ครั้นเมื่อในโถงคงเหลือเพียงหลันเอ้าเซวียนผู้เดียว นายท่านหลันจึงลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ยืนประจันหน้าบุตรชาย
ถัดมาในพริบตา ฝ่ามือใหญ่ก็ฟาดลงบนใบหน้าของบุรุษผู้นั้นอย่างแรง
แก้มของหลันเอ้าเซวียนก็บวมแดงขึ้นมาทันที
“ผั่บ!”
หลันเอ้าเซวียนทรุดกายลงคุกเข่า ก้มหน้าต่ำ จนไม่เหลือเค้าเงาของชายผู้เกรียงไกรในวงการค้าขายอีกต่อไป
เหลือเพียงความสิ้นหวัง ความอ่อนล้า และความเศร้าหมอง
“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้าตีเจ้าเพราะเหตุใด!”
นายท่านหลันยืนอยู่ในเงาแสงจันทร์ ใบหน้าเหมือนกำลังก่อเกิดพายุ คำพูดของเขาเย็นยะเยือกถึงขีดสุด
หลันเอ้าเซวียนขอบตาแดงเรื่อ เสียงพูดทำให้ผู้ฟังเจ็บร้าวถึงหัวใจ “ท่านพ่อ ข้าต้องการชดใช้ แต่ข้าคิดไม่ถึงว่า……”
ยังไม่ทันได้พูดจบ ก็ถูกขัดเสียก่อน!
“เจ้าคิดไม่ถึง? เจ้าคิดไม่ถึงว่าตอนนั้นน้องสาวเจ้าเคยช่วยชีวิตเจ้าครั้งหนึ่ง แล้วตอนนี้อาหน่วนก็ยังช่วยเจ้าอีกครั้ง หากเจ้าคิดจะเอาตัวรอดด้วยการสละชีวิตอีก ถึงข้าจะตาย ข้าก็จะไปตามเอาคำตอบจากเจ้าถึงปรโลก!”
ความคับข้องใจที่นายท่านหลันเก็บงำไว้หลายวัน ในที่สุดก็ได้ระบายออกมา
ตั้งแต่วันนั้นที่เห็นหลันเอ้าเซวียนถูกวางยาพิษจนหน้าเหมือนคนตาย นายท่านหลันก็อึดอัดใจ
“เจ้ารอบคอบถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่รู้ว่ามีคนใกล้ตัวมีปัญหา?”
“คนอื่นอาจไม่รู้ แต่เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าจงใจดื่มยาพิษนั้น?”
สีหน้าของหลันเอ้าเซวียนซีดเซียว ร่างกายทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง
เมื่อเห็นจันทร์เต็มดวงเบื้องนอก ราวกับหวนคิดถึงคืนวันนั้น น้ำตาก็พรั่งพรูโดยไม่อาจห้ามได้
“ข้าเอง ข้าเป็นคนทำร้ายน้องสาว หากไม่ใช่เพราะข้าเขียนแผนที่เหมืองทองออกมา พวกมันก็คงไม่ตามล่า… อาหน่วนก็คงไม่ต้องสูญเสียพ่อแม่และป้าของนาง จวนมู่ก็อาจไม่ถึงคราวสิ้นชายในตระกูล…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของหลันเอ้าเซวียนยิ่งซีดเผือด
เต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดใจ
“เป็นเพราะพวกมันจิตใจชั่วร้าย เกี่ยวอะไรกับเจ้า อีกอย่าง ตอนนั้นก็ชัดเจนว่าเป็นคนในวังที่ต้องการแผนที่เหมืองทอง น้องสาวกับน้องเขยเจ้าก็แค่ถูกใช้เป็นเป้าสังหารเท่านั้น!”
แววตาของนายท่านหลันมืดหม่น ชัดเจนว่ามีบางสิ่งที่เขาสันนิษฐานไว้
เพียงแต่ยังไม่ได้กล่าวออกมาอย่างเปิดเผย
“ตอนนี้อาหน่วนกำลังสืบหาความจริงในอดีต เจ้าจงอย่าได้เอ่ยถึง ให้นางสืบเอง ตระกูลหลันเรายังต้องคอยคุ้มครองนาง จึงห้ามให้ผู้ใดรู้ว่าเราก็กำลังสืบอยู่ เข้าใจหรือไม่?”
“หากไม่เช่นนั้น ก็จะได้กลายเป็นเหมือนตระกูลมู่!”
หลันเอ้าเซวียนสะท้านกาย รีบพยักหน้ารับคำทันที
นายท่านหลันเห็นเขาเช่นนี้ ก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดหนทาง
หนิงจู๋พยักหน้าอย่างจริงจังอีกครั้ง “บ่าวถามย้ำมาแล้วหลายรอบ ข่าวนี้ไม่มีทางผิดแน่เจ้าค่ะ”
มู่เหยาขมวดคิ้ว นางไม่ใช่ไม่เคยนึกถึงความเป็นไปได้นี้
แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเร็วถึงเพียงนี้!
“อาหน่วนน้องรัก……”
หลันเยว่อิงย่อมรู้ดีว่าตระกูลหวังเคยก่อกรรมอะไรไว้
หากหวังรั่วเมิ่งที่หยิ่งยโสโอหัง ได้เป็นถึงพระชายาของไท่จื่อ จะไม่ยิ่งเหิมเกริมไปกว่านี้หรอกหรือ?
โดยเฉพาะต่อตัวพี่ใหญ่ วันหน้าหากพบเจอ เกรงว่าจะโดนกดขี่เหยียดหยาม
“อย่าเพิ่งรีบร้อน วันนี้เป็นวันพี่ใหญ่กลับเรือน เราไปใส่ใจเรื่องตรงหน้าเถิด”
รู้ดีว่านางกังวลสิ่งใด มู่เหยาจึงแตะมือปลอบแล้วเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน
เห็นสีหน้าของนางสงบมั่นคง หลันเยว่อิงก็คลายกังวลไปกว่าครึ่ง
จึงไม่ได้ครุ่นคิดเรื่องพระชายาอีก ดึงมือมู่เหยาออกไปหน้าประตูอย่างร่าเริงเพื่อรับพี่สาวกลับเรือน
แม้ราชรถจากจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วจะไม่หรูหรานัก แต่ก็ถือว่ามอบเกียรติยศแก่หลันอิ๋งอย่างสมควร
แค่ดูข้ารับใช้ทั้งหญิงชายที่ติดตามมาก็เห็นได้ชัดเจนแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...