เมื่อได้ยินว่าฮูหยินเฒ่าอเซียวอยู่ข้างใน มู่เหยาจึงหยุดฝีเท้าลงอย่างพอดี
“เช่นนั้นข้าจะรออยู่ตรงนี้ ไม่รีบร้อนเข้าไป”
เยี่ยนสวินเพิ่งจะฟื้น ฮูหยินเฒ่าอเซียวย่อมเป็นกังวลและคงอยากจะพูดคุยด้วย
นางไม่ใช่คนไม่รู้จักกาลเทศะ ย่อมรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ควรเข้าไป
อย่างไรเสียก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
“ข้าจะไปเตรียมยาต้มมื้อต่อไปให้ท่านอ๋องก่อน จวิ้นจู่เชิญนั่งรอในสวนได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
หมอเทวดาเลี่ยวกล่าวอย่างเกรงใจสองสามประโยค ก็หิ้วหีบยาจากไปอย่างเร่งรีบ
มู่เหยาจึงนั่งรออยู่บนม้านั่งหินในสวน
ชุ่ยหวนให้คนนำชาและผลไม้มาจัดวางไว้ เผื่อว่ามู่เหยาจะหิวแล้วไม่มีอะไรรองท้อง
ราวครึ่งชั่วยามชาผ่านไป ฮูหยินเฒ่าเซียวก็เดินออกมาจากห้องด้วยขอบตาแดงก่ำ เมื่อเห็นมู่เหยา นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหยาดน้ำตาที่หางตา
“เด็กดี รอนานแล้วกระมัง?”
มู่เหยารีบเข้าไปประคองแขนของฮูหยินเฒ่าเซียว “ฮูหยินเฒ่าอย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านอ๋องฟื้นแล้ว ท่านควรจะยิ้มให้มาก ๆ นะเจ้าคะ”
ฮูหยินเฒ่าเซียวแย้มยิ้ม “เด็กดี เจ้าพูดถูก รีบเข้าไปเถิด เจ้าเด็กแสบนั่นก็รอพบเจ้าอยู่เหมือนกัน”
มู่เหยาพยักหน้า ส่งสายตามองฮูหยินเฒ่าเซียวจนลับไปแล้ว จึงยืนลังเลอยู่หน้าประตูนานสองนาน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป
ฝีเท้าของมู่เหยาเชื่องช้า ราวกับว่าแต่ละก้าวที่ย่างออกไปนั้นยาวนานดุจหนึ่งปี และในตอนที่ได้เห็นเยี่ยนสวินซึ่งกำลังพิงอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียวอ่อนแรง แต่ยังคงส่งยิ้มบางเบามาให้ ขอบตาของนางก็แดงก่ำ
“เจ้ายืนอยู่ตรงนั้นทำไมกัน ข้าไม่จับเจ้ากินเสียหน่อย”
เมื่อเห็นนางเอาแต่จ้องตนเองแล้วยืนนิ่งตะลึงงันอยู่กับที่ เยี่ยนสวินก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก
มู่เหยาเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา นางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นแล้วเดินไปจนถึงข้างเตียง
“เจ็บมากใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
นางนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตากวาดมองไปยังบาดแผลบนแขนของเขา
พอเห็นผ้าพันแผลที่ชุ่มไปด้วยเลือด นางก็เม้มปากด้วยความเจ็บปวดใจ
“ยังดี ได้ยาซึ่งเจ้าไปหามาให้ข้า ก็ไม่เจ็บปวดเท่าใดนัก”
เยี่ยนสวินส่งยิ้มให้มู่เหยา เขาคิดจะยกแขนขึ้นแต่กลับกระทบกระเทือนถึงบาดแผล จนต้องสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง
มู่เหยาตกใจจนรีบลุกขึ้นยืน
“ท่านอย่าขยับ ถ้าแผลฉีกขึ้นมาจะทำอย่างไร!”
ภาพท่าทางร้อนรนของมู่เหยาสะท้อนในแววตาของเยี่ยนสวิน มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ เขาเอื้อมมืออีกข้างที่ยังดีอยู่ไปบีบแก้มนาง
เมื่อถูกบีบแก้ม มู่เหยาจึงเงยหน้าขึ้น มองเขาแล้วกะพริบตาปริบ ๆ
“ทำอะไรน่ะ!”
เมื่อได้เห็นนางเผยท่าทีน่ารักน่าเอ็นดูแบบเด็กสาวออกมา รอยยิ้มบนมุมปากของเยี่ยนสวินก็ยิ่งกว้างขึ้น
มู่เหยาเบ้ปาก ทำทีน้อยใจกล่าวว่า “ท่านอ๋องอย่ามาหลอกข้าเลย คนในภาพนั้นไม่ใช่ข้าเสียหน่อย”
“จะไม่ใช่เจ้าได้อย่างไร?”
เมื่อเห็นสีหน้าของนางเป็นเช่นนั้น เยี่ยนสวินก็เริ่มสงสัยในภาพวาดที่แขวนอยู่ในห้องตำราของตนเป็นครั้งแรก
“อาหน่วน เจ้ากำลังแกล้งข้าอยู่ใช่หรือไม่?”
คำว่าอาหน่วนที่หลุดจากปากเยี่ยนสวิน ทำเอามู่เหยารู้สึกหวั่นไหวในใจ
แววตาของนางวูบไหว เมื่อมองไปยังเขาอีกครั้งก็คลอไปด้วยหยาดน้ำตาร้อนผ่าว “ข้าจะหลอกท่านไปเพื่ออะไร หากท่านไม่เชื่อก็ไปดูด้วยตนเองเถิด!”
พูดจบ นางก็หันหลังให้ ไม่ต้องการจะสนใจคนตรงหน้าอีกต่อไป
การกระทำของนางยิ่งทำให้เยี่ยนสวินสับสนงุนงง
เขาขมวดคิ้วมุ่น พลางพึมพำกับตนเอง “เป็นไปไม่ได้...”
“ฉางชิง!”
เสียงตะโกนที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้คนที่ยืนแอบฟังความเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอกสะดุ้งตกใจ ฉางชิงรีบเข้ามาด้านใน
“ท่านอ๋อง มีสิ่งใดให้รับใช้หรือขอรับ?”
“เจ้าบอกมาสิว่า ภาพที่แขวนอยู่ในห้องตำราของข้า คือพระชายาในอนาคตของพวกเจ้าใช่หรือไม่!”
ฉางชิงกะพริบตา มองสลับระหว่างคนทั้งสอง ก่อนจะหันไปมองเจ้านายของตนอย่างลำบากใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...