เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 152

เซี่ยหนี้สบตากับจางฮุย สายตาที่มองไปทางลู่จื้อเต็มไปด้วยความถอดถอนใจ

คุณชายผู้เคยเก่งวรรณกรรมเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวง กลับกลายเป็นแบบนี้เสียแล้ว

ไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ

“ทุกท่าน ไปกันเถอะ”

บุตรชายตระกูลขุนนางกลุ่มหนึ่งถูกคนของศาลาว่าการคุมตัวไป ถึงแม้จะเป็นลมก็ยังโดนหามไปยังศาลต้าหลี่และศาลาว่าการ เพื่อรอให้คนในครอบครัวมารับกลับ

ลู่เหวินเจิ้งซึ่งเดิมทีกำลังแนะนำบทความให้ลู่ยวน หลังจากได้ยินข่าวของลู่จื้อ ก็โกรธจนแทบกระอักเลือด และเป็นลมไปทันที!

ลู่ยวนเห็นแบบนั้น ก็ทำได้เพียงให้คนไปตามหมอประจำจวน

ลากยาวจนถึงเที่ยงวันของวันรุ่งขึ้น ลู่เหวินเจิ้งถึงได้หน้าเครียดไปยังศาลต้าหลี่ และรับตัวลู่จื้อกลับจวนลู่

เพิ่งเข้าประตูบ้าน ลู่จื้อยังไม่ทันได้ไปล้างหน้าแปรงฟัน ก็มีคนรับใช้สองคนเข้ามา จับตัวเขากดลงบนม้านั่งยาวทันที

จังซื่อทราบข่าวก็รีบมาทันที ด้านหลังมีหลิวซื่อ จางจิ้งหรู และคนอื่น ๆ

จังซื่อเห็นแผ่นไม้ที่คนรับใช้ยกมา ก็รู้ว่าวันนี้คงเอาจริงแน่!

“นายท่าน ท่านให้อภัยเขาจื้อเอ๋อร์ครั้งนี้เถอะ ท่านยกโทษให้จื้อเอ๋อร์แล้ว อยากให้ข้าทำอะไรก็ย่อมได้ ขอร้องล่ะนายท่าน”

จังซื่อในวันนี้ ไม่มีความหยิ่งยโสในวันวานแล้ว แต่งกายก็ไม่ดีเท่าหลิวซื่อที่ยังไม่ได้เลื่อนเป็นภรรยาเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ

นางดูอิดโรยมาก หน้าเหลืองเหมือนเทียนไข ประคับประคองชีวิตให้รอดไปเป็นวัน ๆ

“ข้าให้อภัยเจ้าลูกเวรคนนี้กี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้ยังหาเรื่องต่อหน้าฉู่อ๋อง พูดว่าเขาเอาอำนาจมาใช้ในการแก้แค้นส่วนตัว โชคดีฉู่อ๋องไม่เอาเรื่อง ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องหัวหลุดแล้ว!”

เทียบกับลูกชายแล้ว ลู่เหวินเจิ้งยังห่วงตัวเองมากว่า

บัดนี้ ลู่จื้อสอบขุนนางไม่ได้ เขายิ่งรังเกียจลูกชายคนนี้ขึ้นไปอีก

“โบย โบกให้หนัก ๆ ถ้าไม่โบยจนเนื้อแตกก็ห้ามหยุด!”

“โอ๊ยยย!”

เสียงกรีดร้องของลู่จื้อดังลั่นทั่วลานบ้าน ปะปนกับเสียงขอความเมตตาของจังซื่อ

กระทั่งต่อมา เหลือเพียงเสียงขอร้องอันแหบแห้งของจังซื่อ

หลิวหว่านชุนเห็นลู่จื้อเป็นลมสลบไป ดวงตาก็ปรากฏความสะใจ ก่อนจะเข้าไปเอ่ยปากขอร้องอย่างกระสับกระส่าย

“นายท่าน คุณชายใหญ่สลบไปแล้ว ท่านให้อภัยคุณชายใหญ่เถอะ!”

จังซื่อเบ้าตาแดงก่ำ จ้องมองหลิวหว่านชุนขอร้อง ถึงจะรู้สึกไม่พอใจ แต่ช่วงเวลาคับขันไม่สามารถพูดอะไรได้

ขอแค่หลิวหว่านชุนอ้อนวอนให้นายท่านปล่อยลู่จื้อไปได้ นางจะไม่โต้เถียงกับนางในตอนนี้!

เห็นคนสลบไปจริง ๆ

ขณะพูด หลิวหว่านชุนซบอยู่ในอ้อมอกของเขา ท่าทางคลอเคลียเหมือนนกน้อยทำให้ลู่เหวินเจิ้งยิ่งเพลิดเพลิน

จางจิ้งหรูเก็บสายตาอย่างเงียบ ๆ นางหันหลังและเดินกลับไปยังเรือนตะวันตก

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าเรือน ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โวยวายของจังซื่อ คิ้วขมวดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

“ท่านแม่อย่าร้องอีกเลย หากยังร้องไม่หยุด เกรงว่าสามีของข้าจะยิ่งพักผ่อนไม่ได้”

จางจิ้งหรูเข้ามา และพูดออกประโยคนี้ออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของจังซื่อหยุดลงทันที สายตาเปลี่ยนอาฆาตเคียดแค้นพุ่งตรงมา!

“นังสารเลว! ตอนจื้อเอ๋อร์โดนโบยทำไมเจ้าไม่เอ่ยปากสักคำ ตอนนี้กลับกล้ามาสั่งสอนข้า!”

“นังสารเลว เจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้างไหม!”

ได้ยินแบบนั้น

จางจิ้งหรูก็หัวเราะออกมาทันที “จิตสำนึกงั้นหรือ?”

“ท่านแม่ หากข้าไม่มีจิตสำนึกจริง ๆ ป่านนี้ข้าคงไม่มีทางอยู่ที่นี่ต่อ คงขอหนังสือหย่าและจากไปนานแล้ว!”

“หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ปล่อยปละละเลยเขา ปล่อยให้ท่านพี่ทำเรื่องไร้สาระซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ห้ามปราม เขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“ตามหลักการแล้ว ท่านแม่ต่างหากที่ควรพิจารณาตัวเอง”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง