านแม่ก็เคยห่วงเรื่องการแต่งงานของพี่ ตอนนี้ข้ากำลังจะแต่งงานแล้ว แต่พี่กลับยังไม่มีข่าวคราว...หรือว่ามีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว”
เรื่องนี้ มู่เหยายังคงมีข้อสงสัยมาโดยตลอด
ต้องรู้ไว้ว่าพี่สาวคนโตของนางผู้นี้ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเจียงหนานถึงขั้นเป็นที่รู้จักกันดี
แม้ว่าร่างกายจะไม่แข็งแรงนัก แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดลมพัดก็ล้ม
ตระกูลใหญ่ในเจียงหนานมีมากมาย ไม่น่าจะถึงขนาดไม่มีเงินค่ายา
ดังนั้น เป็นเพราะอะไรกันแน่ ที่ทำให้เรื่องการแต่งงานของพี่สาวคนโตต้องล่าช้าออกไป
มุมปากของหลันอิ๋งปรากฎร่องรอยความขมขื่นเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่ามีคนในใจหรอก แต่เจ้าก็รู้เรื่องร่างกายของข้า เดิมทีจะแต่งงานกับตระกูลเฉินของเจียงนาน แต่ไม่รู้ทำไมถึงมีคำพูดไม่น่าฟังแพร่ออกไปข้างนอก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...