แสดงออกว่าตนจะมิเอื้อนวาจาพล่อยอีกต่อไปแล้ว!
ภาพนี้ทำให้ภายในห้องมีเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้น
สายตาของมู่เหยานั้นกลับมองลงไปยังเบื้องล่าง
“ไทเฮาเสด็จกลับสู่เมืองหลวง คืนนี้งานเลี้ยงยามค่ำคงจะคึกคักยิ่งนัก”
นางพูดเช่นนี้ เพราะแท้จริงแล้วไทเฮามิใช่มารดาที่แท้จริงขององค์ฮ่องเต้ หากแต่เป็นแม่เลี้ยง
เพราะเป็นหนึ่งในสนมที่เหลืออยู่ก่อนฮ่องเต้องค์ก่อนจะสิ้นพระชนม์ และมีชาติกำเนิดสูงศักดิ์ที่สุด
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงทรงพระราชทานตำแหน่งไทเฮาให้ตามพระทัย
นับว่าเหมาะสม
ดังนั้นไทเฮาพระองค์นี้ จึงเคยมีเรื่องหมางใจกับฮ่องเต้ไม่น้อยในตอนแรก
ทว่าภายหลังเรื่องก็สงบลง ด้วยไทเฮาทรงออกจากเมืองกลวงไปอยู่วัดเพื่อบำเพ็ญจิต
บัดนี้เสด็จกลับมา หวั่นว่าจะก่อคลื่นลมขึ้นอีกครา
“มาแล้ว” หลันเยว่อิงเอ่ยเสียงต่ำ บรรดาคนในห้องต่างก็ยื่นคอมองออกไป
เป็นไปตามคาด เห็นรถม้าอันหรูหราอยู่ลาง ๆ ที่ประตูเมือง ครานั้นผู้คนในที่นั้นต่างขมวดคิ้วพร้อมกัน
“หากข้ามิได้ดูผิด ผ้าคลุมรถม้านั่นก็คือผ้าเงาจันทรา? เพียงผืนเดียวก็ประเมินค่าไม่ได้… บอกว่าไทเฮาปลีกวิเวกบำเพ็ญธรรม ไม่นิยมความฟุ้งเฟ้อหรอกหรือ?”
รถม้านี้ช่างโอ่อ่านัก!
“คำร่ำลือก็เป็นเพียงถ้อยคำร่ำลือ มิอาจเชื่อถือได้ อาจเป็นฮ่องเต้ทรงเห็นแก่พระคุณ จึงจัดให้เพื่อแสดงกตัญญูก็เป็นได้”
ถ้อยของญาติผู้พี่ ทำให้มู่เหยาและคนอื่น ๆ ล้วนพยักหน้าเห็นชอบ
ไม่นาน รถม้าก็แล่นมาถึงตรงหน้าผู้คน
สายลมหวนพัด ทำให้ม่านรถม้าเผยออกเล็กน้อย
มองเห็นเป็นเงาร่างของสาวน้อยงามสง่าประทับนั่งด้านข้าง แม้ใบหน้าจะมองไม่ชัด ทว่าท่วงท่าการรินชานั้น บ่งบอกได้ถึงความมีมารยาทและการอบรมเลิศล้ำ
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนจากไป กระทั่งลับสายตา
ทุกคนจึงนั่งลงตามที่เดิม
“เมื่อครู่ เงาของสาวน้อยผู้นั้น เกรงว่าจะเป็นองค์หญิงซูหรงที่ติดตามอยู่ข้างกายไทเฮา”
ฉลองพระองค์ขององค์หญิงย่อมผิดจากสาวใช้ ฉะนั้นย่อมเห็นได้ทันที
สตรีตระกูลสูงส่งย่อมไม่อาจมองผิดพลาด
เพียงผิดพลาดชั่วพริบตา ก็อาจถึงแก่โทษตัดหัว!
“ข้างพระวรกายของไทเฮามีเพียงองค์หญิงซูหรงคนเดียว และต้องมีเพียงนางเท่านั้น”
หลันเยว่อิงเบ้ปากไม่ใส่ใจ แล้วหันไปทางน้องสาวตน “อาหน่วน อย่าได้แยแสพวกองค์หญิงไร้สาระ หากผู้ใดกล้าชิงสามีเจ้า พี่หญิงสามผู้นี้จักออกโรงแทนเจ้าเอง!”
จนเมื่อรถม้าลับสายตาไปแล้ว สีหน้าของคนตระกูลหลันก็มิอาจเรียกว่าแจ่มใส
“เอาเถิด เข้ามาข้างในก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันหลังปิดประตู”
ทันทีที่นายท่านหลันเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ถ้อยคำของทุกคนที่กำลังจะกล่าวออกมาก็พลันเงียบงัน
ครั้นกลับเข้าสู่โถงใหญ่ ก็เห็นซูโหรวกับหลันชิวเหิงหน้าตาบึ้งตึงเป็นพิเศษ
“อาอิ๋งกับอาหน่วนอยู่ก่อน ที่เหลือไปทำหน้าที่ของตนเถิด”
คำเดียวของหลันชิวเหิง ทำให้ผู้คนที่เหลือแยกย้ายไปทันที
บุตรหลานตระกูลหลัน ล้วนว่านอนสอนง่ายมาแต่ไหนแต่ไร
หากผู้ใหญ่ในบ้านมิให้ฟัง เรื่องนั้นย่อมไม่มีใครได้ยิน!
“คาดว่าเจ้าทั้งสองคงพบหลี่กงกงที่หน้าประตูแล้วกระมัง?”
เมื่อมองไปทางซูโหรว มู่เหยากับหลันอิ๋งก็พยักหน้า
“ผัวะ!” หลันชิวเหิงตบโต๊ะเสียงดัง มู่เหยากับหลันอิ๋งสะดุ้งแล้วหันไปมองด้วยความตกใจ
“ท่านลุงรองไฉนจึงเดือดดาลถึงเพียงนี้? หรือว่าหลี่กงกงกล่าววาจาไม่ดีอันใดหรือ?”
ซูโหรวถลึงตาใส่น้องชายรอง บอกเป็นนัยให้เขาอย่าเอะอะอึกทึกเช่นนั้น
จากนั้นจึงหันมาทางมู่เหยาด้วยความวิตก “อาหน่วน เกรงว่าหลี่กงกงจักมิได้แจ้งเจ้าครบถ้วน เมื่อครู่นี้เขาได้เอ่ยแก่พวกเราโดยเฉพาะ ว่าที่เจ้าต้องไปร่วมงานเลี้ยงในค่ำนี้ ก็เพราะไทเฮากับองค์หญิงซูหรงทรงเอ่ยนามเจ้าออกมาโดยตรง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...