ข่าวนี้แพร่ออกไป ทำให้หลายตระกูลพากันเสียดายอยู่ไม่น้อย
ต่างเห็นว่านายหญิงแม่ทัพเจิ้นกั๋วในอนาคตกลับเป็นบุตรีพ่อค้า ช่างไม่คู่ควรเอาเสียเลย
แต่ความคิดเช่นนี้ก็ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ หาได้กล้ากล่าวออกมาต่อหน้าผู้คนไม่
เพราะกลัวจะล่วงเกินผู้มีอำนาจ!
จนยามโพล้เพล้ มู่เหยาได้รับจดหมายจากฮูหยินใหญ่เจียง ก็รีบขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วทันที
“น้องเจาเอ๋อร์เป็นอะไรถึงได้โวยวายขึ้นมาเช่นนี้?”
ในจดหมายกล่าวว่า เจียงเจาร่ำไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย ขู่ว่าจะบวชเป็นแม่ชี นอกจากทำลายของในสวนหลังจวนแล้ว ยังทำร้ายจนตัวเองบาดเจ็บอีกด้วย
หลันอิ๋งไม่สะดวกมาด้วยตนเอง ส่วนมู่เหยาซึ่งเป็นอาจารย์หญิงของเจียงเจาอย่างเปิดเผย ย่อมมาได้โดยไร้ข้อครหา
หมิงจูพาคนไปยังสวนด้านหลังขณะพูดตอบ
“หลังจากวังหลวงรู้ว่า แม่ทัพเจียงจะแต่งงานในวันพรุ่งนี้ ฮองเฮาก็ส่งเทียบเชิญมาหลายครั้ง แต่ฮูหยินปฏิเสธทุกครั้งว่าอยู่ระหว่างเตรียมงานแต่ง นางรู้เจตนาฮองเฮาดี เลยไม่อยากให้คุณหนูเข้าไปในรังเสือเช่นนั้น”
“จึงตัดสินใจเลือกบัณฑิตที่ได้ตำแหน่งถันฮวาในการสอบครั้งก่อนให้มาแต่งเข้าตระกูล นี่แหละที่ทำให้คุณหนูโวยวายขึ้นมา”
มู่เหยาได้ฟังก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมเจียงเจาถึงโวยวายเช่นนั้น
บัณฑิตถันฮวานั้นเป็นคนดี เพียงแต่กำพร้าทั้งบิดามารดา ไม่มีที่ดินหรือทรัพย์สินใด ๆ
ฮูหยินใหญ่เจียงต้องการให้เขาแต่งเข้า เพื่อให้บุตรีไม่ต้องลำบากในอนาคต
แต่จิตใจของเจียงเจา กลับถูกมองข้ามไปเสียแล้ว
“เจียงเจา! เจ้าจะอาละวาดไปถึงไหน! เจ้าไม่รู้หรือว่าตอนนี้มีคนจับตามองเจ้าอยู่เท่าไร ถันฮวาคนนั้นอย่างน้อยก็รู้พื้นเพชัดเจน หากไม่รีบตัดสินใจ พอพี่เจ้าแต่งงานเสร็จ เจ้าคิดหรือว่าในวังจะไม่ส่งราชโองการให้เจ้าเป็นชายารองของไท่จื่อ!”
ฮูหยินใหญ่เจียงตะโกนอยู่หน้าประตูด้วยความโกรธ แต่ภายในใจล้วนมีแต่ความห่วงหา
แต่ถึงอย่างไรก็จำเป็นต้องทำเช่นนี้
ในห้องไร้เสียงตอบกลับ ฮูหยินใหญ่เจียงได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ ทว่าเมื่อเห็นเงาร่างของมู่เหยาก็เผยความยินดีออกมา
“เด็กน้อน ไปช่วยข้าปลอบนางหน่อยเถิด เฮ้อ ข้านี่จนปัญญาแล้วจริง ๆ”
มู่เหยาพยักหน้า “ท่านน้าอย่าได้กังวล ข้าจะเกลี้ยกล่อมน้องจาวเอ๋อร์ให้ดี”
ดูท่าเจียงเจาจะได้ยินเสียงของมู่เหยา ประตูที่ปิดสนิทจึงเปิดออกเล็กน้อย
มู่เหยาดันประตูเข้าไป เห็นสาวน้อยนั่งกอดเข่าร้องไห้เงียบ ๆ บนเตียง จึงรับผ้าร้อนจากมือสาวใช้ แล้วเช็ดแก้มให้นางด้วยความสงสาร
“เจ้ารู้อยู่แก่ใจ ว่าฮูหยินใหญ่จำใจต้องทำเช่นนี้ เหตุใดเจ้าจึงต้องทำให้เรื่องบานปลายถึงเพียงนี้เล่า?”
แม้นางจะมีนิสัยร่าเริง แต่เจียงเจาก็มิใช่สาวน้อยไร้เดียงสาผู้ไม่รู้อะไรเลย
จึงให้องครักษ์ติดตามอยู่สองฝั่งข้างรถม้าอย่างรวดเร็ว
มู่เหยาก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตอนนี้นางย่อมต้องการการคุ้มครองเป็นพิเศษจริง ๆ
“ขอรบกวนฮูหยินด้วย”
เอ่ยคำเกรงใจสองสามคำก่อนจะขึ้นรถม้าด้วยความช่วยเหลือของหนิงจู
แต่พอรถแล่นมาถึงหอไผ่หอม รถม้าก็หยุดกระทันหัน จนมู่เหยาที่นั่งอยู่เกือบเสียหลักกระเด็นออกไป
ดีที่หนิงจูไหวตัวไว คว้าร่างนางไว้ได้ทัน
จึงรอดพ้นจากความอับอายไปได้
“เกิดอะไรขึ้น!” หนิงจูขมวดคิ้วถามเสียงเข้ม พลางตรวจดูว่ามู่เหยาได้รับบาดเจ็บหรือไม่
เสียงคนขับรถม้าเอ่ยมาอย่างจนใจ “จวิ้นจู่ มีคนวิ่งออกมาอย่างกะทันหันมาขวางรถม้าขอรับ”
มู่เหยาหรี่ตาลง ยังไม่ทันเอ่ยถาม ก็มีเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น
“น้องมู่ ข้าเตรียมชาเลิศรสไว้ที่หอไผ่หอม ลงมาลิ้มลองเสียก่อนแล้วค่อยไปต่อเถิด”
“อ้อ…อีกอย่าง พี่รองแห่งตระกูลหลันก็อยู่ด้วยนะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...