เมื่อเอ่ยคำพูดนั้นออกมา ร่างที่นั่งพิงอย่างเกียจคร้านของหลิวหว่านชุนก็ยืดตัวตรงขึ้นมาทันที
หลิวหว่านชุนกลอกตา นึกถึงศักยภาพของจวิ้นจู่จวนจงซู่โหวคนนั้นในตอนนี้ รวมถึงตระกูลที่พึ่งพาอาศัยอยู่ข้างหลัง
นางมองจางจิ้งหรูอีกครั้ง ยังคงมีความสงสัยเล็กน้อย “เมื่อก่อนเข้ากับจวิ้นจู่ถือว่ามีความสัมพันธ์ไม่ดี บัดนี้นางกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ฮูหยินน้อย อย่าพูดจาเหลวไหล”
เมื่อได้ยินคำพูดพวกนี้ จางจิ้งหรูไม้โกรธเคือง แต่กลับผ่อนคลายเล็กน้อย
หากหลิวหว่านชุนไม่เชื่อจริง ๆ ก็ควรไล่นางออกไปตั้งนานแล้ว ทำไมต้องเสียเวลาพูดเรื่องพวกนี้อีก
แต่สิ่งที่นางแปลกใจคือ มู่เหยาคาดการณ์ได้แม้แต่ตรงจุดนี้
“หากเจ้าไม่เชื่อ ข้ามีจดหมายฉบับหนึ่ง ฮูหยินอ่านแล้วค่อยตัดสินก็ไม่สาย”
จางจิ้งหรูพูด พลางหยิบจดหมายออกมาจากแขนเสื้อ และส่งให้สาวใช้ข้าง ๆ
หลิวหว่านชุนมองจดหมาย และหยิบขึ้นมาอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
หลังจากเห็นเนื้อหาในจดหมายชัดเจน ก็อดยกมุมปากไม่ได้ “ถ้าเช่นนั้น วันหน้าฮูหยินน้อยต้องช่วยเหลือข้าเยอะ ๆ แล้วล่ะ”
คำพูดนี้หมายความว่าจะร่วมมือกัน
จางจิ้งหรูถอนหายใจด้วยความโล่งอก ความไม่สนิทใจบนใบหน้าก็เบาลงเล็กน้อย “แน่นอน ฮูหยินวางใจ สิ่งที่ควรเป็นของท่านข้าไม่มีทางแตะต้อง สิ่งที่ข้าต้องการคือให้คนคนนั้นตายตรงหน้า”
หลิวหว่านชุนรู้ว่านางพูดถึงจังซื่อ นึกถึงข่าวสองสามวันก่อน แล้วจึงเอ่ยขึ้นสองประโยค “ช่วงนี้นายท่านห่วงใยทางเรือนตะวันตก ทุกวันจะให้คนเอาน้ำแกงโสมไปส่ง ช่างแปลกจริง ๆ
น้ำแกงโสม?
จางจิ้งหรูแววตาฉายแววแปลกใจ นางรู้ดีว่าลู่เหวินเจิ้งไม่ชอบจังซื่อมากแค่ไหน
ทำไมจู่ ๆ ถึงเป็นห่วงสุขภาพของนางล่ะ
เมื่อนางสบกับดวงตายิ้มเหมือนไม่ยิ้มของหญิงสาว ก็เข้าใจทันทีว่าน้ำแกงโสมนั้นคงไม่ธรรมดา
“ขอบคุณเซี่ยฮูหยินที่บอกกล่าว ดึกแล้ว คิดว่าท่านพ่อคงจะมานอนค้างในเรือนฮูหยิน ฮูหยินอย่าลืมสิ่งที่จวิ้นจู่พูดล่ะ”
หลิวหว่านชุนเอาจดหมายเข้าไปใกล้เปลวเทียน และยิ้มแย้ม “ข้าเข้าใจดีอยู่แล้ว”
อย่างไรเสีย เงื่อนไขที่มู่เหยาเสนอมา ก็ทำให้นางอดใจเต้นไม่ได้จริง ๆ
หลังจากจางจิ้งหรูจากไป นางไม่ได้กลับห้องนอนในทันที แต่ไปยังห้องตำราที่ลู่จื้อเคยอยู่ก่อนหน้านี้ หลังจากตรวจค้น ก็ไม่เจอสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจิ้นอ๋อง
แต่กลับทำให้ลู่จื้อที่นอนอยู่ในห้องด้านข้างตกใจ
“เจ้ากำลังหาอะไรอยู่?”
เสียงดังมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน ทำให้จางจิ้งหรูตกใจจริง ๆ
หลิ่วซีอินสำลักหลายครั้ง หลังจากบ่าวเฒ่าปล่อยนาง นางก็ไอจนหน้าแดง
“แม่นางวันหลังต้องเชื่องฟังหน่อย พวกเราบ่าวเฒ่าจะได้ไม่ต้องดูแลท่านทุกครั้ง ถ้าตั้งใจคลอดเด็กออกมา ไม่แน่ว่าอาจจะได้เงินติดตัวกลับไป ไม่อย่างนั้น…ก็คงต้องตายอยู่ในเรือนเล็ก ๆ นี้”
หลิ่วซีอินมองพวกบ่าวเฒ่าอย่างเกลียดชัง ปากยังคงพูดจาดื้อรั้น
“พวกเจ้าอย่าทำตัวโอหังที่นี่ ในท้องของข้าคือลูกคนโตของคุณชายใหญ่ตระกูลลู่ คุณชายแค่โกรธชั่วคราวเลยไม่สนใจข้า”
“หากวันหน้าข้าได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง ข้าจะทำให้บ่าวเฒ่าอย่างพวกเจ้าตายตรงหน้าข้า!”
ได้ยินคำพูดนั้น บรรดาบ่าวเฒ่าต่างมองตากัน และหัวเราะเยาะ
“แม่นางหลิ่วหยุดฝันเถอะ ฮูหยินน้อยกำลังจะรับอนุให้คุณชายในอีกไม่กี่วัน ได้ยินว่าเป็นหญิงงามของหอชุนเซียง แถมยังคุณชายยังโปรดปรานมาก”
“หากอนุผู้ดีเข้ามา แม่นางคิดว่าท่านยังจะมีวันพลิกตัวหรือ?”
บ่าวเฒ่าพูดจบ ก็ไม่กลับหลิ่วซีอินจะฆ่าตัวตาย
ถึงอย่างไรข้าวของภายในห้องก็ถูกห่อไว้หมดแล้ว ตายไม่ได้หรอก
แต่เอาหัวชนกำแพงสามารถทำให้ตายได้อยู่ แต่ใครจะไม่รู้นิสัยของหลิ่วซีอิน นางไม่กล้าหรอก
ได้ยินเสียงหัวเราะของพวกบ่าวเฒ่าไกลออกไป หลิ่วซีอินถึงจะค่อย ๆ ได้สติ คำพูดของพวกบ่าวเฒ่าวนเวียนอยู่ในสมองไม่ยอมหยุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...