เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 174

ซูชิงในตอนนั้น กลายเป็นหมอประจำของจวนลู่ตั้งนานแล้ว

หากไม่มีคำอนุญาตจากเจ้านาย เกรงว่าซูชิงจะไม่ใจกล้าส่งเทียบยาแบบนี้

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้มู่เหยาเกิดความสงสัย

ป่วยหนักแบบไหน สองวันก็ดีขึ้นได้?

เกรงว่าเทียบยาที่ส่งออกไป จะไม่ใช่เทียบยาแท้จริง!

“ข้าน้อย...ข้าน้อยจำเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ บะ...บางทีจวิ้นจู่อาจเข้าใจผิดเล่า? ข้าน้อยไม่เคย ไม่เคยทำจริง ๆ ขอรับ”

ซูชิงพูดเสียงสั่นเท้า ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเลย

ท่าทางร้อนตัวแบบนี้ ใครจะดูไม่ออก?

“ไม่เคยทำหรือ...ถ้าอย่างนั้นเป็นข้าที่ใส่ร้ายเจ้าหรือ?”

มู่เหยายกมุมปากยิ้มบาง น้ำเสียงอ่อนโยนมากแท้ ๆ แต่ทำให้คนรู้สึกกลัวจับใจ!

“ลุงหวัง ข้าจำได้ว่าในห้องลับมีตะขอเหล็กวางอยู่อันหนึ่ง ดูเหมือนอดีตจะใช้ลงโทษข้ารับใช้ที่ไม่เชื่อฟังโดยเฉพาะใช่หรือไม่?”

ลุงหวังก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สายตาหยุดบนตัวซูชิงครู่หนึ่ง

“เรียนจวิ้นจู่ ตะขอเหล็กอันนั้นใช้มาลงโทษข้ารับใช้ที่ไม่เชื่อฟัง นำตะขอลอดผ่านกระดูกไหปลาร้า แล้วแขวนเอาไว้บนเสา”

“รอตอนที่ใกล้จะหมดสติเพราะเสียเลือดมาก ค่อยปล่อยลงมารักษา ผ่านไปสองสามวันก็จับขึ้นแขวนอีกครั้ง จนกระทั่งอีกฝ่ายยอมพูดความจริงออกมาขอรับ!”

ลุงหวังเพิ่งพูดจบ ก็เห็นซูชิงตัวเอียงทรุดนั่งลงบนพื้น

รูม่านตาสั่นไหว เห็นชัดว่ากำลังตกใจสุดขีด!

เขาเงยหน้าตามสัญชาตญาณ อยากดูว่ามู่เหยามีสีหน้าแบบไหน

ก็เห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องและยิ้มบาง ๆ ให้เขาอยู่ ไม่มีท่าทีตกใจเพราะคำพูดพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนี้ ซูชิงจึงรู้ว่า ทำไมจังซื่อถึงพลาดให้กับเด็กสาวที่อายุยังน้อยได้!

“ซูชิง เจ้าจะเลือกอย่างไร?”

ซูชิงได้ยินเสียงอ่อนโยนของเด็กสาวในตอนนี้ ก็เหมือนคาถาช่วงชิงชีวิต สามารถฆ่าเขาได้ตลอดเวลา!

“ขะ ข้าพูด ข้าพูดยังไม่พอหรือ!”

ซูชิงทำหน้าเศร้า หลังจากยืดตัวตรงถึงพูดว่า “เพราะข้าอยู่ตระกูลลู่ไม่ค่อยได้ออกจวน ครั้งนั้นนายท่านลู่มาหาข้าโดยเฉพาะ ให้ข้าไปส่งจดหมายฉบับหนึ่ง ให้บอกคนอื่นว่าเป็นเทียบยา”

“จดหมายฉบับนั้นปิดอย่างมิดชิด ข้าไม่กล้าแอบดู แต่ส่องผ่านแสงแดดก็เห็นไม่กี่อักษร บอกทำนองว่าวางยาพิษ ฟื้นฟู...”

วางยาพิษ...ฟื้นฟูหรือ?

จู่ ๆ มู่เหยาก็นึกถึง สารพิษในร่างกายของนางก่อนหน้านี้

หรือว่าจะเป็นฝีมือของจิ้นอ๋อง?

ซูชิงมองมู่เหยาเปลี่ยนสีหน้าไปมา ในใจคาดเดาท่าทีของนางไม่ได้

รอคนเดินไปไกลแล้ว มู่เหยาถึงหันไปมองทางชิงอิ่ง

“ไปดู ช่วงเวลาหน้าหลังในปีก่อน ในเมืองเกิดเรื่องอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะทางจวนองค์หญิงใหญ่และจิ้นอ๋อง”

“เจ้าค่ะ”

ชิงอิ่งหมุนตัวเดินออกไป มู่เหยานวดหัวคิ้วอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

หนิงจู๋เห็นนางเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกเป็นห่วงมาก จึงพูดเสนอว่า “หากจวิ้นจู่หงุดหงิดใจ ไม่สู้บอกเรื่องนี้กับนายท่านดีไหมเจ้าคะ?”

“ไม่ได้” มู่เหยาปฏิเสธข้อเสนอของหนิงจู๋แทบจะทันที

“เดิมทีสองวันนี้ทางท่านตากับพวกท่านลุงก็ทุกข์ใจอยู่แล้ว ตอนนี้ท่านลุงใหญ่ยังไม่ฟื้น เรื่องพวกนี้เอาไว้สืบได้ความแล้ว ค่อยบอกกับพวกท่านตา”

หนิงจู๋พยักหน้า เห็นมู่เหยายังขมวดคิ้วกลุ้มใจ ก็ไปจุดกลิ่นหอมของไม้ไผ่

ไม่นานกลิ่นสดชื่นก็อบอวลอยู่ในห้อง

และทำให้อารมณ์หงุดหงิดของนางสงบลงเล็กน้อย

มู่เหยาจิบน้ำชาให้ใจเย็นลง ตอนที่กำลังจะปิดไฟพักผ่อน

เสียงของชิงอู้ก็ดังขึ้นจากด้านนอก “จวิ้นจู่ ท่านอ๋องมีเรื่องจะคุยกับท่าน”

ในดวงตาของมู่เหยาประกายความประหลาดใจ ครุ่นคิดไม่นานก็เดาได้ว่าเยี่ยนสวินมาเพราะเรื่องอะไร

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง