เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 153

จังซื่อมองจางจิ้งหรูที่ใบหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งคำพูดนี้จะหลุดออกมาจากปากนาง

นางลุกขึ้น นิ้วมือที่สั่นเทาอังลงไปบริเวณจมูก ริมฝีปากนางสั่นระริก ก่อนนางจะเป็นลมล้มลงไป

แม่นมฟังรีบเข้ามารับตัวนาง เหลือบมองจางจิ้งหรูก่อนจะตะโกนเรียกสาวใช้ด้านนอกมาพาตัวไป

หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว จางจิ้งหรูก็ก้าวไปข้างหน้าและยกผ้าคลุมที่คลุมลู่จื้อขึ้น

มองคนที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดด้วยสายตารังเกียจ

“ไปตามหมอมา”

ไม่นานหมอก็มารักษาบาดแผลให้ลู่จื้อ จางจิ้งหรูยังหยิบขี้ผึ้งที่ดีกว่าออกมาให้อาชีทาให้ลู่จื้อ

เพื่อให้เขาฟื้นขึ้นมาเร็วๆ

วันต่อมา

เนื่องจากมีพระราชโองการเมื่อคืนวาน ขุนนางหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างพากันคุกเข่าขอพระราชทานอภัยโทษจากฝ่าบาท

ส่วนคำขอร้องของมู่เหยาก็ถูกเยี่ยนสวินนำขึ้นมากราบทูลต่อหน้าฝ่าบาทเช่นกัน

เมื่อขั้นบันไดถูกวางทีละขั้น ฮ่องเต้ก็ย่อมคล้อยตามอย่างง่ายดาย

ขุนนางทั้งหลายที่เกี่ยวข้องก็ย่อมเข้าใจดีว่าหลังจากนี้ควรส่งอะไรเข้าวังหลวงเป็นการตอบแทน

“ข้าได้ยินว่าเมื่อคืนคุณชายใหญ่ตระกูลลู่กล่าวหาว่าเจ้าฉวยโอกาสส่วนตัวเพื่อแก้แค้นหรือ?”

ฮ่องเต้เปลี่ยนประเด็นคำถามทันที ทำให้ขุนนางคนอื่นๆ ที่ไม่ถูกกล่าวโทษถึงกับโล่งอกไปตามๆ กัน

เยี่ยนสวินกะพริบตา “เอ่อ...”

ก่อนจะรีบคุกเข่าลงกับพื้นร้องคร่ำครวญ “ฝ่าบาท ขอพระองค์โปรดให้ความยุติธรรมแต่กระหม่อมด้วยเถิด”

“กระหม่อมไปล่วงเกินใครกัน เพิ่งไปถึงก็ถูกคุณชายใหญ่ตระกูลลู่ชี้หน้าด่าทอ กระหม่อมไปเพื่อประกาศพระราชโองการของฝ่าบาทแท้ๆ คุณชายใหญ่ตระกูลลู่กลับไม่เห็นหัวกระหม่อม เช่นนี้มิเท่ากับไม่เห็นหัวฝ่าบาทหรือพะยะค่ะ!”

เมื่อคำพูดนี้ออกมา ลู่เหวินเจิ้งที่ยืนอยู่ในหมู่ขุนนางก็รู้สึกเหมือนโลกดับวูบ

เขาเดินออกมาพร้อมมือที่สั่นเทา ก่อนจะคุกเข่าลงกระแทกพื้นเสียงดังกว่าเยี่ยนสวิน

“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ เกรว่าเมื่อคืนลูกชายของกระหม่อมจะเสียสติไปถึงได้ทำเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ เมื่อวานหลังจากที่กระหม่อมพาเขากลับบ้านก็เฆี่ยนตีเขาจนผิวเนื้อปริแตก บัดนี้เขายังไม่ฟื้นขึ้นมา ขออภัยที่กระหม่อมสั่งสอนลูกไม่ดีพะยะค่ะ”

“เฆี่ยนตี?”

เยี่ยนสวินหันหน้าไปมอง ลู่เหวินเจิ้งชะงัก ก่อนจะรีบพยักหน้า

ชายที่ทำท่าทางน่าสงสารเมื่อครู่ค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น ฟันฝุ่นที่ติดตามตัวออกอย่างใจเย็น

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแล้วพะยะค่ะ”

ฮ่องเต้เหลือบตามองเยี่ยนสวิน เห็นเขาทำหน้าท่าทีภาคภูมิใจอยู่เงียบๆ ก็ไม่อยากมองต่อ

“ในเมื่อเฆี่ยนตีไปแล้วก็ช่างเถอะ เพียงแต่บุตรชายคนโตของเจ้าช่างเหลวไหลนัก ปีนี้งดการเข้าสอบจอหงวนเสียเถิด"

นางคิดว่าต่อให้ต้องยอมเสียหน้า มู่เหยาคงจะเห็นแก่เกียรติและยอมออกมาพบกันบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าแม้แต่จะเข้าไปในจวนโหวยังทำไม่ได้!

“จวิ้นจู่บอกว่าไม่พบ ขอให้ฮูหยินไปขอร้องคนอื่นเถิดเจ้าค่ะ”

“จวิ้นจู่ไม่มีอำนาจวาสนา ไม่อาจจะเปลี่ยนใจใครได้หรอกเจ้าค่ะ”

ชิงอู้กับชิงอิ่งผลัดกันพูด ก็ทำให้จังซื่อถึงกับพูดไม่ออก

เมื่อเห็นว่ามู่เหยาไม่ยอมออกมาพบ นางจึงกัดฟัน ตะโกนออกไปโดยไม่สนภาพลักษณ์

เมื่อเห็นประตูใหญ่เปิดออก นางรีบเดินเข้าไปหวังจะร้องขอด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวแปลกหน้าที่เดินออกมา นางก็ชะงักไปทันที

“จังฮูหยินเชิญกลับไปเถิด อย่าทำเรื่องขายหน้าไปมากกว่านี้เลย”

“เจ้าเป็นใคร! ข้าจะพบมู่เหยา! ให้นางออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”

จังซื่อโมโหมากจนพยายามจะผลักหญิงสาวตรงหน้าเพื่อบุกรุกเข้าไปข้างใน

ชิงอู้กับชิงอิ่งเห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวมาขวางและคุ้มกันหญิงสาวคนนั้นไว้ด้านหลัง

จังซื่อถึงกับล้มลงนั่งกองกับพื้น

“ข้าคือหลานสาวคนโตของตระกูลหลาน ลูกพี่ลูกน้องคนโตของอาหน่วน หลานอิ๋ง”

“พรุ่งนี้ตระกูลหลานจะเข้าวัง สิ่งที่น้องสาวข้าต้องทนในอดีต บิดาและปู่ของข้าย่อมต้องไปเอาความที่ตระกูลลู่ จังฮูหยินกลับไปเตรียมตัวรอไว้เถอะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง