เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 201

ข่าวนี้แพร่ออกไป ทำให้หลายตระกูลพากันเสียดายอยู่ไม่น้อย

ต่างเห็นว่านายหญิงแม่ทัพเจิ้นกั๋วในอนาคตกลับเป็นบุตรีพ่อค้า ช่างไม่คู่ควรเอาเสียเลย

แต่ความคิดเช่นนี้ก็ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ หาได้กล้ากล่าวออกมาต่อหน้าผู้คนไม่

เพราะกลัวจะล่วงเกินผู้มีอำนาจ!

จนยามโพล้เพล้ มู่เหยาได้รับจดหมายจากฮูหยินใหญ่เจียง ก็รีบขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วทันที

“น้องเจาเอ๋อร์เป็นอะไรถึงได้โวยวายขึ้นมาเช่นนี้?”

ในจดหมายกล่าวว่า เจียงเจาร่ำไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย ขู่ว่าจะบวชเป็นแม่ชี นอกจากทำลายของในสวนหลังจวนแล้ว ยังทำร้ายจนตัวเองบาดเจ็บอีกด้วย

หลันอิ๋งไม่สะดวกมาด้วยตนเอง ส่วนมู่เหยาซึ่งเป็นอาจารย์หญิงของเจียงเจาอย่างเปิดเผย ย่อมมาได้โดยไร้ข้อครหา

หมิงจูพาคนไปยังสวนด้านหลังขณะพูดตอบ

“หลังจากวังหลวงรู้ว่า แม่ทัพเจียงจะแต่งงานในวันพรุ่งนี้ ฮองเฮาก็ส่งเทียบเชิญมาหลายครั้ง แต่ฮูหยินปฏิเสธทุกครั้งว่าอยู่ระหว่างเตรียมงานแต่ง นางรู้เจตนาฮองเฮาดี เลยไม่อยากให้คุณหนูเข้าไปในรังเสือเช่นนั้น”

“จึงตัดสินใจเลือกบัณฑิตที่ได้ตำแหน่งถันฮวาในการสอบครั้งก่อนให้มาแต่งเข้าตระกูล นี่แหละที่ทำให้คุณหนูโวยวายขึ้นมา”

มู่เหยาได้ฟังก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมเจียงเจาถึงโวยวายเช่นนั้น

บัณฑิตถันฮวานั้นเป็นคนดี เพียงแต่กำพร้าทั้งบิดามารดา ไม่มีที่ดินหรือทรัพย์สินใด ๆ

ฮูหยินใหญ่เจียงต้องการให้เขาแต่งเข้า เพื่อให้บุตรีไม่ต้องลำบากในอนาคต

แต่จิตใจของเจียงเจา กลับถูกมองข้ามไปเสียแล้ว

“เจียงเจา! เจ้าจะอาละวาดไปถึงไหน! เจ้าไม่รู้หรือว่าตอนนี้มีคนจับตามองเจ้าอยู่เท่าไร ถันฮวาคนนั้นอย่างน้อยก็รู้พื้นเพชัดเจน หากไม่รีบตัดสินใจ พอพี่เจ้าแต่งงานเสร็จ เจ้าคิดหรือว่าในวังจะไม่ส่งราชโองการให้เจ้าเป็นชายารองของไท่จื่อ!”

ฮูหยินใหญ่เจียงตะโกนอยู่หน้าประตูด้วยความโกรธ แต่ภายในใจล้วนมีแต่ความห่วงหา

แต่ถึงอย่างไรก็จำเป็นต้องทำเช่นนี้

ในห้องไร้เสียงตอบกลับ ฮูหยินใหญ่เจียงได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ ทว่าเมื่อเห็นเงาร่างของมู่เหยาก็เผยความยินดีออกมา

“เด็กน้อน ไปช่วยข้าปลอบนางหน่อยเถิด เฮ้อ ข้านี่จนปัญญาแล้วจริง ๆ”

มู่เหยาพยักหน้า “ท่านน้าอย่าได้กังวล ข้าจะเกลี้ยกล่อมน้องจาวเอ๋อร์ให้ดี”

ดูท่าเจียงเจาจะได้ยินเสียงของมู่เหยา ประตูที่ปิดสนิทจึงเปิดออกเล็กน้อย

มู่เหยาดันประตูเข้าไป เห็นสาวน้อยนั่งกอดเข่าร้องไห้เงียบ ๆ บนเตียง จึงรับผ้าร้อนจากมือสาวใช้ แล้วเช็ดแก้มให้นางด้วยความสงสาร

“เจ้ารู้อยู่แก่ใจ ว่าฮูหยินใหญ่จำใจต้องทำเช่นนี้ เหตุใดเจ้าจึงต้องทำให้เรื่องบานปลายถึงเพียงนี้เล่า?”

แม้นางจะมีนิสัยร่าเริง แต่เจียงเจาก็มิใช่สาวน้อยไร้เดียงสาผู้ไม่รู้อะไรเลย

จึงให้องครักษ์ติดตามอยู่สองฝั่งข้างรถม้าอย่างรวดเร็ว

มู่เหยาก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตอนนี้นางย่อมต้องการการคุ้มครองเป็นพิเศษจริง ๆ

“ขอรบกวนฮูหยินด้วย”

เอ่ยคำเกรงใจสองสามคำก่อนจะขึ้นรถม้าด้วยความช่วยเหลือของหนิงจู

แต่พอรถแล่นมาถึงหอไผ่หอม รถม้าก็หยุดกระทันหัน จนมู่เหยาที่นั่งอยู่เกือบเสียหลักกระเด็นออกไป

ดีที่หนิงจูไหวตัวไว คว้าร่างนางไว้ได้ทัน

จึงรอดพ้นจากความอับอายไปได้

“เกิดอะไรขึ้น!” หนิงจูขมวดคิ้วถามเสียงเข้ม พลางตรวจดูว่ามู่เหยาได้รับบาดเจ็บหรือไม่

เสียงคนขับรถม้าเอ่ยมาอย่างจนใจ “จวิ้นจู่ มีคนวิ่งออกมาอย่างกะทันหันมาขวางรถม้าขอรับ”

มู่เหยาหรี่ตาลง ยังไม่ทันเอ่ยถาม ก็มีเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น

“น้องมู่ ข้าเตรียมชาเลิศรสไว้ที่หอไผ่หอม ลงมาลิ้มลองเสียก่อนแล้วค่อยไปต่อเถิด”

“อ้อ…อีกอย่าง พี่รองแห่งตระกูลหลันก็อยู่ด้วยนะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง