ถ้อยคำประชดประชันของเยี่ยนสวิน ทำให้ลู่จื้ออับอายและเคียดแค้น เขาอดตะคอกกลับไปไม่ได้ว่า
“เมื่อก่อนท่านอ๋องก็มาทุกคืนมิใช่หรือ ทำไม สถานที่แห่งนี้ท่านอ๋องมาได้ แต่ข้ามาไม่ได้งั้นหรือ?”
เยี่ยนสวินหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ใส่ใจกับพูดยั่วยุของเขาเลย
“ข้ามาเพื่อตรวจสอบเรื่องที่หอชุนเซียงทุจริตและติดสินบนขุนนางในราชสำนัก คุณชายใหญ่ลู่บัดนี้มีภรรยาสองคนแล้ว ทำไมยังมาทุกวันอีก?”
“หรือว่าคำพูดก่อนหน้านั้น ล้วนเป็นเรื่องล้อเล่น?”
ลู่จื้อตัวแข็งทื่อ พลันนึกถึงคำสาบานที่เคยให้ไว้กับหลิ่วซีอินต่อหน้าทุกคน
รู้สึกเจ็บหน้าเหมือนโดนไฟเผา
“ข้า ข้า…”
เห็นเขาอ้ำอึ้งตอบอะไรไม่ออกอยู่นาน เยี่ยนสวินก็เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในฉับพลัน
“ข้าเคยคิดว่าอดีตคุณชายใหญ่ลู่เป็นคนมีน้ำใจไมตรีและมีคุณธรรมสูงส่ง แต่ดูตอนนี้…เดิมทีก็เป็นนักแสดง เทียบกับน้องชายแล้ว ถือว่าต่างกับราวฟ้ากับเหวจริง ๆ”
คำพูดนี้ชัดเจนแทงใจดำของลู่จื้อเข้าเต็ม ๆ
แต่บัดนี้เขาถูกคนลากออกมาด้วยสภาพไม่เรียบร้อย ก็ไม่มีศักดิ์ศรีนานแล้ว แล้วยังจะมีปัญญาอะไรมาโต้เถียงกับคนตรงหน้าอีก?”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็กัดฟัน ทำได้เพียงกลืนความอัปยศลงในท้อง!
“ลากออกมาหมดแล้วหรือ?”
เยี่ยนสวินไม่สนใจความไม่ยอมในสายตาของเขาอีกต่อไป เอ่ยถามจางฮุยทันที
หลังจากจางฮุยกวาดตามองบุตรตระกูลขุนนางหลายสิบตระกูลข้างหลัง ก็คิดว่าคนรุ่นใหม่ถึงจุดสิ้นสุดแล้วจริง ๆ
“ฉู่อ๋อง ลากตัวออกมาหมดแล้ว ไม่ตกหล่นแม้แต่คนเดียว”
เยี่ยนสวินนั่งอยู่บนเก้าอี้พยักหน้า ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้เซี่ยหนี้ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ประกาศราชโองการเถอะ”
เซี่ยหนี้ถึงจะกล้ากางพระราชโองการ เมื่อเห็นเนื้อหาในราชโองการ เพิ่งเอ่ยคำว่าด้วยโองการแก่งสวรรค์จบ เขาก็ชะงักไป
เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงดังมาจากข้าง ๆ เยี่ยนสวินจึงหยิบราชโองการมาด้วยความสงสัย
หลังจากเห็นเนื้อหาในราชโองการ สายตาก็ฉายแววประหลาดใจ แต่ยังอ่านเนื้อหาในราชโองการออกมา
“ด้วยโองการแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระบัญชา ตรวจค้นหอชุนเซียง บุตรชายภายในหอชุนเซียง ถูกยกเลิกสิทธิ์สอบขุนนางในปีนี้ ขอให้ญาติในครอบครัวพากลับศาลต้าหลี่และศาลาว่าการ
เยี่ยนสวินพูดสั้นกระชับ
แต่ความหมายไม่ผิดเพี้ยน
ทันทีที่พูดออกไป บรรดาบุตรชายที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังจางฮุยก็ส่งเสียงร้องโหยหวน มีบางคนรับไม่ได้ จึงเป็นลมหมดสติไป
ส่วนลู่จื้อ แค่รู้สึกเหมือนมีบางอย่างระเบิดในสมอง เสียงหึ่ง ๆ ดังจนไม่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากรอบข้าง
“ต่อให้ข้าไปขอความเมตตาต่อหน้าฝ่าบาทแทนเจ้าในตอนนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสอบติดหรือ?”
แค่ประโยคเดียว ก็เปลี่ยนเป็นมีดคม แทงเข้าไปในหัวใจของลู่จื้ออย่างโหดเหี้ยม
ทำให้เลือดเดือนพล่านในกายของเขาดับลงทันที เขาได้สติแล้ว
ดวงตาของเขาสั่นไหว สบกับสายตาหยอกล้อและเหยียดหยามของชายหนุ่ม
โอนเอนอยู่บนพื้นราวกับเปลวเทียนในสายลม
“สมองคงมีปัญหาจริง ๆ กระมัง ไม่อย่างนั้นจะกล้าซักถามฉู่อ๋องได้อย่างไร?”
“ฉู่อ๋องเป็นคนระดับไหน แค่บดบี้คุณชายตัวเล็ก ๆ นั้นทำได้ง่ายดาย ทำไมต้องลำบากเช่นนี้”
“ยังหาว่าเอาอำนาจมาใช้ในการแก้แค้นส่วนตัว เขาคงไม่คิดจริง ๆ ใช่ไหมว่าหลังจากตัวเองสอบติดก็เทียบเคียงกับฉู่อ๋องได้?”
“ปีนี้เรื่องขำขันเยอะจริง ๆ ตระกูลลู่เอาตาปลามาปลอมปนกับไข่มุก สูญเสียตำแหน่งจวนโหว แถมยังพูดจาจาบจ้วงเช่นนี้ ต่อไปเกรงว่าจะลำบากแล้ว”
เสียงซุบซิบรอบข้างดังขึ้นราวกับถูกขยายเป็นร้อยเท่า ดังเข้าหูของลู่จื้ออย่างไม่หยุดหย่อน
ทำลายความหยิ่งในศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของเขาจนบ่นบี้!
เยี่ยนสวินไม่สนใจอีกต่อไป เขาพลิกตัวขึ้นมาและจากไป
ท่าทางฮึกเหิมของเขา แตกต่างกับลู่จื้อที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยดวงตาว่างเปล่าอย่างชัดเจน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...