เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 204

“พี่หญิง ข้าได้ยินมาว่าพี่ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน จึงเอาขนมหวานกับผลไม้มาให้ พี่กินรองท้องหน่อยนะเจ้าคะ”

หลันอิ๋งเหลือบมองแม่สื่อ จากนั้นก็รีบกินคำหนึ่ง

พี่น้องคนอื่นๆ ที่เหลือเมื่อเห็นเช่นนี้ ก็รีบขยับเข้ามาบังสายตาแม่สื่อไว้อย่างรู้หน้าที่

รอเมื่อแม่สื่อสังเกตเห็น หลันอิ๋งก็กลั้วปากด้วยน้ำเรียบร้อยแล้ว

“ได้เวลาแล้ว รีบเปลี่ยนชุดให้เจ้าสาว ฮูหยินใหญ่หลันอยู่ที่ไหน รีบมาหวีผมให้เจ้าสาวเถิด”

แม่สื่อจัดแจงสั่งการอย่างรอบคอบ

ซูโหรวดวงตาแดงก่ำเดินเข้ามาจากด้านนอก นางรับหวีที่แม่สื่อยื่นให้

“ฮูหยินใหญ่ จะร้องไห้ไม่ได้นะเจ้าคะ วันแต่งงานหากร้องไห้จะถือว่าไม่เป็นมงคล พวกเราต้องให้เจ้าสาวออกเรือนอย่างเป็นสิริมงคล วันหน้าจึงจะราบรื่นเจ้าค่ะ”

ซูโหรวพยักหน้า นางก้มหน้าไม่ไปมองภาพสะท้อนของลูกสาวในกระจก

มือที่ถือหวีนั้นอดไม่ได้ที่จะสั่นเทา

“หวีแรกหวีให้ถึงปลายผม…”

เมื่อหวีครั้งสุดท้ายเสร็จ ผ้าคลุมหน้าแดงก็ถูกคลุมลงมาอย่างช้าๆ ปิดดวงตาที่แดงเรื่อของหลันอิ๋ง

ซูโหรวกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น อดกลั้นไม่ให้หยาดน้ำตาไหลลง

แม่สื่อดำเนินงานตามขั้นตอน ส่งหลันอิ๋งไปที่หน้าประตู

หลังจากที่พี่ชายทั้งสองคนผลัดกันแบกนางขึ้นรถม้า มู่เหยาเองก็ขึ้นรถม้าตามพี่หญิงคนอื่นๆ

เสียงแตรบรรเลงขึ้น เจียงมั่วเหยียนก็ขึ้นหลังม้า ขบวนแห่เจ้าสาวเคลื่อนไปยังจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วอย่างอลัง

ตามที่ฮูหยินใหญ่เจียงกล่าวไว้ แม้เวลาจะเร่งรีบมาก แต่รายละเอียดงานเลี้ยงงานแต่งนั้นล้วนบ่งบอกถึงความจริงใจ

เพียงแต่จวนที่อยู่ข้างๆ นั้นยังจัดเก็บไม่เรียบร้อย วันนี้จึงต้องพักอยู่ที่จวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วก่อนชั่วคราว

ยามเย็น แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงต่างก็กลับกันหมด

เจียงมั่วเหยียนนวดขมับที่ปวดเมื่อย เขามาที่ห้องหอภายใต้การพยุงของบ่าวรับใช้

“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว”

บ่าวสาวสบตากันแล้วยิ้มรับรางวัล จากนั้นก็ปิดประตูจากไป

บนเตียงมงคล หลันอิ๋งนั่งตัวตรง มือที่จับผ้าเช็ดหน้านั้นกำไว้แน่น เห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นอย่างมาก!

เจียงมั่วเหยียนกระแอมเบาๆ แม่ทัพหนุ่มที่เคยผ่านสมรภูมิเลือดมากมายบนสนามรบ ตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น

เขาหยิบไม้ที่ใช้เปิดผ้าคลุมหน้าบนโต๊ะ จากนั้นค่อยๆ เดินเข้าไปที่เตียงมงคล แล้วค่อยๆ เปิดผ้าคลุมขึ้น

หลันอิ๋งเดิมทีก็งามอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้อยู่ในชุดเจ้าสาว สวมมงกุฎทอง ยิ่งงามจนยากที่จะละสายตา

แววตาเขินอายยามสบตา ทำเอาเจียงมั่วเหยียนรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที

“ต้องดื่มเหล้าแก้วร่วมใจนะเจ้าคะ”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เจียงมั่วเหยียนที่เหม่อลอยถึงได้สติ

“ท่านพ่อท่านแม่ วันนี้พี่หญิงได้ออกเรือนแล้ว ขอให้ท่านทั้งสองในปรภพ คุ้มครองให้พี่หญิงมีชีวิตสมหวัง ไร้โรคภัยตลอดกาลด้วยนะเจ้าคะ”

หลังจากที่ก้มกราบ มู่เหยาพนมมืออีกครั้งแล้วพูดเบาๆ ว่า “อาหน่วนเห็นจดหมายที่ท่านพ่อทิ้งไว้แล้ว อีกไม่นานจิ้นอ๋องจะเข้าเมืองหลวงแล้ว อาหน่วนหาโอกาสหยั่งเชิงเจ้าค่ะ”

“เชื่อว่าอีกไม่นาน ความจริงในวันวานจะเผยออกเจ้าค่ะ”

“ขอให้ท่านพ่อท่านแม่คุ้มครองให้อาหน่วนทำภารกิจนี้สำเร็จด้วยเถิด”

มู่เหยาก้มกราบสามครั้งอย่างหนักแน่น ก่อนจะลุกขึ้นภายใต้การพยุงของหนิงจู๋

ก่อนที่จะก้าวพ้นประตู นางหันกลับไปมองเปลวเทียนที่สั่นไหวในศาลบรรพชนอีกครั้ง จากนั้นจึงค่อยๆ เดินกลับเรือนไป

“จวิ้นจู่ ตรวจสอบได้แล้วเจ้าค่ะ”

ชิงอิ่งรีบเดินเข้ามา จากนั้นส่งจดหมายให้มู่เหยา

จากนั้นหยิบอีกฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ “นี่คือจดหมายจากท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

มู่เหยาพยักหน้าแล้วรับไว้ทั้งสองฉบับ

“วันนี้เป็นวันมงคล อย่าลืมไปที่รับเบี้ยรางวัลที่ห้องบัญชีนะ แล้วรีบพักผ่อนเถอะ”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อชิงอิ่งจากไป มู่เหยาจึงให้หนิงจู๋จุดเทียน

ดูข่าวสารจากร้านทางเจียงหนานอย่างคร่าวๆ แล้วนางก็คิ้วขมวด “หนิงจู๋ เจ้าเอาจดหมายนี่ไปให้ท่านป้า ให้ท่านไปหาท่านตาและท่านลุงรอง”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง