เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 151

ถ้อยคำประชดประชันของเยี่ยนสวิน ทำให้ลู่จื้ออับอายและเคียดแค้น เขาอดตะคอกกลับไปไม่ได้ว่า

“เมื่อก่อนท่านอ๋องก็มาทุกคืนมิใช่หรือ ทำไม สถานที่แห่งนี้ท่านอ๋องมาได้ แต่ข้ามาไม่ได้งั้นหรือ?”

เยี่ยนสวินหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ใส่ใจกับพูดยั่วยุของเขาเลย

“ข้ามาเพื่อตรวจสอบเรื่องที่หอชุนเซียงทุจริตและติดสินบนขุนนางในราชสำนัก คุณชายใหญ่ลู่บัดนี้มีภรรยาสองคนแล้ว ทำไมยังมาทุกวันอีก?”

“หรือว่าคำพูดก่อนหน้านั้น ล้วนเป็นเรื่องล้อเล่น?”

ลู่จื้อตัวแข็งทื่อ พลันนึกถึงคำสาบานที่เคยให้ไว้กับหลิ่วซีอินต่อหน้าทุกคน

รู้สึกเจ็บหน้าเหมือนโดนไฟเผา

“ข้า ข้า…”

เห็นเขาอ้ำอึ้งตอบอะไรไม่ออกอยู่นาน เยี่ยนสวินก็เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในฉับพลัน

“ข้าเคยคิดว่าอดีตคุณชายใหญ่ลู่เป็นคนมีน้ำใจไมตรีและมีคุณธรรมสูงส่ง แต่ดูตอนนี้…เดิมทีก็เป็นนักแสดง เทียบกับน้องชายแล้ว ถือว่าต่างกับราวฟ้ากับเหวจริง ๆ”

คำพูดนี้ชัดเจนแทงใจดำของลู่จื้อเข้าเต็ม ๆ

แต่บัดนี้เขาถูกคนลากออกมาด้วยสภาพไม่เรียบร้อย ก็ไม่มีศักดิ์ศรีนานแล้ว แล้วยังจะมีปัญญาอะไรมาโต้เถียงกับคนตรงหน้าอีก?”

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็กัดฟัน ทำได้เพียงกลืนความอัปยศลงในท้อง!

“ลากออกมาหมดแล้วหรือ?”

เยี่ยนสวินไม่สนใจความไม่ยอมในสายตาของเขาอีกต่อไป เอ่ยถามจางฮุยทันที

หลังจากจางฮุยกวาดตามองบุตรตระกูลขุนนางหลายสิบตระกูลข้างหลัง ก็คิดว่าคนรุ่นใหม่ถึงจุดสิ้นสุดแล้วจริง ๆ

“ฉู่อ๋อง ลากตัวออกมาหมดแล้ว ไม่ตกหล่นแม้แต่คนเดียว”

เยี่ยนสวินนั่งอยู่บนเก้าอี้พยักหน้า ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้เซี่ยหนี้ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ประกาศราชโองการเถอะ”

เซี่ยหนี้ถึงจะกล้ากางพระราชโองการ เมื่อเห็นเนื้อหาในราชโองการ เพิ่งเอ่ยคำว่าด้วยโองการแก่งสวรรค์จบ เขาก็ชะงักไป

เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงดังมาจากข้าง ๆ เยี่ยนสวินจึงหยิบราชโองการมาด้วยความสงสัย

หลังจากเห็นเนื้อหาในราชโองการ สายตาก็ฉายแววประหลาดใจ แต่ยังอ่านเนื้อหาในราชโองการออกมา

“ด้วยโองการแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระบัญชา ตรวจค้นหอชุนเซียง บุตรชายภายในหอชุนเซียง ถูกยกเลิกสิทธิ์สอบขุนนางในปีนี้ ขอให้ญาติในครอบครัวพากลับศาลต้าหลี่และศาลาว่าการ

เยี่ยนสวินพูดสั้นกระชับ

แต่ความหมายไม่ผิดเพี้ยน

ทันทีที่พูดออกไป บรรดาบุตรชายที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังจางฮุยก็ส่งเสียงร้องโหยหวน มีบางคนรับไม่ได้ จึงเป็นลมหมดสติไป

ส่วนลู่จื้อ แค่รู้สึกเหมือนมีบางอย่างระเบิดในสมอง เสียงหึ่ง ๆ ดังจนไม่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากรอบข้าง

“ต่อให้ข้าไปขอความเมตตาต่อหน้าฝ่าบาทแทนเจ้าในตอนนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสอบติดหรือ?”

แค่ประโยคเดียว ก็เปลี่ยนเป็นมีดคม แทงเข้าไปในหัวใจของลู่จื้ออย่างโหดเหี้ยม

ทำให้เลือดเดือนพล่านในกายของเขาดับลงทันที เขาได้สติแล้ว

ดวงตาของเขาสั่นไหว สบกับสายตาหยอกล้อและเหยียดหยามของชายหนุ่ม

โอนเอนอยู่บนพื้นราวกับเปลวเทียนในสายลม

“สมองคงมีปัญหาจริง ๆ กระมัง ไม่อย่างนั้นจะกล้าซักถามฉู่อ๋องได้อย่างไร?”

“ฉู่อ๋องเป็นคนระดับไหน แค่บดบี้คุณชายตัวเล็ก ๆ นั้นทำได้ง่ายดาย ทำไมต้องลำบากเช่นนี้”

“ยังหาว่าเอาอำนาจมาใช้ในการแก้แค้นส่วนตัว เขาคงไม่คิดจริง ๆ ใช่ไหมว่าหลังจากตัวเองสอบติดก็เทียบเคียงกับฉู่อ๋องได้?”

“ปีนี้เรื่องขำขันเยอะจริง ๆ ตระกูลลู่เอาตาปลามาปลอมปนกับไข่มุก สูญเสียตำแหน่งจวนโหว แถมยังพูดจาจาบจ้วงเช่นนี้ ต่อไปเกรงว่าจะลำบากแล้ว”

เสียงซุบซิบรอบข้างดังขึ้นราวกับถูกขยายเป็นร้อยเท่า ดังเข้าหูของลู่จื้ออย่างไม่หยุดหย่อน

ทำลายความหยิ่งในศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของเขาจนบ่นบี้!

เยี่ยนสวินไม่สนใจอีกต่อไป เขาพลิกตัวขึ้นมาและจากไป

ท่าทางฮึกเหิมของเขา แตกต่างกับลู่จื้อที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยดวงตาว่างเปล่าอย่างชัดเจน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง