เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 224

เเม้ชิงอู้จะดูตัวเล็กบอบบาง

เเต่เมื่อพูดออกมาเเล้ว ความน่าเกรงขามกลับทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว

ทังหลานรีบวิ่งเข้าไปดูอาการลูกชายของตน เมื่อเห็นข้อมือของเขาเเดงก่ำจากการถูกจับ ก็รู้สึกปวดใจเเทบจะหลั่งน้ำตา!

นางหันไปมองมู่เหยา เเละพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “จวิ้นจู่อารมณ์ร้ายเกินไปเเล้ว! ปฏิบัติต่อคนในครอบครัวเช่นนี้หรือ หรือว่าไม่ต้อนรับพวกเรา!”

มู่เหยาประสานสายตากับทังหลาน เห็นอีกฝ่ายหลบเลี่ยง ก็อดขำในใจไม่ได้

นางค่อยๆวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างไม่เร่งรีบ

“เมื่อหัวหน้าตระกูลเสียชีวิต ตามหลักเเล้วควรเป็นญาติสนิทของหัวหน้าตระกูลที่จะสืบทอดตำเเหน่งในจวนจงซู่โหว เเล้วเหตุไฉนจึงเป็นคนนอกสายเลือดที่ไม่มีชื่ออยู่ในลำดับเครือญาติของบิดาข้ามาเล่า”

ภายในกับภายนอกนั้นเเตกต่างกัน

นับตั้งเเต่ที่มู่จวินเหิงยืนกรานที่จะเเยกสาขา ชื่อของเขาย่อมไม่มีอยู่ในลำดับเครือญาติโดยธรรมชาติ

การที่เรียกเขาว่าลุงรอง ก็ถือว่าให้เกียรติเเล้ว

เเต่คำเรียกนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้พวกเขาได้ใจ!

พอคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของคนในตระกูลมู่หลายคนก็เเสดงออกถึงความรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ

โดยเฉพาะมู่จวินเหิงที่เม้มปาก ไม่รู้จะพูดอะไรดี

ในใจกลับยิ่งตำหนิทังหลานมากขึ้น ที่ดูเเลลูกชายที่ผลีผลามคนนี้ได้ไม่ดี

“พวกเราไม่ได้มาหาพี่สาวตั้งหลายปีเเล้ว ก็เลยถือโอกาสนี้มา พ่อของข้ายังเอาตราประทับของหัวหน้าตระกูลมาด้วย รอเเค่มาจัดการทำเรื่องให้พี่หญิงนี่เเหล่ะ”

มู่หยางเป็นคนรู้จักสถานการณ์ ดังนั้นจึงลดเสียงลงทันที

ทังหลานสามคนก็ยิ้มแหยๆพยักหน้า

“ใช่เเล้วหลานสาว ถึงเเม้พวกเราจะเเยกออกไปเเล้ว เเต่จะว่าไปเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือ”

“พวกเรามาครั้งนี้ไม่ทันได้สังเกตุ ครั้งหน้าจะมีธรรมเนียมระเบียบเเน่นอน…”

ทังหลานเปลี่ยนสีหน้าทันที ท่าทางประจบสอพลอ ไม่เหมือนกับความคับข้องใจเมื่อครู่

ท่าทางแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังคงมีเรื่องขอร้องที่รอให้มู่เหยาช่วยอยู่

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้วันนี้จัดลำดับเครือญาติให้เสร็จสิ้นเลย ลุงรองเเละครอบครัวก็อยู่ต่อก่อน ตัวข้าเองจะให้คนพาพวกท่านไปเที่ยวเล่นให้สนุกก่อนค่อยกลับไป”

มู่เหยาลองหยั่งเชิงพูดออกไป

ก็เห็นสีหน้าของมู่จวินเหิงลังเล กำลังคิดว่าจะตกลงดีหรือไม่

หลันเอ้าเซวียนมองฉากนี้ เเววตาฉายประกายมืดมิด แล้วเหลือบมองผู้อาวุโสของตระกูลหลัน

ผู้อาวุโสของตระกูลหลันรู้จักสังเกตุการณ์ ไอเบาๆสองครั้งเเล้วมองไปที่มู่จวินเหิง

“ในเมื่อสหายตัวน้อยยินดีดำเนินการเเทน มิสู้จัดการวันนี้เลยดีกว่า ข้าสุขภาพไม่ดีนัก ไม่มีทางที่จะล่าช้าต่อไปได้อีกเเล้ว”

ว่าเเล้ว ก็เเกล้งทำเป็นไอโขลกๆหลายครั้ง

มู่เหยาโบกมือเป็นสัญญาณให้ส่งผู้เฒ่ากลับไป จากนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป

เมื่อเห็นว่านางจะจากไปเเบบนี้ ทังหลานเเละคนอื่นๆที่รอเตรียมการจัดการที่พักอยู่ต่างก็ตกตะลึง จากนั้นนางก็เดินเข้าไปขวางทางมู่เหยาไว้

“จวิ้นจู่หมายความว่ายังไง ประทับตราเเล้วก็ไม่สนใจพวกเราเลยหรือ”

“พวกเราคนแก่อุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงเมืองหลวง เพื่อจัดการธุระให้จวิ้นจู่ จวิ้นจู่จะไม่เเม้เเต่จัดหาห้องสักห้องให้พวกเราพักเลยหรือ”

มู่เหยาเเกล้งทำเป็นประหลาดใจ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อรักษาระยะห่าง

ป้องกันไม่ให้น้ำลายกระเด็นใส่หน้า

“ข้าคิดว่าหลังจากเดินทางเหน็ดเหนื่อย พวกเจ้าคงต้องกลับไปพักที่โรงเตี๊ยมอยู่เเล้ว หรือว่ายังไม่ได้จองโรงเตี๊ยม”

ทันทีที่พูดออกมา ก็ได้ยินมู่เทียนชื่อบ่นออกมาอย่างไม่เต็มใจ

“โรงเตี๊ยมเเพงขนาดนั้น พวกเราจะไปเสียเงินตรงนั้นทำไม!”

มู่จวินเหิงไอเบาๆ เพื่อหยุดมู่เทียนชื่อไม่ให้พูดต่อ

“ดังนั้น พวกเจ้าคิดจะพักที่จวนจงซู่โหวสินะ” น้ำเสียงของมู่เหยาเย็นชาลง หันกลับไปนั่งที่ตำเเหน่งประธานอีกครั้ง

ทังหลานกลอกตา ส่งสายตาให้ลูกสาว

มู่หยางจำใจก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเเละพูดว่า “พี่หญิง พวกเราคิดว่าไหนๆก็เป็นครอบครัวเดียวกัน พักอยู่ด้วยกันจะได้พูดคุยกันมากขึ้น”

“อีกอย่าง จวนจงซู่โหวใหญ่โตขนาดนี้ เเค่เเบ่งเรือนเล็กๆให้พวกเราสักหลัง พวกเราก็อยู่ได้เเล้ว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง