เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 160

“สามี พักผ่อนเสียแต่เนิ่นๆ พรุ่งนี้ตระกูลหลันจะเข้าเมือง เราต้องไปงานเลี้ยงด้วยกันนะเจ้าคะ”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”

ลู่จื้อพลันมีแรงขึ้นมาทันที ถึงกับลืมเรื่องหลิ่วซีอินที่สลบไป

มองจางจิ้งหรูที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่วางตา

จางจิ้งหรูคงเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงหันมายิ้มบาง “ได้ยินว่าตระกูลหลันพาคนรับใช้มากมาย อีกทั้งยังจ้างผู้คุ้มกันอีก ของที่ขนมาว่ากันว่าวางเต็มเกวียนตั้งสิบกว่าคัน”

“เหมือนว่า เป็นสินเดิมของมู่จวิ้นจู่ทั้งนั้น เฮ้อ… ถ้าสามี… ช่างเถิด พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”

บัดนี้จวนลู่ที่ลู่จื้อปกครอง กลับไม่เหลือภาพลักษณ์รุ่งเรืองเช่นวันวาน

แม้แต่เงินทอง ก็ได้จากการขายของในจวนไปไม่น้อย

สินเดิมเต็มเกวียนกว่าสิบคัน จะไม่ให้ลู่จื้ออยากได้อย่างไรไหว!

แต่ตอนนี้ ต่อให้ตาเป็นประกาย ก็แตะต้องไม่ได้แม้แต่นิด

“เจ้าจับตาดูหลิ่วซีอินไว้ พอลูกคลอดแล้ว ไม่ว่าหญิงหรือชาย ให้เจ้ารับไปเลี้ยง”

“หากท่านแม่ถาม ก็บอกว่าข้าสั่งเอง”

ได้ยินดังนั้น จางจิ้งหรูก็เผยรอยยิ้มพึงใจ

“ขอบพระคุณสามี ข้าจะเลี้ยงดูเด็กผู้นี้ให้ดี ฟื้นฟูเกียรติของท่านให้กลับคืนมา”

พูดจบ นางก็ไม่สนว่าเขาคิดอะไร

สั่งให้อาชีทายาให้เขาอีกครั้ง แล้วกลับไปยังห้องหลักเรือนใหญ่

“จับตาดูหลิ่วซีอินไว้ อย่าให้นางคิดสั้น รอคลอดเสร็จแล้ว ก็จัดการนางทันที”

แม่เฒ่าหญิงรับใช้สบตากันเล็กน้อย แววตาฉายความตกใจ ก่อนจะโค้งรับคำอย่างเงียบเชียบ

……

เช้าตรู่ มู่เหยาก็ตื่นขึ้น นึกได้ว่าวันนี้ตระกูลมารดาจะเข้าเมือง จึงให้หนิงจู๋เลือกชุดกระโปรงแพรสีมงคลให้หนึ่งชุด

ชายกระโปรงปักลายดอกบัว เดินแต่ละก้าวเหมือนเหยียบดอกบัว ดูงดงามวิจิตรยิ่งนัก

“คุณหนู คุณหนูรองมาเรียนถามเจ้าค่ะ ว่าท่านเตรียมตัวเรียบร้อยหรือยัง”

เสียงชิงอู้ดังมาจากหน้าประตู มู่เหยาขานรับ แล้วพาหนิงจู๋ออกไปยังลานหน้าจวนทันที

ลุงหวังเดินวนไปวนมา บ้างก็แอบไปดูในครัวว่ากับข้าวเป็นอย่างไร บ้างก็ไปตรวจดูการจัดตกแต่งในโถงหน้า และดูว่าประทัดจัดวางเรียบร้อยหรือยัง

ทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดี

เห็นแล้วทำให้มู่เหยาก็อดยิ้มตามไม่ได้

ส่วนหลันอิ๋งที่นั่งดื่มชาอยู่ด้านหนึ่ง มองมู่เหยาเดินวนไปมาก็ถึงกับเวียนหัว หลับตาพักเบาๆ

“อาหน่วน ท่านตาจะมาถึงตอนเที่ยง เจ้ารออีกหน่อย นั่งพักก่อนเถิด”

มู่เหยาหันกลับไปมอง เห็นอีกฝ่ายบีบสันจมูกอยู่จึงนั่งลงอย่างว่าง่าย

ราวกับนางไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งสิ้น ขณะเข้าใกล้ประตูเรือน ก็รู้สึกว่ามองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว

กระทั่งชายชรา ผมขาวโพลน ผู้มีอากัปกิริยาเปรียบดั่งสนเฒ่าและนกกระเรียน ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ

มู่เหยาก็หยุดฝีเท้าทันที

ดวงตาของนางสั่นไหว น้ำตาเอ่อคลอโดยไม่รู้ตัว

คุณท่านหลันมองเห็นหลานสาวน้อยที่ยืนเหม่ออยู่ไม่ไกล ก็พลันน้ำตารื้นขึ้นเช่นกัน

“เจ้าตัวแสบ ถึงกับจำตาไม่ได้แล้วหรือ?”

เสียงที่ทั้งคุ้นเคยและห่างเหินดังเข้าหู มู่เหยาถึงได้เริ่มขยับตัวอีกครั้ง

ประหนึ่งเด็กน้อยวัยไม่กี่ขวบ วิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของคุณท่านหลันโดยไม่ลังเล

“โอยๆ เบาๆ หน่อย!”

คุณท่านหลันตกใจ รีบก้าวไปข้างหน้าสองก้าว กลัวว่าหลานสาวจะสะดุดชายกระโปรงล้ม

มู่เหยากระโจนเข้าสู่อ้อมอกของคุณท่านหลัน น้ำตาไหลพรากอย่างห้ามไม่อยู่

กอดแขนเสื้อของคุณท่านหลัน ร่ำไห้พลางเรียกซ้ำ “ท่านตา… ท่านตา…”

แต่ละคำที่เปล่งออกมา เต็มไปด้วยความคิดถึงและความคับข้องของเด็กน้อยที่โหยหาผู้ใหญ่

คุณท่านหลันลูบหลังหลานเบาๆ ถอนหายใจสองครั้ง แล้วขานรับทุกคำเรียกของนางอย่างอ่อนโยน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง