ได้คำตอบนี้ หัวใจที่กังวลอยู่ของหลานชิวเหิงถึงเบาใจลงได้ในที่สุด
กัดฟันอดทน รอถึงโรงเตี๊ยม นี่ถึงหมดสติไป
ซูโหรวยืนอยู่ในห้องคนป่วยด้วยสีหน้าซีดเซียว จ้องมองหมอเทวดาเลี่ยวที่กำลังจับชีพจรเพื่อตรวจโรคให้สามีอย่างไม่กะพริบตา
“โชคดีที่เวลาถูกพิษสั้น พิษนี้ยังแก้ได้ แค่ก่อนจะแก้หมด เกรงว่าจะไม่ตื่นมา อย่างต่ำหมดสติสักครึ่งเดือน”
ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซูโหรวถอนใจโล่งอก “หมดสติก็หมดสติไปเถอะ ดีกว่าสิ้นใจเยอะ...”
นึกถึงหลานชิวเหิงที่ยังนอนอยู่ห้องข้าง ๆ ซูโหรวเดินหน้าสองก้าว “รบกวนหมอเทวดาเลี่ยว ช่วยตรวจน้องรองของข้าด้วย”
หมอเทวดาเลี่ยวพยักหน้า ถือกระเป๋ายาตามฉางชิงไปห้องข้าง ๆ
ซูโหรวถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วนั่งบนเก้าอี้ มองเยี่ยนสวินที่เงียบมาโดยตลอด
“ครั้งนี้ต้องขอบคุณท่านอ๋องมากจริง ๆ”
เยี่ยนสวินโบกมือ “ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ ทางห้องข้าง ๆ มีฉางชิงอยู่ จะไม่มีปัญหา”
สภาพจิตใจที่ตึงเครียดมาตลอดทาง ตอนนี้ปลอดภัยแล้วจะผ่อนคลายลงเป็นธรรมดา บนใบหน้าของซูโหรวก็มีความเหนื่อยล้าอยู่หลายส่วน
นางพยักหน้า ไม่พูดอะไรมากอีก ส่งคนออกจากห้องก็ปิดประตู
หมุนตัว นั่งอยู่บนเตียงมองสามีที่สีหน้าเริ่มกลับมาปกติ น้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้มาตลอด สุดท้ายก็ไหลออกมาอย่างทนไม่ไหว
“เอ้าเซวียน พวกเรารอดแล้ว รอดมาได้แล้ว”
ซูโหรวพูดพึมพำ นึกถึงท่าทางเมื่อครู่ของเยี่ยนสวิน จับมือของสามีไว้แน่น
“เอ้าเซวียน สามีที่อาหน่วนเลือกเป็นคนดีมาก รอท่านตื่นมาเจอ คิดว่าคงจะชมไม่ขาดปากเป็นแน่”
“ตอนนี้พวกเราสามคนติดค้างน้ำใจใหญ่หลวงกับคนเขา ต่อไปไม่ว่าอย่างไร ต้องตอบแทนสุดกำลัง”
พูดสองประโยคจบ ซูโหรวก็ทนไม่ไหวนอนหลับไป
ทางเยี่ยนสวินไปดูห้องข้าง ๆ หลังจากยืนยันว่าแค่บาดเจ็บภายนอก ไม่กระทบภายใน ก็ให้ยาทาแผลกับเจียงมั่วเหยียนและฉางชิงสองคน
“พรุ่งนี้ พวกเจ้าคุ้มกันส่งพวกเขาเข้าเมือง”
เห็นทั้งสองคนพยักหน้า เยี่ยนสวินถึงพาหมอเทวดาเลี่ยวจากไปพร้อมกัน
ทั้งสองคนขึ้นหลังม้า ไม่นานก็เข้าสู่ความมืดมิด
ระยะทางกลับเมืองหลวงยังมีอีกช่วงหนึ่ง
หมอเทวดาเลี่ยวนั่งอยู่บนหลังม้าเพราะเหน็ดเหนื่อย เหลือบมองไปยังข้างกาย “จำเป็นต้องรีบกลับไปขนาดนั้นหรือ? พวกคนที่ฮ่องเต้ส่งเข้ามาที่เรือนหลังของท่าน ถูกท่านจัดการหมดแล้วไม่ใช่หรือ?”
เยี่ยนสวินยักคิ้ว ไม่ตอบคำถามของเขา
แต่หมอเทวดาเลี่ยวรับรู้ได้ถึงความแตกต่างจากในดวงตาของเขา
มู่เหยาได้ยินเสียงของชิงอู้ ตอนที่กึ่งหลับกึ่งตื่น
นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก็รู้สึกความเย็นปะทะเข้าหน้า เย็นจนนางอดตัวสั่นไม่ได้
เห็นการตอบสนองของนาง เยี่ยนสวินหลุดขำแล้วถอยหลังไปสองก้าว เดินหมุนรอบหน้ากระถางไฟ กำจัดความเย็นบนตัว
“ข้ามาแต่เช้าตรู่ เพราะมีเรื่องจะบอกเจ้า พูดจบข้าก็จะไปในทันที”
มู่เหยารู้ดีว่าเยี่ยนสวินเป็นคนมีมารยาทเสมอ แม้แต่เมื่อก่อนก็ไม่เคยก้าวเข้าห้องนอนของนาง
ตอนนี้กลับหุนหันเข้ามา จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่!
“เกิดอะไรขึ้น?”
นางกระแอมเสียงถามขึ้น
“ลุงทั้งสองคนของเจ้าเกิดเรื่องแล้ว ป้าสะใภ้ปลอดภัยดี มีลุงรองของเจ้าปกป้องอยู่ไม่ได้รับบาดเจ็บ...”
ไม่รอให้เยี่ยนสวินพูดจบ มู่เหยาก็ตกใจลงจากเตียง รีบเดินไปดึงแขนเสื้อของเขาอย่างตื่นตระหนก
“พวกท่านลุงข้าเกิดเรื่องหรือ?! เกิดอะไรขึ้น? ท่านเจอพวกเขาหรือไม่? ตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง? ยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม?”
คำถามเป็นพรวนออกจากปากของมู่เหยา แทบอยากพุ่งตัวออกไปเสียเดี๋ยวนี้
เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของนาง แววตาของเยี่ยนสวินก็หม่นลง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...