เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 146

มู่เหยามองพี่หญิงของตน “มีพี่หญิงอยู่ด้วย ข้าก็เบาใจไปมาก”

หลันอิ๋งไอออกมาแผ่วเบา อาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้า ใบหน้าจึงปรากฏรอยแดงระเรื่อผิดปกติ

“คุณหนูอิ๋ง ได้เวลาดื่มยาต้มแล้วเจ้าค่ะ”

หนิงจู๋เห็นดังนั้นจึงรีบไปนำยาต้มในกล่องเก็บอุณหภูมิออกมา ส่งให้ตรงหน้าหลันอิ๋ง

“ยานี่ขมเหลือเกิน” หลันอิ๋งแลบลิ้นออกมา ม้ปากจะบ่นว่าขมไม่อยากดื่ม แต่ก็ยังคงดื่มยาจนหมด

เมื่อเห็นเช่นนั้น มู่เหยาจึงรีบส่งผลไม้แช่อิ่มให้หนึ่งชิ้น

“จวิ้นจู่ แม่ทัพน้อยตระกูลเจียงมาถึงแล้วเพคะ เขากล่าวว่าท่านอ๋องฟื้นแล้ว ฮูหยินเฒ่าจึงเรียนเชิญท่านหญิงไปพบปะพูดคุยเพคะ”

เมื่อได้ยินว่าเยี่ยนสวินฟื้นแล้ว มู่เหยาก็ลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น ตั้งท่าจะเดินออกไปข้างนอกโดยไม่รู้ตัว

ทว่าเพิ่งจะก้าวเท้าออกไป ก็นึกถึงพี่หญิงที่ยังนั่งอยู่ด้านหลังได้ จึงหันกลับมาทำท่าจะเอ่ยปาก

แต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดขึ้นก่อน

“เจ้ารีบไปเถิด ในเมื่อเป็นห่วงเขาถึงเพียงนั้น ที่นี่มีข้าคอยดูอยู่ ไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรอก”

หลันอิ๋งลุกขึ้นเดินไปส่งนาง ด้วยอยากจะเห็นกับตา ว่าแม่ทัพน้อยตระกูลเจียงที่น้องหญิงของตนชื่นชมนักหนานั้น เป็นคนเช่นไรกันแน่

มู่เหยาเองก็มีใจคิดเช่นนั้น จึงพาหลันอิ๋งเดินออกไปด้วยกัน

นอกประตูจวนจงซู่โหว เจียงมั่วเหยียนยืนอยู่ข้างม้า สายตาเหลือบไปเห็นสตรีสองนางที่กำลังก้าวเดินออกมา

เมื่อเห็นหนึ่งในนั้น แววตาของเขาก็สั่นไหว!

เมื่อหลันอิ๋งเห็นบุรุษที่ยืนอยู่ข้างม้าตัวสูงใหญ่ ในแววตาก็ฉายแววประหลาดใจเช่นกัน!

มู่เหยาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างคนทั้งสอง

นางมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะเอ่ยปากถาม “พี่หญิงรู้จักกับแม่ทัพน้อยด้วยหรือเจ้าคะ?”

หลันอิ๋งได้สติกลับคืนมา และรีบเบือนหน้าหนีทันที

“ตอนที่เดินทางเข้าเมืองหลวงกับท่านปู่และท่านพ่อ เคยเจอแม่ทัพน้อยท่านนี้ระหว่างทาง ท่านช่วยให้รถม้าของท่านพ่อพ้นจากอุปสรรค เพียงแต่ไม่คิดว่าท่านผู้นี้จะเป็นแม่ทัพน้อยเจียง”

เจียงมั่วเหยียนเองก็ได้สติเช่นกัน โค้งคำนับให้คนทั้งสอง

“ไม่คิดเลยว่าการช่วยเหลือในครั้งนั้น จะเป็นการช่วยเหลือคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัน มั่วเหยียนเสียมารยาทแล้ว”

หลันอิ๋งโบกมือ คล้ายนึกอะไรขึ้นได้ แก้มของนางก็แดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย

ปฏิกิริยานี้อยู่ในสายตาของมู่เหยา ทำให้นางรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง คงมิใช่เพียงแค่ที่กล่าวมาเป็นแน่

ดูท่าว่าเรื่องนี้คงต้องรอให้ท่านตากับท่านลุงทั้งสองมาถึงเมืองหลวงก่อน ถึงจะถามไถ่ให้ละเอียดได้!

“จวิ้นจู่ ฮูหยินเฒ่าเซียวยังรอท่านอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ”

เจียงมั่วเหยียนเอ่ยเตือน มู่เหยาจึงละสายตาจากคนทั้งสอง

“พี่หญิง ข้าจะรีบกลับมานะเจ้าคะ หากมีเรื่องใดที่จัดการได้ลำบาก ท่านไปหาลุงหวังได้เลย”

หลันอิ๋งพยักหน้า แล้วตบหลังมือนางเบา ๆ “เจ้าไปเถิด ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”

ครู่ต่อมา รถม้าก็หยุดลง

มู่เหยาลืมตาขึ้น ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าโดยมีชิงอู้ช่วยประคอง

นางยกชายกระโปรงขึ้นแล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปในจวนฉู่อ๋อง

ทันใดนั้นก็สวนเข้ากับชุ่ยหวนที่ยืนรออยู่พอดี

“จวิ้นจู่ ระวังพื้นด้วยเพคะ!”

ชุ่ยหวนรีบร้องเตือน ก้าวเข้ามาทำท่าจะประคอง

มิเช่นนั้นแล้ว มู่เหยาคงได้หกล้มอยู่หน้าประตูจวนฉู่อ๋องเป็นแน่!

“ทำให้ท่านอาต้องมาเห็นเรื่องน่าอายเสียแล้ว ข้าไม่เป็นไร”

มู่เหยาเองก็รู้ตัวว่าตนร้อนรนเกินไป จึงรีบยืดตัวตรง สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์

“ไม่เป็นไรเพคะ บ่าวเข้าใจความรู้สึกร้อนใจของจวิ้นจู่ เชิญจวิ้นจู่ตามบ่าวมาเถิดเพคะ”

มู่เหยาพยักหน้า จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเดินตามหลังชุ่ยหวนไป

หลังจากเดินเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปมา ในที่สุดก็มาถึงเรือนที่เคยมาในวันนั้น

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่นเรือน ก็เห็นหมอเทวดาเลี่ยวถือกล่องยาเดินออกมาพอดี

“จวิ้นจู่มาแล้วหรือ ท่านอ๋องเพิ่งทำแผลเสร็จ ฮูหยินเฒ่าอยู่ด้านใน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง