พูดจบก็ส่งสายตาให้ชิงอู้และชิงอิ่ง
ทั้งสองคนเข้าใจทันที ก่อนจะช่วยกันดันจังซื่อกลับเข้าไปในรถม้า
“ฮูหยินเชิญกลับเถอะ ข้าไม่ไปส่ง”
คนขับรถม้าตระกูลลู่ลังเลอ แต่พอสบตากับสองสาวใช้คู่นั้น
ก็ตกใจจนรีบสะบัดแส้ทันที
ส่วนจังซื่อที่ยังนั่งไม่มั่นคงในรถม้า ก็โขกเข้ากับผนังรถอย่างแรงจนสลบไปทันที
เมื่อคนกลับไปแล้ว หลานอิ๋งก็กลับเข้าไป สั่งให้ปิดประตูใหญ่ลง ตัดสายตาของผู้คนที่ยังอยากมุงดูเหตุการณ์
เมื่อหันกลับมาก็เห็นมู่เหยากำลังยิ้มมองนางอยู่ ใบหน้าที่เคยเย็นชาก็พลันอ่อนลงทันที
“พี่หญิงช่างโหดเหี้ยมนัก! ข้ากลัวเลยนะ!”
มู่เหยาหัวเราะหยอกเย้า ก่อนจะถูกเคาะศีรษะเบาๆ
“พูดมาก!”
นางแลบลิ้น เดินเข้ามาเกี่ยวแขนของหลานอิ๋งด้วยท่าทางออดอ้อน
“หากไม่ใช่เพราะพี่หญิงอยู่คงจัดการคนพวกนั้นได้ยาก ต้องขอบคุณพี่หญิงมากๆ”
คำพูดนี้ทำให้หลานอิ๋งอดหัวเราะออกมาไม่ได้ นางแกล้งทำเป็นรำคาญแล้วดึงแขนกลับ ก่อนจะหยิกแก้มอีกฝ่ายเบาๆ
“อย่ามายกยอข้าเลย หากข้าไม่อยู่ เจ้าจัดการได้ดียิ่งกว่านี้แน่”
มู่เหยาหัวเราะ รีบประจบเอาใจด้วยการเลื่อนผลไม้ตรงหน้ามาให้หลานอิ๋ง
“พรุ่งนี้ท่านตาจะกลับเมืองหลวง จวนเราต้องจัดงานเลี้ยงหรือไม่”
หลานอิ๋งดื่มน้ำชา คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า
“งานเลี้ยงยังไม่จำเป็น รอให้ทุกอย่างสงบลงก่อนค่อยจัดก็ยังไม่สาย อีกอย่างข้าได้ยินมาว่าไทเฮากับองค์หญิงซูหรงจะมาถึงเมืองหลวงในอีกสี่ถึงห้าวัน พวกเราอาจจะต้องเลื่อนงานเลี้ยงออกไปหลังจากที่ไทเฮาเสด็จกลับถึงเมืองหลวงแล้วค่อยว่ากัน”
จะแย่งหน้าแย่งตาผู้อื่นไม่ได้
มู่เหยาครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า
“พี่หญิง ข้าจะไปจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วเพื่อสอนน้องเจาเอ๋อร์ ท่านไปกับข้าด้วยเถอะ น้องเจาเอ๋อร์นิสัยร่าเริง ท่านต้องชอบแน่ๆ”
พอได้ยินว่าจะไปจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว ใบหน้าของเจียงมั่วเหยียนก็ผุดขึ้นในหัวของหลานอิ๋งทันที
นางเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบส่ายหัวปฏิเสธ “ข้าว่าลานข้างๆ ยังมีของที่ยังจัดไม่เสร็จ ข้าอยู่ดูดีกว่า เจ้าไปเถอะ”
มู่เย่าเห็นแววลังเลในดวงตาของนางก็รู้ทันที คิดอะไรขึ้นมาได้ จึงกอดแขนอีกฝ่ายแล้วออดอ้อน
“พี่หญิง พี่หญิง ไปกับข้าเถอะนะ วันนี้คุณชายรองไม่ได้อยู่ที่จวนด้วย ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”
พอเอ่ยถึงคุณชายรอง สีหน้าหลานอิ๋งก็แดงจัดจนแทบไม่เป็นตัวเอง
ทันใดนั้นก็เห็นมือเรียวยาวผิวขาวนวลยื่นออกมา จากนั้นหญิงสาวในชุดสีฟ้าก็ค่อยๆ ก้าวลงจากรถม้า ใบหน้างดงามราวดอกท้อแรกแย้ม ดวงตาและคิ้วเต็มไปด้วยเสน่ห์อ่อนหวานของหญิงสาวเมืองเจียงหนาน
อากัปกิริยาของนางเหมือนสายลมอุ่นในต้นฤดูใบไม้ผลิ เพียงแค่เห็นครั้งแรกก็ทำให้รู้สึกต้องตาต้องใจ
“พี่หญิง นี่คือท่านแม่ของน้องเจาเอ๋อร์ ฮูหยินใหญ่เจียง”
“ฮูหยินใหญ่ นี่คือลูกพี่ลูกน้องคนโตของข้า หลานอิ๋ง”
มู่เหยาช่วยแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน พร้อมดึงสติฮูหยินใหญ่ที่กำลังเคลิบเคลิ้มให้กลับสู่ความเป็นจริง
“หลานอิ๋งขอคารวะฮูหยินใหญ่ ขอให้ฮูหยินใหญ่แข็งแรงและมีความสุขทุกวัน”
หลานอิ๋งรูปร่างบอบบาง ต่างจากมู่เหยาที่งดงามอีกแบบ
เมื่อทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน ภาพที่เห็นกลับลงตัวพอดี ไม่มีใครเด่นกว่าใคร
“ฮ่าๆๆ แข็งแรงสิ ข้าต้องแข็งแรงแน่นอน!”
ฮูหยินใหญ่เจียงดีใจ แววตาที่มองหลานอิ๋งเต็มไปด้วยความชอบพอ
หากไม่รู้ก็คงนึกว่านางกำลังจะรับสะใภ้เสียด้วยซ้ำ!
หลานอิ๋งรู้สึกประหม่าเล็กน้อยกับความกระตือรือร้นเกินไปของฮูหยินใหญ่ จึงเผลอขยับเข้าไปใกล้ญาติผู้น้องของตนโดยไม่รู้ตัว
หมิงจูเห็นแล้วก็ได้แต่เดินมาแตะชายแขนเสื้อของฮูหยินอย่างจนใจ “ฮูหยิน อย่าทำให้คุณหนูหลานตกใจเลยเจ้าค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...