แต่คิดไปก็นับว่าควรอยู่
อย่างไรเสียนางก็เป็นบุตรีคนเดียวของตระกูลหวัง
จะลำเอียงเอ็นดูบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด
“ทองก้อนโตหรือ?”
ท่าทางของหมอเทวดาเลี่ยวดูลังเล คล้ายจะถูกเกลี้ยกล่อมสมเร็จแล้ว
เห็นเช่นนั้น หวังฉี่ก็คิดจะเพิ่มข้อเสนอ แต่ไม่ทันได้เอ่ยคำ ก็เห็นอีกฝ่ายโบกมือปฏิเสธ
“ต่อให้เป็นหมื่นตำลึง ข้าก็ไม่ไป ท่านหวังอย่าได้เข้าใจผิดว่ามีใครมากระซิบข้า ข้าแค่ไม่เต็มใจเหยียบย่างเข้าไปในตระกูลหวังเอง”
“เอาเถิด หลายวันมานี้ก็รบกวนมากแล้ว วันนี้ข้าขอลา”
หมอเทวดาเลี่ยวว่าจบก็ไม่รอให้หวังฉี่เอ่ย ประนมมือคารวะแล้วฮัมเพลงเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
หวังฉี่โกรธจนหน้าเขียว
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรที่เสี่ยงต่อการล่วงเกินผู้ใด
ทำได้เพียงจ้องมู่เหยาอย่างดุดัน ก่อนจะฮึดฮัดสะบัดแขนเสื้อจากไป!
หลันชิวเหิงกลับเป็นคนที่ไม่กลัวเรื่องจะบานปลาย ตะโกนไล่หลังร่างของหวังฉี่ที่กำลังจะจากไป
“ท่านหวัง ไม่อยู่กินข้าวสักมื้อหรือ?”
หวังฉี่ที่กำลังจะขึ้นรถม้าสะดุดเซ เกือบกลิ้งตกลงมา!
เห็นดังนั้น หลันชิวเหิงก็อดขำเสียงดังไม่ได้
นายท่านหลันไอเบา ๆ ทีหนึ่ง ก็ทำให้หลันชิวเหิงกลืนเสียงหัวเราะลงทันที
เขาชำเลืองมองนายท่านหลันอย่างระวัง แล้วรีบทำท่าทางสุขุม ไอเบา ๆ สองครั้งก่อนเดินกลับไปหาทุกคน
“ท่านลุงรองนี่ช่างเป็นคนอารมณ์ดีจริง ๆ”
“ท่านตาอย่าขู่ท่านลุงรองนักเลย” มู่เหยาว่าพลางขยิบตาให้หลันชิวเหิง
น้ำตาของลุงรองก็ไหลพรากออกมาเพราะความซาบซึ้งใจทันที
“เจ้ามักจะเข้าข้างลุงรองของเจ้าอยู่ร่ำไป!” นายท่านหลันแกล้งทำเป็นโมโห ถลึงตาใส่หลันชิวเหิงที่ทำท่าทางอ้อน ก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้อง
ประตูจวนหลันปิดลง ในเรือนก็ค่อย ๆ เงียบสงบ
มู่เหยาพูดคุยกับหลันเอ้าเซวียนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับออกไป
ทันทีที่เห็นมู่เหยาจากไป หลันเอ้าเซวียนก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันใด พ่นเลือดสีดำออกมา!
ทำให้นายท่านหลันและทุกคนรีบลุกจากที่นั่งแล้วพากันเข้ามาหาเขาด้วยความตกใจ
“ท่านพี่ รีบกินยาที่หมอเทวดาเลี่ยวทิ้งไว้เถิดเจ้าค่ะ”
ซูโหรวรีบคว้ายาจากอกเสื้อ เทยาเม็ดหนึ่งแล้วยื่นให้ถึงริมฝีปากหลันเอ้าเซวียน
เห็นใบหน้าของทั้งสองสงบนิ่ง เขาก็รู้ทันทีว่าทั้งสองได้ตกลงใจกันเรียบร้อยแล้ว
“เป็นความคิดของอาหน่วนแน่หรือ?”
เพื่อความมั่นใจ หลันเอ้าเซวียนยังคงขมวดคิ้วถามออกไป
หาใช่เพราะเขาไม่เชื่อใจคนในห้อง เพียงแต่ไม่อยากให้เกิดรอยร้าวระหว่างเขากับมู่เหยาในวันหน้า
“ใช่ อาหน่วนเห็นว่าการรับบุญธรรมจากคนนอกไม่เหมาะสม ชงเอ๋อร์เติบโตข้างกายท่านพ่อ เป็นเด็กดีมีพื้นฐานมั่นคง ย่อมไม่ทำเรื่องอกตัญญูเป็นแน่”
คำพูดของซูโหรวนี้ ในฐานะบิดาอย่างหลันเอ้าเซวียนย่อมเห็นชอบด้วยโดยไม่ต้องสงสัย
คิดไปคิดมา ในสถานการณ์ของเมืองหลวงตอนนี้ ก็สมควรมีพี่ชายไว้คอยปกป้องลูกของน้องสาวที่จากไปเพียงคนเดียว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็เลือกวันมงคลเถิด ข้าจะเขียนจดหมายไปล่วงหน้า เชิญผู้อาวุโสของสองตระกูลมาช่วยเปลี่ยนชื่อให้ชงเอ๋อร์”
“เจ้าค่ะ” ซูโหรวพยักหน้ารับคำ ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
เมื่อเรื่องนี้ตกลงแน่ชัดแล้ว ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภาระในใจของนางที่ได้ปลดเปลื้องไป
เพียงรอผู้อาวุโสของสองตระกูลมาถึง เกรงว่าจะต้องรอหลังสอบจอหงวน หากชงเอ๋อร์สอบผ่าน ก็คงยิ่งเสริมเกียรติยศให้มากขึ้น
“เอาล่ะ พวกเจ้าไปจัดการธุระของตนก่อน ข้ายังมีเรื่องจะพูดกับเอ้าเซวียนอยู่”
ได้ยินเช่นนั้น ซูโหรวกับหลันชิวเหิงก็รู้กาลเทศะ ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...