เเม้ชิงอู้จะดูตัวเล็กบอบบาง
เเต่เมื่อพูดออกมาเเล้ว ความน่าเกรงขามกลับทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว
ทังหลานรีบวิ่งเข้าไปดูอาการลูกชายของตน เมื่อเห็นข้อมือของเขาเเดงก่ำจากการถูกจับ ก็รู้สึกปวดใจเเทบจะหลั่งน้ำตา!
นางหันไปมองมู่เหยา เเละพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “จวิ้นจู่อารมณ์ร้ายเกินไปเเล้ว! ปฏิบัติต่อคนในครอบครัวเช่นนี้หรือ หรือว่าไม่ต้อนรับพวกเรา!”
มู่เหยาประสานสายตากับทังหลาน เห็นอีกฝ่ายหลบเลี่ยง ก็อดขำในใจไม่ได้
นางค่อยๆวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างไม่เร่งรีบ
“เมื่อหัวหน้าตระกูลเสียชีวิต ตามหลักเเล้วควรเป็นญาติสนิทของหัวหน้าตระกูลที่จะสืบทอดตำเเหน่งในจวนจงซู่โหว เเล้วเหตุไฉนจึงเป็นคนนอกสายเลือดที่ไม่มีชื่ออยู่ในลำดับเครือญาติของบิดาข้ามาเล่า”
ภายในกับภายนอกนั้นเเตกต่างกัน
นับตั้งเเต่ที่มู่จวินเหิงยืนกรานที่จะเเยกสาขา ชื่อของเขาย่อมไม่มีอยู่ในลำดับเครือญาติโดยธรรมชาติ
การที่เรียกเขาว่าลุงรอง ก็ถือว่าให้เกียรติเเล้ว
เเต่คำเรียกนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้พวกเขาได้ใจ!
พอคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของคนในตระกูลมู่หลายคนก็เเสดงออกถึงความรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ
โดยเฉพาะมู่จวินเหิงที่เม้มปาก ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ในใจกลับยิ่งตำหนิทังหลานมากขึ้น ที่ดูเเลลูกชายที่ผลีผลามคนนี้ได้ไม่ดี
“พวกเราไม่ได้มาหาพี่สาวตั้งหลายปีเเล้ว ก็เลยถือโอกาสนี้มา พ่อของข้ายังเอาตราประทับของหัวหน้าตระกูลมาด้วย รอเเค่มาจัดการทำเรื่องให้พี่หญิงนี่เเหล่ะ”
มู่หยางเป็นคนรู้จักสถานการณ์ ดังนั้นจึงลดเสียงลงทันที
ทังหลานสามคนก็ยิ้มแหยๆพยักหน้า
“ใช่เเล้วหลานสาว ถึงเเม้พวกเราจะเเยกออกไปเเล้ว เเต่จะว่าไปเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือ”
“พวกเรามาครั้งนี้ไม่ทันได้สังเกตุ ครั้งหน้าจะมีธรรมเนียมระเบียบเเน่นอน…”
ทังหลานเปลี่ยนสีหน้าทันที ท่าทางประจบสอพลอ ไม่เหมือนกับความคับข้องใจเมื่อครู่
ท่าทางแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังคงมีเรื่องขอร้องที่รอให้มู่เหยาช่วยอยู่
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้วันนี้จัดลำดับเครือญาติให้เสร็จสิ้นเลย ลุงรองเเละครอบครัวก็อยู่ต่อก่อน ตัวข้าเองจะให้คนพาพวกท่านไปเที่ยวเล่นให้สนุกก่อนค่อยกลับไป”
มู่เหยาลองหยั่งเชิงพูดออกไป
ก็เห็นสีหน้าของมู่จวินเหิงลังเล กำลังคิดว่าจะตกลงดีหรือไม่
หลันเอ้าเซวียนมองฉากนี้ เเววตาฉายประกายมืดมิด แล้วเหลือบมองผู้อาวุโสของตระกูลหลัน
ผู้อาวุโสของตระกูลหลันรู้จักสังเกตุการณ์ ไอเบาๆสองครั้งเเล้วมองไปที่มู่จวินเหิง
“ในเมื่อสหายตัวน้อยยินดีดำเนินการเเทน มิสู้จัดการวันนี้เลยดีกว่า ข้าสุขภาพไม่ดีนัก ไม่มีทางที่จะล่าช้าต่อไปได้อีกเเล้ว”
ว่าเเล้ว ก็เเกล้งทำเป็นไอโขลกๆหลายครั้ง
มู่เหยาโบกมือเป็นสัญญาณให้ส่งผู้เฒ่ากลับไป จากนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป
เมื่อเห็นว่านางจะจากไปเเบบนี้ ทังหลานเเละคนอื่นๆที่รอเตรียมการจัดการที่พักอยู่ต่างก็ตกตะลึง จากนั้นนางก็เดินเข้าไปขวางทางมู่เหยาไว้
“จวิ้นจู่หมายความว่ายังไง ประทับตราเเล้วก็ไม่สนใจพวกเราเลยหรือ”
“พวกเราคนแก่อุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงเมืองหลวง เพื่อจัดการธุระให้จวิ้นจู่ จวิ้นจู่จะไม่เเม้เเต่จัดหาห้องสักห้องให้พวกเราพักเลยหรือ”
มู่เหยาเเกล้งทำเป็นประหลาดใจ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อรักษาระยะห่าง
ป้องกันไม่ให้น้ำลายกระเด็นใส่หน้า
“ข้าคิดว่าหลังจากเดินทางเหน็ดเหนื่อย พวกเจ้าคงต้องกลับไปพักที่โรงเตี๊ยมอยู่เเล้ว หรือว่ายังไม่ได้จองโรงเตี๊ยม”
ทันทีที่พูดออกมา ก็ได้ยินมู่เทียนชื่อบ่นออกมาอย่างไม่เต็มใจ
“โรงเตี๊ยมเเพงขนาดนั้น พวกเราจะไปเสียเงินตรงนั้นทำไม!”
มู่จวินเหิงไอเบาๆ เพื่อหยุดมู่เทียนชื่อไม่ให้พูดต่อ
“ดังนั้น พวกเจ้าคิดจะพักที่จวนจงซู่โหวสินะ” น้ำเสียงของมู่เหยาเย็นชาลง หันกลับไปนั่งที่ตำเเหน่งประธานอีกครั้ง
ทังหลานกลอกตา ส่งสายตาให้ลูกสาว
มู่หยางจำใจก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเเละพูดว่า “พี่หญิง พวกเราคิดว่าไหนๆก็เป็นครอบครัวเดียวกัน พักอยู่ด้วยกันจะได้พูดคุยกันมากขึ้น”
“อีกอย่าง จวนจงซู่โหวใหญ่โตขนาดนี้ เเค่เเบ่งเรือนเล็กๆให้พวกเราสักหลัง พวกเราก็อยู่ได้เเล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...