แม่ทัพเฒ่าเจียงยิ้มพลางรับคำ แล้วส่งสายตาเป็นเชิงบอกแก่เจียงมั่วเหยียน
เจียงมั่วเหยียนลุกขึ้น คำนับนายท่านหลันซึ่งนั่งอยู่เบื้องบน ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น กล่าวเสียงดังชัดเจนว่า “นายท่านหลันวางใจเถิด ข้าขอปฏิญาณต่อหน้าทุกคน ณ ที่นี้”
“เมื่อรับตัวแม่นางหลันมาเป็นภรรยา ข้าจะไม่ให้นางต้องขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มอาหาร และจะไม่ปล่อยให้นางมีชีวิตที่ไร้ค่า หากวันหน้าข้ากลับใจไปลำเอียง นำความหายนะมาสู่นาง ผู้อาวุโสตระกูลหลันทุกท่านสามารถมากุดหัวข้าได้ด้วยตนเอง!”
คำมั่นอันหนักแน่นเช่นนี้ ถึงแม้แต่มู่เหยาก็ยังอดประหลาดใจมิได้
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสมาชิกตระกูลหลันคนอื่น ๆ
กลับเป็นแม่ทัพเฒ่าเจียงกับฮูหยินใหญ่ที่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าอิ่มเอม
“คำที่แม่ทัพเจียงพูดนั้น เป็นความจริงหรือ?”
เสียงอ่อนแรงหนึ่งดังขึ้นจากหลังฉากกั้น บังเงาร่างหญิงสาวอ้อนแอ้นอยู่ด้านใน
“จริงแท้แน่นอน”
เจียงมั่วเหยียนลุกขึ้น ค่อย ๆ เดินเข้าไปยืนหยุดลงที่หน้าฉากกั้น
หลันอิ๋งซึ่งอยู่ด้านหลังฉาก รู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่ทอดทะลุผ่านฉากมายังตน
นอกเหนือจากความรับผิดชอบแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยอารมณ์บางอย่างที่นางไม่อาจเข้าใจ
“อิ๋งเอ๋อร์ เรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหัน เกี่ยวพันถึงทั้งชีวิตของเจ้า หากเจ้ายังอยากไตร่ตรอง หรือต้องการปฏิเสธ พวกเราค่อยว่ากันใหม่ก็ยังทัน”
ซูโหรวลุกขึ้น พูดกับหลันอิ๋งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
นางเข้าใจจิตใจของบุตรีคนโตดี แม้ในใจจะยินดี แต่เมื่อเห็นท่าทางของเจียงมั่วเหยียนแล้ว
ก็ย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกผิดต่อเรื่องเมื่อวาน การขอแต่งงานครั้งนี้ คงเพราะอยากชดเชย
ความรักจริงใจนั้น เกรงว่าจะมีอยู่น้อยเต็มที
ในฐานะแม่ ซูโหรวไม่อาจปล่อยให้การตัดสินใจอันหุนหัน ทำลายชีวิตของบุตรีตนได้
“ท่านแม่ ข้ายินยอม”
ถ้อยคำประโยคเดียวของหลันอิ๋ง ก็เป็นการยืนยันอย่างแน่วแน่
เจียงมั่วเหยียนมองเงาร่างงดงามหลังฉากนั้น เม้มริมฝีปากแน่น แต่สุดท้ายก็เอ่ยขึ้น “แม่นางหลัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าการขอแต่งวันนี้เป็นเพราะ…”
ยังไม่ทันจบประโยค เสียงของหลันอิ๋งก็ดังออกมาอีกครั้งอย่างสงบเยือกเย็น
“ข้ารู้ดีว่าเราทั้งสองมิได้สนิทสนมกันนัก หากวันหน้ามิอาจก่อเกิดความรัก ก็ขอเพียงเคารพต่อกันเยี่ยงแขกผู้มีเกียรติก็เพียงพอ ข้าเชื่อในคุณธรรมของท่านแม่ทัพ”
การแต่งงาน ท้ายที่สุดแล้วก็คือการเสี่ยงทายด้วยชีวิตทั้งชีวิต
แทนที่จะไปอดทนอยู่ที่อื่น หลันอิ๋งยินดียืนหยัดอยู่ข้างบุรุษที่ทำให้นางหวั่นไหวมากกว่า
เมื่อพวกเขาออกไป จวนหลันก็ตระเตรียมงานในทันที
มู่เหยาไปยังเรือนของหลันอิ๋ง ก็เห็นอีกฝ่ายหยิบชุดเจ้าสาวที่ปักเสร็จแล้วออกจากหีบ
“พี่หญิง ข้าทำให้พี่ต้องลำบากใจเสียแล้ว”
หลันอิ๋งชะงักเล็กน้อย ยื่นชุดเจ้าสาวให้สาวใช้ แล้วยิ้มพลางดึงน้องสาวนั่งลง
“อาหน่วนพูดเช่นนี้ได้อย่างไร เจ้าควรแสดงความยินดีกับพี่ที่ได้แต่งกับคนที่พี่ชอบต่างหาก แม้จะรีบเร่งไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าให้เรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นทีหลัง”
“อีกอย่าง จวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วเป็นที่พึ่งที่ดี ฮูหยินใหญ่เจียงก็เป็นคนดี แม่ทัพเฒ่าเจียงก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เจียงมั่วเหยียนแม้ตอนนี้จะมีแค่ความรู้สึกผิดต่อพี่ แต่ใครจะรู้ วันหน้าอาจมีวันฟ้าเปิดได้เห็นจันทรา”
เห็นรอยยิ้มเต็มไปด้วยความหวังบนใบหน้าอีกฝ่าย มู่เหยาก็คลายคิ้วที่ขมวดแน่นลง
นางพยักหน้าแล้วยิ้ม “พี่หญิงเป็นคนดีเช่นนี้ วันหนึ่งแม่ทัพเจียงต้องตกหลุมรักพี่แน่นอน ถ้าเขาไม่รัก นั่นเป็นการสูญเสียของเขา!”
ทั้งสองสบตาแล้วยิ้มให้กัน ลบล้างอารมณ์หม่นหมองเมื่อครู่จนหมดสิ้น
จวนหลันเริ่มตระเตรียมพิธีอย่างแข็งขัน ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วในเวลาอันสั้น
เมื่อแม่ทัพเฒ่าเจียงออกจากวัง ก็หอบของพระราชทานติดมือมาไม่น้อย แล้วให้คนแพร่ข่าวออกไปโดยเฉพาะ
ทำให้คนนอกเข้าใจว่า ตระกูลเจียงนั้นมีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลหลันมานานแล้ว ที่ไม่เอ่ยถึงก่อนหน้า ก็เพราะรอให้ตระกูลหลันเข้าเมืองหลวงเท่านั้นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...