“บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” หนิงจู๋รับจดหมายมาแล้วถือโคมไฟเดินจากไป
มู่เหยาไม่ได้เปิดจดหมายที่เยี่ยนสวินส่งมาทันที แต่นางกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องของร้านทางเจียงหนาน
เรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้านเจียงหนานจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก
เป็นสินค้าหนึ่งล็อตที่ถูกสกัดไว้จนถึงบัดนี้ยังไม่ปล่อยออกมา
หากป้าสะใภ้ใหญ่ลงนามในโฉนดร้านค้าแล้ว ถ้าสินค้าในคราวนี้มีปัญหา ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบเป็นลำดับแรกก็คือเจ้าของคนก่อน
หวังทงมู่ก็อาจฉวยโอกาสนี้มารีดไถ อ้างว่าเขาจะเสียผลประโยชน์ทางการค้าในภายหน้า
เกรงว่าคงต้องจ่ายค่าเสียหายไม่ต่ำกว่าหมื่นตำลึงเงินเป็นแน่ แถมอาจกระทบถึงชื่อเสียงของตระกูลหลันที่สั่งสมมาเป็นหลายปี
แต่สิ่งที่ทำให้มู่เหยารู้สึกว่าแปลกประหลาดคือ
สินค้าคราวนี้เดิมทีสามารถจัดส่งได้ตามปกติ แต่เมื่อหวังทงมู่เข้ามาถือครองโฉนดร้านค้าแล้ว กลับถูกถ่วงไว้ไม่ส่งออกเสียที
หากนางคาดไม่ผิด คงเป็นฝีมือของหวังทงมู่ที่จงใจถ่วงไว้
หลังจากไตร่ตรองอยู่ในใจครู่หนึ่ง มู่เหยาจึงเปิดจดหมายของเยี่ยนสวิน
เพียงเห็นข้อความตอนต้น ใบหน้าก็แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
ในจดหมายมีแต่ถามไถ่ความเป็นอยู่ของนางที่เมืองหลวง พร้อมบอกว่าจิ้นอ๋องจะเดินทางถึงเมืองหลวงในวันมะรืน
มู่เหยาอ่านจบก็เก็บจดหมายไว้ด้วยความทะนุถนอม
เมื่อเขียนจดหมายตอบกลับเสร็จ หนิงจู๋เองก็กลับมาจากจวนหลันพอดี
“พรุ่งนี้เอาจดหมายนี้ให้ชิงอิ่ง แล้วนางส่งออกไปทีนะ”
หนิงจู๋ยิ้มแล้วรับไว้ เมื่อนึกถึงภาพงานแต่งของหลันอิ๋งในวันนี้ นางก็มองมู่เหยาแล้วหัวเราะออกมา
“แม่ตัวดี หัวเราะอะไรของเจ้า”
มู่เหยาอดหัวเราะตามไม่ได้
“บ่าวกำลังคิดว่า หากวันใดที่จวิ้นจู่แต่งงานกับฉู่อ๋อง คงจะงดงามอลังการยิ่งกว่าวันนี้เป็นแน่หรือไม่เจ้าคะ”
คำพูดนี้ก็ทำให้มู่เหยาอดไม่ได้ที่จะเคลิ้มตามไปด้วย นางพยักหน้าเบาๆ
“งานอภิเษกของท่านอ๋องย่อมต้องยิ่งใหญ่อยู่แล้ว แต่ก็คงไม่เกินความพอดี มิฉะนั้นจะถูกหาว่าละเมิดพระเกียรติ”
“เหลืออีกเพียงสองเดือนครึ่งเท่านั้น ถึงเวลาเจ้าก็จะได้เห็นเอง”
นางยิ้มแล้วหยิกแก้มของนางเบาๆ จากนั้นจึงล้างกายผลัดผ้าแล้วนอนหลับ
ด้วยเหตุอีกสามวันข้างหน้าต้องกลับเยือนเรือนเดิม ม่านแดงที่ประดับที่จวนหลันจึงยังไม่ได้ถอดออก
เมื่อหลันอิ่งไม่อยู่ ที่บ้านดูเงียบเหงาลงไปถนัดตา
เมื่อนึกถึงวันนี้จะมีงานเลี้ยง ทุกคนก็กลับฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
“วันนี้พี่หญิงจะมาพร้อมฮูหยินใหญ่เจียงไหมเจ้าคะ” หลันเซิงเซิงเคี้ยวขนมข้าวเหนียวพลางเอียงคอถาม
“แต่งงานใหม่ๆ จะต้องรอครบสามวันจึงจะกลับเยือนเรือนเดิมได้ งานเลี้ยงวันนี้พี่หญิงกับพี่เขยไม่มานะ”
มู่เหยาโค้งคำนับทักทายผู้ที่มา แม้ไม่ได้สบตากัน แต่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา!
ราวกับอยากจะชำแหละนางเป็นพันชิ้นหมื่นชิ้น!
“ที่แท้ก็เป็นใต้เท้าหวัง เชิญด้านในขอรับ”
นายท่านหลันยิ้มต้อนรับอย่างสุภาพ แต่ในน้ำเสียงก็แฝงด้วยความห่างเหินอยู่บ้าง!
“ฮ่าๆ วันนี้ข้ามามอบของขวัญแล้ว ก็หวังอยากจะพบหมอเทวดาเลี่ยวหน่อย”
หวังฉี่ให้ข้ารับใช้ส่งมอบของขวัญ ประโยคถัดมานั้นกัดฟันแน่นแล้วพูด ราวกับอยากจะกลืนกินมู่เหยาเต็มที!
มู่เหยาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
“ไม่ทราบว่าใต้เท้าหวังมีธุระอันใดถึงมาหาหมอเทวดาเลี่ยวเจ้าคะ”
ใต้เท้าหวังจ้องมองคนที่แกล้งโง่ตรงหน้า รู้สึกแค้นใจยิ่งนัก!
“วันนี้ที่จวนข้ามีคนร้ายบุกรุก ลูกสาวข้าตกใจจนมีไข้สูงไม่หาย แถมพูดเพ้อเจ้อไม่หยุด ได้ยินมู่จวิ้นจู่เชิญหมอเทวดาเลี่ยวมาเป็นแขกที่นี่ วันนี้จึงอยากขอพบเจอหมอเทวดาเลี่ยว หวังว่าจวิ้นจู่จะเกื้อหนุน”
“เหตุใดถึงได้มีคนร้ายบุกรุก หรือว่าใต้เท้าหวังไปทำอะไรผิดจนมีผู้คนขุ่นเคืองเจ้าคะ”
เมื่อมู่เหยาพูดแบบนี้ หวังฉี่ถึงกับกำมือแน่น
ส่วนหวังทงมู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หรี่ตาจ้องหญิงตรงหน้า เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยือกเย็นออกมา
“ข้าเป็นพ่อค้าตระกูลหวังซึ่งเป็นเจ้าของร้านในเจียงหนานที่เพิ่งซื้อโฉนดของพวกเจ้ามา วันนี้ตั้งใจมาทำสัญญา ท่าทีของจวิ้นจู่นั้น เหมือนจะดูถูกดูแคลนพวกเราสองพี่น้องที่เป็นประชาชนธรรมดาทั่วไปเลยนะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...