ซูชิงในตอนนั้น กลายเป็นหมอประจำของจวนลู่ตั้งนานแล้ว
หากไม่มีคำอนุญาตจากเจ้านาย เกรงว่าซูชิงจะไม่ใจกล้าส่งเทียบยาแบบนี้
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้มู่เหยาเกิดความสงสัย
ป่วยหนักแบบไหน สองวันก็ดีขึ้นได้?
เกรงว่าเทียบยาที่ส่งออกไป จะไม่ใช่เทียบยาแท้จริง!
“ข้าน้อย...ข้าน้อยจำเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ บะ...บางทีจวิ้นจู่อาจเข้าใจผิดเล่า? ข้าน้อยไม่เคย ไม่เคยทำจริง ๆ ขอรับ”
ซูชิงพูดเสียงสั่นเท้า ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเลย
ท่าทางร้อนตัวแบบนี้ ใครจะดูไม่ออก?
“ไม่เคยทำหรือ...ถ้าอย่างนั้นเป็นข้าที่ใส่ร้ายเจ้าหรือ?”
มู่เหยายกมุมปากยิ้มบาง น้ำเสียงอ่อนโยนมากแท้ ๆ แต่ทำให้คนรู้สึกกลัวจับใจ!
“ลุงหวัง ข้าจำได้ว่าในห้องลับมีตะขอเหล็กวางอยู่อันหนึ่ง ดูเหมือนอดีตจะใช้ลงโทษข้ารับใช้ที่ไม่เชื่อฟังโดยเฉพาะใช่หรือไม่?”
ลุงหวังก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สายตาหยุดบนตัวซูชิงครู่หนึ่ง
“เรียนจวิ้นจู่ ตะขอเหล็กอันนั้นใช้มาลงโทษข้ารับใช้ที่ไม่เชื่อฟัง นำตะขอลอดผ่านกระดูกไหปลาร้า แล้วแขวนเอาไว้บนเสา”
“รอตอนที่ใกล้จะหมดสติเพราะเสียเลือดมาก ค่อยปล่อยลงมารักษา ผ่านไปสองสามวันก็จับขึ้นแขวนอีกครั้ง จนกระทั่งอีกฝ่ายยอมพูดความจริงออกมาขอรับ!”
ลุงหวังเพิ่งพูดจบ ก็เห็นซูชิงตัวเอียงทรุดนั่งลงบนพื้น
รูม่านตาสั่นไหว เห็นชัดว่ากำลังตกใจสุดขีด!
เขาเงยหน้าตามสัญชาตญาณ อยากดูว่ามู่เหยามีสีหน้าแบบไหน
ก็เห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องและยิ้มบาง ๆ ให้เขาอยู่ ไม่มีท่าทีตกใจเพราะคำพูดพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย
ในตอนนี้ ซูชิงจึงรู้ว่า ทำไมจังซื่อถึงพลาดให้กับเด็กสาวที่อายุยังน้อยได้!
“ซูชิง เจ้าจะเลือกอย่างไร?”
ซูชิงได้ยินเสียงอ่อนโยนของเด็กสาวในตอนนี้ ก็เหมือนคาถาช่วงชิงชีวิต สามารถฆ่าเขาได้ตลอดเวลา!
“ขะ ข้าพูด ข้าพูดยังไม่พอหรือ!”
ซูชิงทำหน้าเศร้า หลังจากยืดตัวตรงถึงพูดว่า “เพราะข้าอยู่ตระกูลลู่ไม่ค่อยได้ออกจวน ครั้งนั้นนายท่านลู่มาหาข้าโดยเฉพาะ ให้ข้าไปส่งจดหมายฉบับหนึ่ง ให้บอกคนอื่นว่าเป็นเทียบยา”
“จดหมายฉบับนั้นปิดอย่างมิดชิด ข้าไม่กล้าแอบดู แต่ส่องผ่านแสงแดดก็เห็นไม่กี่อักษร บอกทำนองว่าวางยาพิษ ฟื้นฟู...”
วางยาพิษ...ฟื้นฟูหรือ?
จู่ ๆ มู่เหยาก็นึกถึง สารพิษในร่างกายของนางก่อนหน้านี้
หรือว่าจะเป็นฝีมือของจิ้นอ๋อง?
ซูชิงมองมู่เหยาเปลี่ยนสีหน้าไปมา ในใจคาดเดาท่าทีของนางไม่ได้
รอคนเดินไปไกลแล้ว มู่เหยาถึงหันไปมองทางชิงอิ่ง
“ไปดู ช่วงเวลาหน้าหลังในปีก่อน ในเมืองเกิดเรื่องอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะทางจวนองค์หญิงใหญ่และจิ้นอ๋อง”
“เจ้าค่ะ”
ชิงอิ่งหมุนตัวเดินออกไป มู่เหยานวดหัวคิ้วอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
หนิงจู๋เห็นนางเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกเป็นห่วงมาก จึงพูดเสนอว่า “หากจวิ้นจู่หงุดหงิดใจ ไม่สู้บอกเรื่องนี้กับนายท่านดีไหมเจ้าคะ?”
“ไม่ได้” มู่เหยาปฏิเสธข้อเสนอของหนิงจู๋แทบจะทันที
“เดิมทีสองวันนี้ทางท่านตากับพวกท่านลุงก็ทุกข์ใจอยู่แล้ว ตอนนี้ท่านลุงใหญ่ยังไม่ฟื้น เรื่องพวกนี้เอาไว้สืบได้ความแล้ว ค่อยบอกกับพวกท่านตา”
หนิงจู๋พยักหน้า เห็นมู่เหยายังขมวดคิ้วกลุ้มใจ ก็ไปจุดกลิ่นหอมของไม้ไผ่
ไม่นานกลิ่นสดชื่นก็อบอวลอยู่ในห้อง
และทำให้อารมณ์หงุดหงิดของนางสงบลงเล็กน้อย
มู่เหยาจิบน้ำชาให้ใจเย็นลง ตอนที่กำลังจะปิดไฟพักผ่อน
เสียงของชิงอู้ก็ดังขึ้นจากด้านนอก “จวิ้นจู่ ท่านอ๋องมีเรื่องจะคุยกับท่าน”
ในดวงตาของมู่เหยาประกายความประหลาดใจ ครุ่นคิดไม่นานก็เดาได้ว่าเยี่ยนสวินมาเพราะเรื่องอะไร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...