เพียงแต่สายตาของพวกเขายังคงมองไปที่ประตูด้วยความกังวลเป็นระยะๆ หวังว่าบิดามารดาจะกลับมาโดยเร็ว
หลานอิ๋งพูดคุยกับมู่เหยาและนายท่านหลานที่ห้องโถง ระหว่างนั้นก็ถือโอกาสสอบถามมู่เหยาเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองหลวง
“สมบัติของตระกูลหลานมีมากมาย โชคดีที่ท่านป้าระแคะระคายความผิดปกติมาตั้งแต่หลายปีก่อน จึงใช้ชื่อทางการค้าของตระกูลซูเปิดร้านค้าหลายแห่ง แม้ร้านเหล่านี้จะไม่รุ่งเรืองแต่ก็เพียงพอให้อยู่ในเมืองหลวงได้อย่างสุขสบาย”
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านตา มู่เหยาก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“ร้านที่ใช้ชื่อทางการค้าของตระกูลซู ล้วนอยู่ภายใต้ชื่อของท่านป้าหรือ?”
เมื่อเห็นนางตกใจ หลานอิ๋งก็ยิ้ม
“เรื่องนี้ไม่เคยเขียนบอกเจ้าในจดหมาย เพราะกังวลว่าจะถูกสืบเจอ แต่ตอนนี้พวกเราอยู่ด้วยกันจึงสามารถบอกเจ้าได้”
“เพียงแต่ท่านแม่ของข้าซ่อนตัวอยู่ คนที่ดูแลกิจการร้านค้าตระกูลซูคือผู้จัดการร้านคนหนึ่งของตระกูลซูแห่งเจียงหนาน”
“ต่อให้สืบเจอ ก็คงสืบไม่ถึงตัวท่านแม่”
มู่เหยาได้ยินดังนั้นก็คาดเดาในใจ
นางหันไปมองนายท่านหลานที่นั่งดื่มชาโดยไม่รู้ตัว “ท่านตา ร้านค้าของตระกูลซูที่อยู่ภายใต้การดูแลของท่านป้า เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อสิบปีก่อนใช่หรือไม่?”
แววตาของนายท่านหลานเปลี่ยนไป เขาวางถ้วยชาลงและพยักหน้า
ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่านางจะเดาออก จึงไม่มีความประหลาดใจใดๆ
“สิบปีก่อน...เป็นช่วงที่ตระกูลหลานตัดขาดความสัมพันธ์กับแม่ของข้า” มู่เหยากัดริมฝีปาก พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หลานอิ๋งเผลอมองไปทางท่านตา อ้าปากเหมือนต้องการจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
นายท่านหลานถอนหายใจ “เรื่องนี้ รอให้ลุงรองของเจ้ากลับมาเล่าให้เจ้าฟังโดยละเอียดแล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น มู่เหยาก็เม้มริมฝีปากและพยักหน้าอย่างเข้าใจ
บรรยากาศภายในห้องโถงเงียบไปชั่วขณะ
หลานอิ๋งเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง
ใกล้เวลาพลบค่ำ ลุงหวังก็รีบเร่งเดินเข้ามาในจวน
“นายท่าน ถึงแล้วขอรับ”
เพียงหกคำนี้ก็ทำให้ทั้งสามคนที่นั่งอยู่ในห้องโถงลุกขึ้นทันที แล้วรีบเดินตามกันออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสามมาถึงหน้าประตูจวน ก็เห็นหลานชิวเหิงลงมาจากรถม้า เดินขาเป๋ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
ระหว่างเดินทางกลับมาต้องเผชิญกับอันตรายไม่น้อยเลยทีเดียว!
หลานชิวเหิงมองดูบิดา พอคิดถึงพี่ชายที่นอนอยู่ในรถม้า เขาก็กัดริมฝีปากแน่น กำลังจะคุกเข่าลงต่อหน้านายท่านหลาน
“จะทำอะไร!”
เมื่อเห็นเช่นนี้ นายท่านหลานก็ตะโกนห้ามเสียงดัง รีบก้าวลงจากบันไดไปหยุดเขาไว้ทันที
“ท่านพ่อ ลูกไร้ความสามารถ ปล่อยให้พี่ใหญ่โดนวางยาระหว่างทาง”
เสียงสั่นเครือของหญิงผู้นั้นทำให้มู่เหยารู้สึกตัว จากนั้นก็ตกอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่น น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
หลานชิวเหิงมองภาพนี้ ยกมือเช็ดน้ำตาตรงหางตา ถอยกลับไปยืนข้างนายท่านหลาน ใบหน้าปรากฎรอยยิ้ม
เพียงแต่พอยิ้มก็ทำให้เจ็บแผลบนใบหน้า จนเขาต้องแยกเขี้ยวขบกราม
แต่กลับทำให้บรรยากาศที่โศกเศร้านั้นเบาบางลง
ทุกคนพากันกลับไปยังห้องโถง และฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
มู่เหยาฟังแล้วถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“พอแล้ว เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว หลานอิ๋งพาแม่ของเจ้าไปพักเถอะ ข้าจะไปดูเขาเสียหน่อย”
คำพูดนี้ของนายท่านหลานจงใจเปิดโอกาสให้มู่เหยาได้คุยกับหลานชิวเหิงเป็นการส่วนตัว
ซูโหรวยังอยากจะพูดคุยกับมู่เหยาอีกสักหน่อย แต่พอเห็นแววตาของนายท่านหลานก็ได้แต่ลุกขึ้นจากที่นั่ง ให้ลูกสาวพยุงออกไป
ไม่นาน ภายในห้องโถงก็เหลือเพียงมู่เหยาและหลานชิวเหิง
“ท่านลุงรอง เรื่องตัดความสัมพันธ์เมื่อครั้งนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เมื่อเห็นว่านางถามออกมาตรงๆ
หลานชิวเหิงก็ไม่คิดจะอ้อมค้อม “ตอนนั้นที่ตัดสัมพันธ์ ไม่ใช่ความตั้งใจของท่านพ่อ แต่เป็นความตั้งใจของแม่เจ้าเอง”
มู่เหยาถึงกับชะงักไป ไม่คิดเลยว่าจะเป็นความต้องการของท่านแม่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...