“แต่ข้าคิดว่า ในเมื่อเลือกพระชายาฉู่เอาไว้แล้ว คงจะไม่แทรกแซงคู่เขา ยัดองค์หญิงคนหนึ่งเข้ามากระมัง?”
มู่เหยาสบตากับหลันอิ๋งหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้ตอบคำถาม
แต่ไม่มีอะไรแน่นอนตายตัว
ไม่แน่ว่า ไทเฮาพาองค์หญิงซูหรงกลับมาครั้งนี้ ก็อาจจะมีความคิดนี้อยู่จริง?
ทั้งสองคนไม่ได้ถามเรื่องอื่นมากนัก วางของขวัญที่นำมาลง แล้วหาเจียงเจาก็หมุนตัวออกจากจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว
บนรถม้า มู่เหยามองญาติผู้พี่ที่วิตกกังวลใจ ยื่นมือไปกุมมือของนางเอาไว้
“พี่หญิงไม่ต้องเป็นห่วงข้า หากว่าไทเฮาดึงดันจะยัดคนเข้ามาจริง คิดว่าฮูหยินเฒ่าก็คงจะไม่ตกลง”
หลันอิ๋งมองรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง ยื่นมือบีบอย่างจนใจเล็กน้อย
“เจ้าน่ะ ไม่กังวลเลยจริงหรือ? หากว่าไทเฮาคิดจะยัดคนเข้ามาจริง ถึงแม้ว่าฮูหยินเฒ่าเซียวจะไม่เต็มใจมากแค่ไหน เกรงว่าก็ต้านคำสั่งของไทเฮาไม่ได้ ถึงตอนนั้นเจ้าจะวางตนอย่างไร?”
เดิมเป็นเพราะตระกูลลู่เข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายไม่น้อย หลันอิ๋งเป็นห่วงชื่อเสียงในเมืองหลวงของมู่เหยาจริง ๆ
หากว่าครั้งนี้ไทเฮามีความคิดนี้จริง อาหน่วนจากพระชายาฉู่เปลี่ยนเป็นพระชายารองหรืออนุ เกรงว่าในเมืองหลวง...
“ไม่เป็นไรจริง ๆ พี่หญิงจะยอมเชื่อข้าหรือไม่?”
เห็นนางจริงจังหนักแน่น ความกังวลและไม่สบายใจของหลันอิ๋งก็ดีขึ้นเล็กน้อย
“ข้ารู้ว่าเจ้ากับท่านอ๋องมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่เรื่องนี้เจ้าต้องให้ความสำคัญเข้าใจไหม?”
มู่เหยาพยักหน้ารับ ซบไหล่ของหลันอิ๋งอย่างออดอ้อน แต่ในดวงตากลับมีความเด็ดเดี่ยวหนึ่ง
ประโยคที่นางสนใจก็คือคำพูดของฮูหยินใหญ่เจียง คำที่ว่าซูหรงอาจเป็นลูกของจิ้นอ๋อง
หากองค์หญิงซูหรงเป็นลูกของจิ้นอ๋องจริง แล้วทำไมไม่ประกาศสู่ภายนอก กลับยังปิดบังเอาไว้เล่า?
นึกถึงเรื่องนี้ มู่เหยาแอบส่ายหน้าอีกครั้ง
คิดว่าคงจะไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นหากเป็นลูกของจิ้นอ๋องจริง ทำไมฮ่องเต้ถึงไม่สังเกตเห็น ปล่อยให้ไทเฮาเลี้ยงดู
ไม่นานรถม้าก็กลับมาถึงจวนโหว
หลันอิ๋งลงจากรถม้า ก็กลับไปเรือนข้างแล้ว
หลังจากมู่เหยาทานมื้อเย็นเสร็จ ครุ่นคิดอยู่นานถึงวางตะเกียบลง “หนิงจู๋ ให้ลุงหวังพาหมอประจำของจวนลู่มา ข้ามีเรื่องจะถาม”
นับตั้งแต่วันที่ช่วยคนเอาไว้ คนคนนี้ก็มีลุงหวังค่อยดูแลมาโดยตลอด
ในใจของนางมีข้อสงสัย ต้องการเรียกคนนี้มายืนยัน
ไม่นาน ลุงหวังก็พาคนเข้ามา
เมื่อเห็นหน้ามู่เหยา เห็นชัดว่าในดวงตาของชายหนุ่มมีความตกใจ รีบก้มหน้าลง พูดด้วยความหวาดกลัว “มะ...ไม่ทราบว่าจวิ้นจู่เรียกข้าน้อยมามีเรื่องอันใดขอรับ”
มู่เหยาจ้องซูชิงที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า เอ่ยปากเสียงเรียบ “ตอนนั้นฝ่าบาทเมตตาต่อเจ้า อนุญาตให้เจ้าจากบ้านกลับเมืองหลวง ข้าให้เจ้าอยู่ต่อเป็นการส่วนตัว เจ้ามีอะไรไม่พอใจหรือไม่?”
มู่เหยาพูดสองคำเรียบ ๆ ก็หยิบน้ำชามาจิบอึกหนึ่ง
นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีก
นี่กลับทำให้ซูชิงรู้สึกกังวลใจขึ้น แต่เขานั้นไม่รู้เรื่องจริง ๆ
เพียงแต่ร้องขอเสียงสะอื้น “จวิ้นจู่ ในอดีตจังซื่อไว้ใจข้า ก็แค่เรื่องการแพทย์เท่านั้นขอรับ”
“เรื่องการติดต่อของตระกูล ข้าน้อยไม่รู้เรื่องจริง ๆ น่ะขอรับ!”
เห็นเขายังไม่ยอมพูดความจริง มู่เหยาหัวเราะเยาะออกมา กระแทกถ้วยชาในมือลงไปที่บนโต๊ะ
“ยังไม่ยอมพูดความจริงอีก!”
ชิงอิ่งเดินเข้าไปเตะหนึ่งครั้ง “ปีก่อน เจ้าเคยให้เทียบยากับฟังมามาที่อยู่ข้างกายขององค์หญิงใหญ่ พวกเจ้าสองคนยังดื่มน้ำชาในโรงน้ำชาด้วยกัน คิดว่าไม่มีใครสังเกตเห็นจริงหรือ!”
เมื่อคำนี้ออกมา ใบหน้าของซูชิงก็ซีดเผือด
ตัวยิ่งสั่นงันงก พะงาบปาก แต่ไม่พูดแก้ตัวใด ๆ
ที่มู่เหยารู้ข่าวนี้ ก็เป็นเพราะตอนที่ให้ชิงอิ่งตรวจสอบข่าวของจิ้นอ๋อง บังเอิญรู้ว่าในอดีตองค์หญิงใหญ่รักและเอ็นดูจิ้นอ๋องน้องชายคนนี้มาก
และปีก่อน จิ้นอ๋องเคยป่วยหนักหนึ่งครั้ง ต่อมาองค์หญิงใหญ่ส่งเทียบยาหนึ่งให้ ไม่ถึงสองวันก็หายดีแล้ว
สืบตามเบาะแสไปเรื่อย ๆ ก็พบว่าเทียบยานี้มาจากฝีมือของซูชิง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...