เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 223

นางหันหน้าไปจ้องมู่จวินเหิงที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างเเรง

คิดดูเถอะ ถ้าไม่ใช่คนผู้นี้ดึงดันที่จะตัดความสัมพันธ์กับตระกูลมู่สายหลัก ตอนนี้พวกเขาคงไม่ตกอับถึงเพียงนี้!

ไม่เเน่ว่า…ตำเเหน่งท่านโหวอาจจะเป็นของพวกเขาเเล้วก็ได้!

“ญาติผู้พี่ จี้หยกที่เอวท่านคงไม่ถูกใช่ไหม”

เสียงชื่นชมของชายหนุ่มดังขึ้นอย่างโดดเด่นในห้องโถงที่เงียบสงบ

หลันชงขมวดคิ้วมองไปที่อีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าคนที่พูดคือมู่เทียนชื่อ ลูกชายคนเล็กของมู่จวินเหิง เขาก็ยกมุมปากขึ้นอย่างสุภาพ

“ไม่ใช่ของมีค่าอะไรหรอก”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ มู่เทียนชื่อก็เเย่งพูดขึ้นมาว่า “ในเมื่อไม่ใช่ของมีค่าอะไร ญาติผู้พี่มิสู้ให้ข้าดีกว่าไหม”

การขอของอย่างโจ่งเเจ้งเช่นนี้ ทำให้คนตระกูลหลันต่างมองด้วยความตกตะลึง

เมื่อเห็นหลันชงยืนตะลึงอยู่กับที่ มู่เทียนชื่อก็ลุกขึ้นอย่างร่าเริงเเละยื่นมือไปหยิบ

หลันชงที่ตั้งตัวได้ทันก็ปัดมือเขาออกไป พร้อมขมวดคิ้วเเละกล่าวว่า “เเม้จะไม่ใช่ของมีค่าอะไร แต่มันก็เป็นหยกติดตัวที่ท่านเเม่เเกะสลักให้ข้าตั้งเเต่เด็ก เกรงว่าจะให้คุณชายน้อยมู่ไม่ได้”

ถูกปัดมือต่อหน้าสาธารณชน มู่เทียนชื่อรู้สึกไม่พอใจในใจ

ทว่าเขาก็ทำได้เพียงจ้องมองหลันชงอย่างเเรง เมื่อหันหลังกลับไปนั่ง ก็ยังจงใจเตะโต๊ะเก้าอี้อีกด้วย

ไร้ซึ่งมารยาทโดยสิ้นเชิง

“เชอะ ไม่ให้ก็ไม่พูดตั้งเเต่เเรกล่ะ ต้องให้ข้าถาม”

คำพูดนี้ทำให้หลันชงสูดหายใจเข้าลึกๆ

สีหน้าของคนตระกูลหลันทุกคนล้วนเเสดงออกถึงความพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

ส่วนพี่สาวของมู่เทียนชื่อ มู่หยางนั้นดูสงบกว่า เเต่ความคิดที่จะคำนวณผลประโยชน์ก็ปรากฏให้เห็นในเเววตาอย่างไม่ปิดบังเเม้เเต่น้อย

“จวิ้นจู่มาถึงเเล้ว”

เหตุการณ์เมื่อครู่ถูกมู่เหยาเห็นเข้าเต็มตา ทำให้ในใจรู้สึกเย็นชาต่อครอบครัวนี้มากขึ้นไปอีก

“จวิ้นจู่มาเเล้ว โอ้โห ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี…”

ทันทีที่เห็นมู่เหยาผู้สง่างามเดินเข้ามาจากประตู ทังหลานก็รีบร้อนปรี่เข้าไปต้อนรับ

เเต่มู่เหยาไม่ได้มองนาง เเละหลบมือที่อีกฝ่ายจะมาสัมผัส เเล้วตรงไปนั่งยังที่ประธาน

คนในตระกูลหลันหลายคนเข้าใจความหมายของมู่เหยาทันที หลายคนลุกขึ้นคำนับคนที่นั่งอยู่ที่ประธาน

“ขอให้จวิ้นจู่สุขภาพแข็งแรง”

มู่เหยาพยักหน้า จากนั้นมองไปที่มู่จวินเหิงเเละคนอื่นๆที่ยังคงอึ้งมองฉากนี้อยู่

“อะไรกัน…ผู้ใหญ่ในครอบครัวตัวเองยังต้องโค้งคำนับอีกเหรอ”

มู่จวินเหิงเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ มองดูคนในตระกูลหลันนั่งลง ในใจรู้สึกไม่พอใจหลานสาวคนนี้มากขึ้นไปอีก

มู่หยางสบถด่าในใจ เเล้วรีบปรี่เข้าไปปิดปากน้องชายที่ได้รับความรักมากในบ้านคนนี้

“จวิ้นจู่ น้องชายของข้าควบคุมตัวเองไม่ได้ ขอท่านอย่าได้ถือสากับคำพูด”

ทังหลานมองมู่เทียนชื่อที่ถูกกดตัวไว้ ด้วยความสงสารจึงถลันเข้าไปทุบตีสาวใช้ทั้งสองคนที่กดตัวลูกชายไว้

“ปล่อยเดี๋ยวนี้! ปล่อย!”

มู่เหยาจิบน้ำชาอย่างใจเย็น จากนั้นก็ยกมุมปากขึ้นพลางมองไปที่มู่จวินเหิง “ลุงรองก็คิดเช่นนี้หรือ”

จู่ๆก็ถูกเอ่ยถึง ความเเค้นในเเววตาของมู่จวินเหิงยังไม่ทันได้เก็บซ่อน ก็ปะทะเข้ากับดวงตาที่เย็นชาราวกับบึงน้ำเเข็งของสาวน้อย

ในใจพลันรู้สึกวูบไหว

“ย่อมไม่ใช่เเน่นอน เป็นญาติผู้น้องคนนี้ที่พูดจาเหลวไหล”

มู่จวินเหิงหัวเราะเเหะๆ เเละรู้สึกตำหนิมู่เทียนชื่อที่พูดจาไม่คิดเช่นกัน

ช่างเป็นคนที่ถูกตามใจจนเสียผู้เสียคนมาตั้งเเต่เด็กจริงๆ!

“อย่างนั้นหรือ ข้านึกว่าลุงรองมาครั้งนี้เพื่อเเย่งชิงทรัพย์สมบัติของจวนจงซู่โหวเสียอีก…”

มู่เหยายิ้มๆ เเล้วโบกมือให้ชิงอิ่งชิ่งอู้

ทั้งสองคนลากมู่เทียนชื่อถอยหลังไปเล็กน้อย จึงปล่อยตัวเขาเเละมายืนอยู่ข้างกายมู่เหยา

“จวิ้นจู่ได้รับการเเต่งตั้งจากฝ่าบาทด้วยพระองค์เอง พวกเจ้าที่เป็นญาติฝ่ายนอก เมื่อพบจวิ้นจู่ก็ต้องทำความเคารพ เเละห้ามเข้ามารบกวนเด็ดขาด มิฉะนั้นไม่ใช่เเค่การคุกเข่าในวันนี้ เเต่จะต้องถูกส่งไปโบยที่ลานสี่สิบไม้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง