เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 147

บ้านใหม่ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง มีให้อ่านแล้วบน Narraverseอ่านต่อได้ที่เว็บไซต์ใหม่ของเรา: หน้าอ่านสะอาดตา โหลดเร็วขึ้น และมีตอนล่าสุดครบอ่านบน Narraverse

เมื่อได้ยินว่าฮูหยินเฒ่าอเซียวอยู่ข้างใน มู่เหยาจึงหยุดฝีเท้าลงอย่างพอดี

“เช่นนั้นข้าจะรออยู่ตรงนี้ ไม่รีบร้อนเข้าไป”

เยี่ยนสวินเพิ่งจะฟื้น ฮูหยินเฒ่าอเซียวย่อมเป็นกังวลและคงอยากจะพูดคุยด้วย

นางไม่ใช่คนไม่รู้จักกาลเทศะ ย่อมรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ควรเข้าไป

อย่างไรเสียก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

“ข้าจะไปเตรียมยาต้มมื้อต่อไปให้ท่านอ๋องก่อน จวิ้นจู่เชิญนั่งรอในสวนได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

หมอเทวดาเลี่ยวกล่าวอย่างเกรงใจสองสามประโยค ก็หิ้วหีบยาจากไปอย่างเร่งรีบ

มู่เหยาจึงนั่งรออยู่บนม้านั่งหินในสวน

ชุ่ยหวนให้คนนำชาและผลไม้มาจัดวางไว้ เผื่อว่ามู่เหยาจะหิวแล้วไม่มีอะไรรองท้อง

ราวครึ่งชั่วยามชาผ่านไป ฮูหยินเฒ่าเซียวก็เดินออกมาจากห้องด้วยขอบตาแดงก่ำ เมื่อเห็นมู่เหยา นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหยาดน้ำตาที่หางตา

“เด็กดี รอนานแล้วกระมัง?”

มู่เหยารีบเข้าไปประคองแขนของฮูหยินเฒ่าเซียว “ฮูหยินเฒ่าอย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านอ๋องฟื้นแล้ว ท่านควรจะยิ้มให้มาก ๆ นะเจ้าคะ”

ฮูหยินเฒ่าเซียวแย้มยิ้ม “เด็กดี เจ้าพูดถูก รีบเข้าไปเถิด เจ้าเด็กแสบนั่นก็รอพบเจ้าอยู่เหมือนกัน”

มู่เหยาพยักหน้า ส่งสายตามองฮูหยินเฒ่าเซียวจนลับไปแล้ว จึงยืนลังเลอยู่หน้าประตูนานสองนาน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป

ฝีเท้าของมู่เหยาเชื่องช้า ราวกับว่าแต่ละก้าวที่ย่างออกไปนั้นยาวนานดุจหนึ่งปี และในตอนที่ได้เห็นเยี่ยนสวินซึ่งกำลังพิงอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียวอ่อนแรง แต่ยังคงส่งยิ้มบางเบามาให้ ขอบตาของนางก็แดงก่ำ

“เจ้ายืนอยู่ตรงนั้นทำไมกัน ข้าไม่จับเจ้ากินเสียหน่อย”

เมื่อเห็นนางเอาแต่จ้องตนเองแล้วยืนนิ่งตะลึงงันอยู่กับที่ เยี่ยนสวินก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก

มู่เหยาเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา นางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นแล้วเดินไปจนถึงข้างเตียง

“เจ็บมากใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

นางนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตากวาดมองไปยังบาดแผลบนแขนของเขา

พอเห็นผ้าพันแผลที่ชุ่มไปด้วยเลือด นางก็เม้มปากด้วยความเจ็บปวดใจ

“ยังดี ได้ยาซึ่งเจ้าไปหามาให้ข้า ก็ไม่เจ็บปวดเท่าใดนัก”

เยี่ยนสวินส่งยิ้มให้มู่เหยา เขาคิดจะยกแขนขึ้นแต่กลับกระทบกระเทือนถึงบาดแผล จนต้องสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง

มู่เหยาตกใจจนรีบลุกขึ้นยืน

“ท่านอย่าขยับ ถ้าแผลฉีกขึ้นมาจะทำอย่างไร!”

ภาพท่าทางร้อนรนของมู่เหยาสะท้อนในแววตาของเยี่ยนสวิน มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ เขาเอื้อมมืออีกข้างที่ยังดีอยู่ไปบีบแก้มนาง

เมื่อถูกบีบแก้ม มู่เหยาจึงเงยหน้าขึ้น มองเขาแล้วกะพริบตาปริบ ๆ

“ทำอะไรน่ะ!”

เมื่อได้เห็นนางเผยท่าทีน่ารักน่าเอ็นดูแบบเด็กสาวออกมา รอยยิ้มบนมุมปากของเยี่ยนสวินก็ยิ่งกว้างขึ้น

มู่เหยาเบ้ปาก ทำทีน้อยใจกล่าวว่า “ท่านอ๋องอย่ามาหลอกข้าเลย คนในภาพนั้นไม่ใช่ข้าเสียหน่อย”

“จะไม่ใช่เจ้าได้อย่างไร?”

เมื่อเห็นสีหน้าของนางเป็นเช่นนั้น เยี่ยนสวินก็เริ่มสงสัยในภาพวาดที่แขวนอยู่ในห้องตำราของตนเป็นครั้งแรก

“อาหน่วน เจ้ากำลังแกล้งข้าอยู่ใช่หรือไม่?”

คำว่าอาหน่วนที่หลุดจากปากเยี่ยนสวิน ทำเอามู่เหยารู้สึกหวั่นไหวในใจ

แววตาของนางวูบไหว เมื่อมองไปยังเขาอีกครั้งก็คลอไปด้วยหยาดน้ำตาร้อนผ่าว “ข้าจะหลอกท่านไปเพื่ออะไร หากท่านไม่เชื่อก็ไปดูด้วยตนเองเถิด!”

พูดจบ นางก็หันหลังให้ ไม่ต้องการจะสนใจคนตรงหน้าอีกต่อไป

การกระทำของนางยิ่งทำให้เยี่ยนสวินสับสนงุนงง

เขาขมวดคิ้วมุ่น พลางพึมพำกับตนเอง “เป็นไปไม่ได้...”

“ฉางชิง!”

เสียงตะโกนที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้คนที่ยืนแอบฟังความเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอกสะดุ้งตกใจ ฉางชิงรีบเข้ามาด้านใน

“ท่านอ๋อง มีสิ่งใดให้รับใช้หรือขอรับ?”

“เจ้าบอกมาสิว่า ภาพที่แขวนอยู่ในห้องตำราของข้า คือพระชายาในอนาคตของพวกเจ้าใช่หรือไม่!”

ฉางชิงกะพริบตา มองสลับระหว่างคนทั้งสอง ก่อนจะหันไปมองเจ้านายของตนอย่างลำบากใจ

บ้านใหม่ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง มีให้อ่านแล้วบน Narraverseอ่านต่อได้ที่เว็บไซต์ใหม่ของเรา: หน้าอ่านสะอาดตา โหลดเร็วขึ้น และมีตอนล่าสุดครบอ่านบน Narraverse

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง