เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 19

เมื่อัมผัสได้ถึงความโกรธแอบแฝงในน้ำเสียงนั้น มือที่ถือถ้วยน้ำชาของมู่เหยาที่ก็เริ่มสั่นเบาๆ

พลางแอบมองเยี่ยนสวินที่นั่งลงตรงข้ามอย่างไม่รู้ตัวด้วยความรู้สึกแปลกๆ

ตอนเดินเข้ามายังดีๆ อยู่เลย ทำไมพอนั่งลงแล้วก็โกรธขึ้นมาเสียอย่างนั้นล่ะ

จริงๆ แล้วเขาเป็นคนอารมณ์แปรปรวนสินะ

แม้ว่าในใจจะคิดเช่นนั้น แต่มู่เหยาก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับหยิบจดหมายที่เขียนไว้เมื่อคืนออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเขา “ท่านอ๋องโปรดอ่านนี่ก่อน แล้วข้าจะพูดทีหลัง”

เยี่ยนสวินเลิกคิ้วขึ้นมองดวงตาสดใสของหญิงสาว ความโกรธในใจของเขาก็หายไปทันที

หลังจากหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านอย่างระมัดระวัง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

“เนื้อความในจดหมายนี้หมายความว่าอย่างไร คุณหนูมู่”

สิ่งที่มู่เหยาเขียนเมื่อคืนคือรายการทรัพย์สินโดยละเอียดของตระกูลมู่รวมถึงสินเดิมของนาง

เมื่อคืนนางครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อแสดงความจริงใจ แต่หลังจากทบทวนอยู่นาน นางก็ตระหนักว่าคำสัญญาลอยๆ นั้นไม่มีความหมาย ไม่จริงใจเท่ากับเครื่องประดับทองและเงินเหล่านี้

ดังนั้นนางจึงเขียนสิ่งเหล่านี้ลงบนกระดาษ และนำมาเจรจากับเยี่ยนสวิน

ทว่ามู่เหมยากลับเห็นชายตรงหน้าเริ่มโกรธขึ้นมาอีกครั้ง จึงเริ่มรู้สึกว่าตนเองทำอะไรผิดไปหรือไม่

“ท่านอ๋อง เดิมทีการที่ข้ามาปรึกษาเรื่องนี้กับท่านเป็นการส่วนตัวก็เสี่ยงมากอยู่แล้ว ต่อให้ท่านจะโกรธแค่ไหน แต่ช่วยฟังสิ่งที่ข้าอยากพูดด้วยเถิด”

เยี่ยนสวินมองแววตาไร้หนทางคู่นั้น ในที่สุดก็นั่งลงอีกครั้ง

เจ้าเด็กบ้า!

เห็นเขาเป็นคนโลภในทรัพย์สินเงินทองหรืออย่างไร

“ในนี้คือรายการทรัพย์สินของตระกูลมู่กับสินเดิมของข้า ข้ารู้ว่าท่านอ๋องไม่ชอบใจเรื่องแต่งงาน ท่านอ๋องเองก็ทราบดีว่าข้าไม่ชอบใจเช่นกัน วันนี้ข้าเอาสิ่งนี้มาให้ท่านดูเจรจาเงื่อนไขกับฉู่อ๋อง”

เยี่ยนสวินเลิกคิ้วเล็กน้อย แม้เขาจะรู้ว่านางกำลังพูดถึงเรื่องใด แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้

จากนั้นจึงเอามือเท้าคางอย่างเกียจคร้าน พลางมองนางด้วยรอยยิ้มมุมปาก

“คุณหนูมู่อยากเจรจาเงื่อนไขอะไรกับข้าหรือ”

แก้มของมู่เหยาเริ่มร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาที่จับจ้องมา ก็เลยเบือนหน้าออกไปอีกทางเล็กน้อย “ท่านอ๋อง ในเมื่อท่านอ๋องกับข้าต่างก็มีเรื่องไม่ชอบใจเหมือนกัน เหตุใดจึงไม่มาร่วมมือกันล่ะ”

“สิ่งเหล่านี้บนกระดาษคือความจริงใจของข้า”

เพลานี้ในตระกูลมู่ไม่มีสิ่งใดที่ใช้งานได้อีกแล้ว นอกจากของเหล่านี้

แม้ว่าเมื่อก่อนตระกูลมู่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชสำนักมาก แต่ตระกูลมู่ไม่เหลือใครอีกแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่อาจอ้างความสัมพันธ์มาเจรจากับคนตรงหน้าได้

เหลือเพียงหนทางนี้ทางเดียวเท่านั้น

“คุณหนูมู่ เจ้าอยากขอข้าแต่งงาน?”

ชายคนนี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่มีอารมณ์ใดๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขาเลยสักนิด

แต่กลับทำให้มือมู่เหยาที่วางบนขาเริ่มเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

เยี่ยนสวินมองเด็กสาวที่กำลังก้มหน้าลงด้วยดวงตาสุขที่ไม่อาจปิดซ่อนเร้นได้ ก่อนส่งสายตาให้ฉางชิงอย่างลับๆ

คนข้างหลังจึงรีบดึงตัวหนิงจู๋ออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูด้วยกันทันที

“ขอรับ”

มู่เหยาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยแววตาเรียบเฉย

“ท่านอ๋องโปรดวางใจ ระหว่างท่านกับข้าเป็นเพียงการร่วมมือกัน ถ้าอนาคตท่านอ๋องพบคนที่ชอบ ก็เขียนจดหมายหย่าให้กับข้าได้เลย”

“ในยามที่ข้าเข้าไปอยู่ในจวนของท่าน ข้าจะทำหน้าที่อย่างระมัดระวัง ไม่ทำตัวอิจฉาริษยาใคร”

“ข้าจะกตัญญูต่อฮูหยินเฒ่าเซียว ไม่มีเรื่องขัดแย้งระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ ทำให้ท่านอ๋องต้องหังวลใจ”

นางพูดออกไปยาวเหยียด

แต่พอไม่ได้ยินคำตอบจากอีกฝ่ายเป็นเวลานาน มู่เหยาก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้

ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากพูด อีกฝั่งก็ตอบออกมาว่า

“บางครั้งคุณหนูมู่กับข้าก็ใจตรงกันเสียจริง”

ถ้อยคำนี้ทำให้หัวใจของนางสั่นสะท้าน ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นทันที

แต่ไม่รู้ว่าเขาขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของนางตั้งแต่เมื่อใด ทำให้ริมฝีปากของนางแตะริมฝีปากของชายคนนั้นโดยไม่รู้ตัว

นั่นยิ่งทำให้มู่เหยาดวงตาพร่ามัว และรีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นว่านางจะล้มลงพื้น เยี่ยนสวินก็รีบเอื้อมมือไปดึงนางกลับเข้ามาในอ้อมแขนอย่างขบขัน ทำให้นางนั่งลงบนตักของเขาอย่างมั่นคง

กลิ่นหอมของบุรุษฟุ้งกระจายไปทั่ว มู่เหยาจึงเริ่มจิตใจสับสนวุ่นวาย

“ที่ท่านอ๋องเลือกข้าเป็นเพราะข้าอยู่ตัวคนเดียวลำพังใช่หรือไม่”

แม้ว่าจะรู้คำตอบอยู่ในใจ แต่มู่เหยาก็ยังคงถามคำถามต่อไป

ก่อนที่ชายคนนั้นพยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่แล้ว”

เยี่ยนสวินอยากพูดว่า“ชอบพอนางมานานแล้ว” แต่ก็กลัวว่าเด็กคนนี้จะระแวงในตัวเขามากกว่าเดิม

เพราะอย่างไรก็ต้องแต่งงานเข้ามาอยู่ในจวน

ยังมีเวลาเหลือเฟือมากพอที่จะให้เขาแสดงความในใจให้นางได้รับรู้

เมื่อรู้ว่าเขาคิดเช่นเดียวกับนาง ความกังวลของมู่เหยาก็หายไปจนหมดสิ้น

“ในเมื่อข้าเอาเปรียบท่านเช่นนี้แล้ว ท่านอ๋องมีคำขออื่นใด หากข้าทำได้ย่อมทำให้อย่างแน่นอน”

คำพูดนั้นทำให้เยี่ยนสวินหัวเราะเบาๆ ก่อนยืดตัวลงและเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง

“คุณหนูมู่ช่างแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ หากคนอื่นรู้ว่าข้ามีคำขอ พวกเขาคงใช้โอกาสนี้ต่อรองเงื่อนไขเพิ่มอีก แต่คุณหนูมู่กลับรู้สึกว่ากำลังเอาเปรียบข้าอยู่?”

มู่เหยาเอนหลังพิงพนัก พลางดื่มน้ำชาดับกระหาย

“การแต่งงานกับข้าอาจทำให้ชื่อเสียงของท่านอ๋องเสียหาย แม้ว่าข้าไม่ได้มาจากตระกูลขุนนาง แต่ก็เข้าใจความจริงข้อนี้ดี”

เรื่องที่เกิดขึ้นหน้าพระที่นั่งยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเมืองหลวงอย่างมาก

คำสรรเสริญและเกียรติยศที่เขาเคยได้รับจากการอุทิศตนในสนามรบอาจบั่นทอนกึ่งหนึ่งเพราะตัวของนาง

นางจึงอยากชดเชยให้กับคนดีๆ เช่นนี้

“คุณหนูมู่ ข้าไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ หากท่านยอมแต่งงานกับข้าอย่างจริงใจ ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีเช่นเดียวกับสามีภรรยาทั่วไป เจ้ายินดีหรือไม่”

คำพูดนั้นทำให้มู่เหยางุนงงไปชั่วขณะ ราวกับเคยมีคนพูดแบบนี้กับนางมาก่อน

แต่คนคนนั้นกลับไม่รักษาสัญญา และยังทำให้นางอับอายซ้ำอีก

เพลานี้นางได้ยินคำพูดนั้นอีกครั้ง

มู่เหยารู้สึกซับซ้อนในใจ แต่ก็ไม่แสดงถึงอารมณ์ใดๆ ออกมา

ก่อนใช้นิ้วเรียวลูบขอบถ้วยเบาๆ ไม่รู้ว่าควรตอบกลับอย่างไรอยู่ครู่หนึ่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง